แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ•ตอนที่ 23

เต้นรำท่ามกลางแสงไฟ

ผลงานโดย เมล่อนโซดา
“สัญญาปากเปล่าเหรอคะ? สัญญานั้นมันมีค่าแค่คำพูดที่ลอยไปกับลมสำหรับคนบางคน แต่สำหรับฉัน... มันคือพันธสัญญาที่เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องค่ะ” ฉันเชิดหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่เหมือนจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งตรงหน้า ธีร์ในชุดสูทประธานนักเรียนเต็มยศดูหล่อเหลาจนน่าหมั่นไส้ แต่ความกดดันที่เขาส่งมานั้นมันไม่ใช่เล่นๆ เลยค่ะ เขาก้าวเข้ามาหาฉันหนึ่งก้าวในห้องพักครูที่เงียบเชียบ ราวกับจะต้อนให้ฉันจนมุมด้วยกลิ่นกายหอมสะอาดแบบสบู่เด็กที่แฝงความร้ายกาจเอาไว้ “เธอจะเอาเรื่องนั้นมาขู่ฉันเหรอ พาย?” ธีร์ลดเสียงลงต่ำจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ เขาโน้มใบหน้าลงมาจนฉันรู้สึกได้ถึงไออุ่น “จำไม่ได้หรือไงว่าการท้าทายฉัน... มันจบลงยังไงเสมอ” “ก็จบลงที่การที่เราต้องมาเจอกันในจุดนี้ไงคะ!” ฉันสวนกลับทันควัน แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองชุด “ถ้านายคิดจะใช้ ‘สัญญา’ นั่นเป็นเครื่องมือบังคับให้ฉันทำตามใจนายละก็ ฝันไปเถอะค่ะ ฉันไม่ใช่หมากที่นายจะเดินยังไงก็ได้นะ” ยังไม่ทันที่เหตุการณ์จะบานปลายไปมากกว่าการจ้องตาอาฆาต เสียงเพลงวอลซ์คลาสสิกที่ดังมาจากงานเต้นรำหน้าห้องโถงใหญ่ก็ดังแทรกเข้ามา ประตูห้องพักครูถูกเปิดออกโดย ‘ริน’ ที่ยืนทำหน้าประหลาดใจอยู่ตรงนั้น “อ้าว... พวกเธอมาทำอะไรกันตรงนี้คะ?” รินเอ่ยถามพลางปรายตามองเราสองคนด้วยสายตาที่ซ่อนความริษยาไว้มิด “ข้างนอกนั่นเขากำลังจะเริ่มพิธีเปิดเต้นรำคู่ประธานนักเรียนแล้วนะธีร์ ทุกคนรอคุณอยู่ค่ะ แล้วพาย... เธอมาทำอะไรที่นี่เหรอ? หรือว่าจะมาแอบฟังความลับอะไรใคร?” รินยิ้มเหยียด มือของเธอแตะที่แขนธีร์อย่างจงใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเหนือความคาดหมาย ธีร์ไม่ได้สะบัดออก แต่เขากลับหันมาคว้าข้อมือฉันแล้วดึงให้เดินตามออกไปที่ลานเต้นรำกลางงาน “ไปเต้นรำกัน พาย” ธีร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงคำสั่งที่ปฏิเสธไม่ได้ “ในเมื่อเธออยากให้ฉันพูดเรื่องสัญญา ‘ต่อหน้าทุกคน’ นัก ก็เอาสิ... มาดูกันว่าในสายตาของคนทั้งโรงเรียน เธอจะยังกล้าต่อปากต่อคำกับฉันอยู่ไหม” บรรยากาศในห้องโถงใหญ่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นดอกไม้และน้ำหอมราคาแพง แสงไฟจากแชนเดอร์เลียระยิบระยับสะท้อนลงบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของนักเรียนนับร้อย ฉันถูกธีร์ลากเข้ามากลางฟลอร์ ท่ามกลางเสียงซุบซิบที่ดังอื้ออึง “ปล่อยนะธีร์!” ฉันกระซิบพลางพยายามแกะมือเขาออก “นายจะทำบ้าอะไร?” “เต้นรำไง” ธีร์กระซิบตอบพลางวางมือลงบนเอวของฉันอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นร้อนผ่าวทะลุเนื้อผ้าชุดราตรีออกไปถึงผิวหนัง “เต้นให้เหมือนว่าเราเป็นคู่รักที่รักกันมากที่สุด... จนกว่าเพลงจะจบ ถ้าเธอขยับขาผิดจังหวะ หรือทำตัวให้น่าขายหน้า ฉันจะเปิดเผยเรื่องที่เธอกลัวที่สุดต่อหน้าไมโครโฟนตรงนั้น” เขาบุ้ยปากไปยังไมโครโฟนที่วางอยู่บนเวที สายตาของเขาไม่ใช่สายตาของคนใจร้าย แต่มันคือสายตาของ ‘ผู้ล่า’ ที่กำลังสนุกกับการเห็นเหยื่อดิ้นรน เพลงวอลซ์เริ่มจังหวะที่เร้าอารมณ์ขึ้น มือหนาของธีร์กระชับเอวฉันแน่นขึ้นจนร่างกายเราแนบชิดกัน ไอร้อนจากตัวเขาทำให้สติฉันแทบกระเจิง ฉันต้องเงยหน้ามองเขาที่สูงกว่ามาก แสงไฟสลัวตกกระทบดวงตาคู่คมที่กำลังจับจ้องฉันด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก... มันมีความหึงหวงซ่อนอยู่ลึกๆ หรือฉันแค่คิดไปเอง? “ถ้าฉันเต้นพลาด นายจะทำยังไงคะ?” ฉันถามพลางขยับเท้าตามจังหวะอย่างคล่องแคล่ว แม้ใจจะสั่นไม่หยุด “ฉันก็คงต้องทำอย่างที่พูด...” เขาเว้นจังหวะ สายตาเหลือบไปมองรินที่ยืนกัดฟันกรอดอยู่ข้างสนาม “แต่ถ้าเธอเต้นดี... ฉันอาจจะพิจารณา ‘ลบ’ สัญญานั้นทิ้งเสียที” “พูดจริงนะคะ?” ฉันจ้องลึกเข้าไปในตาเขา “ฉันไม่เคยพูดเล่นกับเรื่องที่เกี่ยวกับเธอ” จังหวะเพลงหมุนวน เราหมุนตัวไปตามทำนอง แสงไฟสปอตไลท์จับจ้องมาที่เราสองคนเพียงคู่เดียว ฉันเห็นความโกรธเคืองในสายตาของรินที่กำลังพยายามหาทางแทรกแซง แต่ดูเหมือนธีร์จะไม่มีวันปล่อยให้คนอื่นเข้ามาในระยะรัศมีของเราได้เลย เขาประคองฉันอย่างระมัดระวัง เหมือนหวงแหนของสำคัญที่กลัวจะบุบสลาย ในวินาทีที่เพลงใกล้จะถึงจุดพีค ธีร์ดึงตัวฉันเข้าไปใกล้จนจมูกของเราเกือบจะแตะกัน เสียงลมหายใจของเขาเริ่มหอบถี่เล็กน้อย “พาย... อย่ามองคนอื่นนอกจากฉัน ตอนที่เต้นกับฉันอยู่” นั่นไม่ใช่คำสั่ง แต่มันคือน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด เพลงวอลซ์จบลงท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว ฉันหอบหายใจน้อยๆ ขณะที่เขายังไม่ยอมปล่อยมือจากเอวฉัน ทันใดนั้น รินก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับแก้วไวน์ในมือที่ดูเหมือนจะเสียหลักทำน้ำสีแดงหกใส่ชุดราตรีสีขาวของฉัน “อุ๊ย! ขอโทษทีนะพาย... พอดีฉันสะดุดขานิดหน่อยน่ะค่ะ” รินทำหน้าสำนึกผิดจอมปลอม ธีร์คว้าตัวฉันหลบออกไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว ชุดของฉันรอดพ้นจากรอยเปื้อน แต่เขากลับหันไปมองรินด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่ากลัว “ริน... คุณควรจะหัดควบคุมร่างกายตัวเองให้ดีกว่านี้ ก่อนที่จะทำอะไรที่มันเกินขอบเขต” เขาลากฉันออกมาจากกลางฟลอร์ มุ่งหน้าสู่ระเบียงหลังโรงเรียนที่เงียบสงัด แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบใบหน้าของเขาที่ตอนนี้ดูเคร่งเครียดกว่าปกติ “รินชอบนายมากนะ ทำไมถึงใจร้ายกับเธอขนาดนั้นคะ?” ฉันอดถามไม่ได้ ธีร์หยุดเดินและหันมาเผชิญหน้ากับฉัน สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงอย่างกะทันหัน “เพราะในใจฉัน... มันไม่มีที่ว่างสำหรับใครอีกแล้ว ตั้งแต่วันที่เธอเข้ามาตื้อฉันทุกวัน... พาย” เขายื่นมือมาเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าฉันออก สัมผัสนั้นแผ่วเบาจนฉันแทบหยุดหายใจ “และเรื่องสัญญาปากเปล่าที่ฉันขู่เธอ... จริงๆ แล้วมันไม่มีอยู่จริงหรอกนะ” ฉันเบิกตากว้าง “ว่าไงนะ?” “ฉันแค่โกหก... เพื่อให้ได้อยู่กับเธอสองต่อสองในห้องพักครู และเพื่อให้เธอต้องมาเต้นรำกับฉันในวันนี้ไงล่ะ” คำสารภาพของเขาทำให้โลกของฉันหมุนคว้าง แต่ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยอะไรออกไป ประตูระเบียงก็ถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ฉันไม่อยากให้เห็นเราในตอนนี้มากที่สุด “ในที่สุดก็เจอตัวสักที! ธีร์... เรื่องที่คุณทำกับรินเมื่อกี้ พ่อของรินที่เป็นประธานกรรมการโรงเรียนต้องรู้เรื่องนี้แน่!” รินไม่ได้มาคนเดียว เธอกลับมาพร้อมกับผู้ชายร่างใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสองคนที่เดินขนาบข้าง เธอแสยะยิ้มกว้าง “ทีนี้... มาดูกันว่านายจะหน้านิ่งได้นานแค่ไหน ถ้าเกิดว่าคนรักของคุณต้องถูกไล่ออกจากโรงเรียนเพราะทำร้ายร่างกายดาวโรงเรียนน่ะ!” หัวใจฉันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม นี่มันกับดัก... กับดักที่ใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยเจอ! ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของยัยพายจอมตื้อนะคะ หวังว่าตอนหน้าทุกคนจะเอาใจช่วยให้เธอรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้นะคะ เมล่อนโซดาค่ะ
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%