“นี่คุณธีร์คะ ถ้าจะทำหน้ายักษ์ใส่พายขนาดนั้น ช่วยเช็กหน่อยไหมคะว่าประตูห้องเก็บของเนี่ย... มันล็อกตายไปเรียบร้อยแล้ว!”
เสียงของพายไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับแฝงไปด้วยความขบขันในสถานการณ์ที่คนปกติเขาจะร้องขอความช่วยเหลือกัน พายกอดอก พิงหลังเข้ากับชั้นวางอุปกรณ์กีฬาที่เต็มไปด้วยฝุ่นจับหนาเตอะในห้องมืดทึบหลังอาคารหอประชุม
ธีร์ยืนห่างออกไปเพียงหนึ่งช่วงแขน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบเฉยราวน้ำแข็งขั้วโลกบัดนี้ขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม เขาพยายามหมุนลูกบิดประตูซ้ำๆ ด้วยแรงที่มากกว่าปกติจนเกิดเสียงโลหะกระทบกันดังแกรกกราก
“เพราะความรั้นของคุณนั่นแหละพาย” ธีร์เอ่ยเสียงต่ำ ร่างสูงใหญ่ขยับเข้ามาใกล้จนพายรู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากตัวเขา “ผมบอกให้รอข้างนอก แต่นี่อะไร... ตามเข้ามาถึงในนี้เพื่อจะเอาคำตอบเรื่องงานกีฬาสีเนี่ยนะ?”
“ก็ใจมันร้อนค่ะ แล้วพอดีเห็นคุณเดินเข้ามาก่อน เลยถือโอกาสเดินตามมา ‘ใกล้ชิด’ หน่อยไงคะ” พายหัวเราะคิกคัก แม้ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจากช่องลมด้านบนลอดผ่านเข้ามาเพียงเล็กน้อย เธอก็ยังเห็นประกายตาที่วาวโรจน์ของคนตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
“ไม่ตลก” ธีร์สวนกลับทันควัน ก่อนจะถอนหายใจยาว “โทรศัพท์ผมไม่มีสัญญาณ ที่นี่เป็นเขตอับคลื่น คุณก็รู้”
“อ้อ... งั้นแปลว่าตอนนี้เราสองคน ก็เหมือนพระนางในละครหลังข่าว ที่ติดอยู่ในห้องแคบๆ กันสองต่อสองใช่ไหมคะ?” พายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายเท้าแทบจะชนกัน แกล้งทำเป็นสำรวจรอยถลอกบนแขนเสื้อเชิ้ตนักเรียนของอีกฝ่าย “แหม โชคชะตาเข้าข้างพายจริงๆ เลยนะเนี่ย”
ธีร์ชะงักไปเล็กน้อย เขาจ้องลึกเข้ามาในตาของหญิงสาว ดวงตาคมกริบคู่นั้นมีจังหวะที่ไหววูบไปชั่วครู่ เหมือนเขากำลังพยายามจะกดดันให้พายกลัว แต่เธอกลับยืดตัวตรง สบตากลับอย่างท้าทายด้วยรอยยิ้มหวานหยด
“ถอยไป” เขาออกคำสั่ง แต่คราวนี้กระแสเสียงไม่ได้เย็นชาเหมือนทุกครั้ง มันมีความสั่นพร่าจางๆ เจืออยู่
“ไม่ถอยค่ะ” พายยันมือลงบนผนังข้างๆ ไหล่ของเขา กักขังร่างสูงไว้ในพื้นที่แคบๆ ของตัวเอง “จนกว่าคุณจะยอมบอกว่า... ที่หนีหน้าพายไปตลอดสามวันเนี่ย เพราะมินท์บอกว่าเห็นคุณแอบมองพายตอนเดินคู่กับพี่ท็อปประธานชมรมบาสฯ หรือเปล่าคะ? หึงหรือเปล่าเอ่ย?”
บรรยากาศในห้องเก็บของเงียบงันลงทันที เสียงหัวใจของพายเต้นแรงจนน่ากลัว ในขณะที่ธีร์นิ่งค้างไปเหมือนรูปปั้นที่ถูกสาป แสงจันทร์เสี้ยวที่ลอดเข้ามาผ่านช่องลมส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเขา เห็นสันกรามที่ขบแน่นบ่งบอกถึงความพยายามระงับอารมณ์อย่างหนัก
“เพ้อเจ้อ” เขาเค้นเสียง
“ถ้าเพ้อเจ้อ แล้วทำไมต้องมองด้วยสายตาแบบนั้นคะ?” พายเลื่อนมือไปสัมผัสข้อมือของเขาเบาๆ เพียงแค่ปลายนิ้วแตะ ธีร์ก็สะดุ้งเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ผลักเธอออก
ทันใดนั้นเอง พายก็เสียหลักเพราะพื้นห้องที่ชำรุดทำให้รองเท้าไปเกี่ยวเข้ากับกองตะกร้าลูกบอลเก่าๆ ร่างของเธอกำลังจะหงายหลังลงไปกองกับพื้น แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น แขนแกร่งของธีร์ก็ตวัดรอบเอวเธอไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้พายปะทะเข้ากับอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นฝุ่นจางๆ ของเขามันทำให้พายถึงกับเคลิ้มไปครู่หนึ่ง
หัวใจของธีร์เต้นรัว... พายสัมผัสได้ถึงมันผ่านอกที่แนบชิดกัน
“ระวังหน่อย” เสียงของเขานุ่มลงกว่าเดิมมาก มันไม่มีความหงุดหงิดหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่วงใยที่แฝงมากับความขัดเขิน “ซุ่มซ่ามแบบนี้ จะไปพิชิตใจใครเขาได้กัน”
เขาไม่ได้ปล่อยเธอทันที มือหนาประคองแผ่นหลังเธอไว้อย่างทะนุถนอม สายตาที่เขามองพายในตอนนี้น่ะหรือ... มันไม่ใช่สายตาของประธานนักเรียนผู้เฉยเมย แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังแพ้พ่ายให้กับความดื้อรั้นของคนตรงหน้าอย่างหมดรูป
“ก็พิชิตใจคนที่กำลังกอดพายอยู่ตอนนี้ไงคะ...” พายเงยหน้าขึ้นสบตา กระซิบเสียงแผ่ว “ใจคุณเต้นแรงนะธีร์... เต้นแรงกว่าพายอีก”
ธีร์ชะงักไป ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันเต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น ธีร์ค่อยๆ เลื่อนมือจากแผ่นหลังขึ้นมาแตะที่ข้างแก้มของเธอ ปลายนิ้วของเขาสั่นเล็กน้อยขณะเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าพายออก
“เธอไม่ควรมาเล่นกับความรู้สึกผมแบบนี้ พาย...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า เหมือนพยายามจะเตือนตัวเองมากกว่าจะเตือนเธอ
“พายไม่ได้เล่นค่ะ พายเอาจริง...”
ก่อนที่พายจะได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อของพวกเขาก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูห้องเก็บของตามมาด้วยเสียงไขกุญแจที่ดัง กริ๊ก! ประตูถูกผลักออกอย่างแรงจนเกิดแสงสว่างวาบเข้ามา ทำให้ทั้งสองต้องรีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว
ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่ครูเวรอย่างที่คาด แต่เป็นรินที่ยืนหอบหายใจ ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น เธอจ้องมองสภาพของพายที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ข้างๆ ธีร์ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสายตาเยาะเย้ย
“แหม... ได้ข่าวว่ามาทำงานกีฬาสีกัน แต่ดูสภาพแล้วเหมือนมาทำอะไรที่ลับตาคนมากกว่านะคะ” รินแสยะยิ้ม “นี่ธีร์คะ รินเอาเอกสารมาให้เซ็น... แต่ดูเหมือนว่าคุณ ‘ประธาน’ จะมีธุระที่น่าสนใจกว่างานของโรงเรียนเสียอีกนะคะ?”
ธีร์ตวัดสายตากลับไปเป็นความเย็นชาเหมือนเดิมทันที เขาสูดหายใจลึกเพื่อปรับจังหวะหัวใจ ก่อนจะก้าวถอยห่างจากพายไปสองก้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ไม่มีอะไร ริน” ธีร์เอ่ยเสียงเรียบพลางจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ “เราแค่ติดอยู่ในนี้เพราะประตูเสีย พาย... เธอออกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันคุยงานกับรินต่อเอง”
พายยืนอึ้ง... คำพูดที่เหมือนการผลักไสเมื่อครู่ทำเอาเธอหน้าชาไปชั่วขณะ เธอสบตาธีร์ที่ตอนนี้กลับไปสวมหน้ากากนักเรียนดีเด่นอีกครั้ง เขากำลังหลบตาเธอ... เขาไม่ได้ใจอ่อนกับเธอจริงๆ หรือนี่?
รินก้าวเข้ามาใกล้ธีร์พร้อมกับยื่นแฟ้มเอกสารให้ แต่ในขณะที่รินกำลังจะเอื้อมมือไปแตะแขนธีร์นั้นเอง โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของธีร์ก็สั่นขึ้นมา เขารีบหยิบขึ้นมาดูด้วยสีหน้าเคร่งเครียดทันทีที่เห็นเบอร์โทรศัพท์ที่แสดงบนหน้าจอ
“ขอโทษนะริน... ฉันมีธุระด่วน” ธีร์ละล่ำละลักบอก แล้วรีบเดินสวนรินออกไปโดยไม่หันมามองพายเลยสักนิด ทิ้งให้พายยืนเคว้งอยู่ในห้องเก็บของที่เริ่มจะดูอ้างว้างลงถนัดตา
แต่ก่อนที่เขาจะลับสายตาไป พายทันสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... มันคือเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ร่วงหล่นลงมาจากแฟ้มของรินที่เธอทำหล่นไว้ตอนที่ธีร์เดินผ่านไป
พายก้มลงเก็บมันขึ้นมา ทันทีที่คลี่กระดาษแผ่นนั้นออก ดวงตาของเธอก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ มันไม่ใช่เอกสารงานกีฬาสี... แต่มันคือรายงานประวัติการรักษาของใครบางคนที่มีชื่อของ ‘ธีร์’ ประทับเด่นหราอยู่บนหัวกระดาษ พร้อมกับคำว่า ‘อาการกำเริบ’ ที่ถูกขีดเส้นใต้ไว้ด้วยสีแดงสด!
เมล่อนโซดาขอขอบพระคุณรี้ดที่รักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างพายและตื้อไปพร้อมกับเธอนะคะ!
แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ•ตอนที่ 11
ความลับใต้เงาห้องเก็บของ
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!