"บอกแล้วไงคะว่าล็อคเกอร์ตัวนี้มันฝืด ต้องกระชากแรงๆ แบบนี้ถึงจะยอมเปิด!"
เสียงหอบหายใจเบาๆ ของพายดังขึ้นท่ามกลางความอับชื้นของห้องเก็บของท้ายยิม เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นเมื่อบานประตูเหล็กสีเทาเข้มถูกกระชากจนเปิดออกเผยให้เห็นกล่องกำมะหยี่สีแดงสดที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ...
ความจริงแล้ว ปมปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความลับในล็อคเกอร์เก่าๆ ของสภานักเรียนใบนั้น แต่มันอยู่ที่จังหวะที่ประตูห้องเก็บของไม้สักบานใหญ่ด้านหลังดันกระแทกปิดลงเองอย่างแรงด้วยลมโกรกจากช่องระบายอากาศ พร้อมกับเสียง *คลิก* อันน่าขนพองสยองเกล้าที่ดังขึ้นจากกลอนประตูด้านนอก!
*ปึง!*
พายสะดุ้งสุดตัว มือเรียวบางที่ถือกล่องกำมะหยี่อยู่ถึงกับสั่นเทา เธอหันขวับกลับไปมองประตูทันทีแล้วพุ่งตัวเข้าไปกระชากลูกบิดด้วยความเร็วแสง
"เฮ้! เดี๋ยวก่อนสิคะ! ประตูเปิดไม่ได้เหรอเนี่ย!" พายขย่มลูกบิดประตูสุดแรงเกิด แรงเหวี่ยงทำให้เอกสารและอุปกรณ์กีฬาที่วางอยู่ใกล้ๆ ล้มระเนระนาด แต่ไม่ว่าเธอจะออกแรงบิดหรือเขย่ามันมากแค่ไหน ประตูเจ้ากรรมก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเลยสักนิด
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่คับแคบภายในเวลาไม่ถึงสามวินาที มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่ยืนอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
ธีร์ ประธานนักเรียนผู้สมบูรณ์แบบผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็นและมานิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง ถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขายืนกอดอกพิงชั้นวางไม้เก่าๆ สายตากวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยความสุขุมผิดกับพายที่ตอนนี้หน้าซีดเผือด
"ไหนบอกว่าเก่งนักไม่ใช่เหรอคะ คุณประธานนักเรียนคนเก่ง ช่วยกรุณาทำอะไรสักอย่างสิคะ มากอดอกทำเท่แบบนี้ประตูมันไม่เปิดออกหามหาวิทยาลัยหรอกนะ!" พายหันมาโวยวายใส่ทันที ความอับอายและสถานการณ์คับขันทำให้เธอเริ่มพ่นคำพูดรัวเป็นชุด
"คนที่พังเข้ามาในห้องเก็บของของสภานักเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต คือใครกันแน่ครับ คุณพาย" ธีร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นิ่งสนิท และเย็นชาจนน่าหมั่นไส้ ร่างสูงใหญ่ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนพายต้องถอยหลังไปชนกับชั้นวางของด้านหลังโดยอัตโนมัติ
"ก็... ก็ฉันสงสัยนี่คะว่าคุณแอบซ่อนหลักฐานอะไรไว้เกี่ยวกับเรื่องงบประมาณชมรม ถึงได้ทำตัวลับๆ ล่อๆ วิ่งถือกล่องนี้มาถึงนี่ แล้วดูตอนนี้สิคะ เราติดอยู่ในห้องแคบๆ แบบนี้ สองต่อสอง... ถ้าใครมาเห็นเข้าแล้วเอาไปพูดเสียหาย ฉันเสียหายคนเดียวนะคะเนี่ย!" พายเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้ว่าแก้มเนียนใสจะเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกความใกล้ชิดเล่นงาน
"เสียหาย?" ธีร์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างกัน แววตาคมกริบที่มักจะเรียเฉยเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับมีความระอุแปลกประหลาดซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดสลัวของห้องเก็บของ "คุณคิดว่าคนอื่นเขาจะคิดไปถึงไหนกันครับ หรือว่า... จริงๆ แล้วคุณต่างหากที่เป็นฝ่ายแอบคิดอะไรเกินเลยกับผม ถึงได้หาเรื่องตามติดผมไม่เลิกแบบนี้"
"นี่! อย่ามาหลงตัวเองนะคะคุณธีร์!" พายรีบปฏิเสธเสียงสูง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ "ใครเขาอยากจะคิดเกินเลยกับก้อนน้ำแข็งเดินได้แบบคุณกันคะ ฉันแค่... ฉันแค่ทำหน้าที่ผู้ตรวจการจำเป็นต่างหากเล่า!"
"ผู้ตรวจการที่ตัวสั่นเป็นลูกนกเนี่ยนะ" ธีร์ยื่นมือข้างหนึ่งไปทาบกับบานประตูไม้ด้านหลังของพาย กักตัวเธอไว้ในวงแขนอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ๆ ทำให้สติสัมปชัญญะของพายกระเจิงไปหมด "ไหนลองพูดใหม่อีกทีสิครับ ว่าเมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะ"
ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง หนนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าเบื่อ แต่เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่วิ่งพล่านไปทั่วผิวหนัง พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นกระดาษและกลิ่นฝนอ่อนๆ จากเสื้อสูทนักเรียนของธีร์ยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นโครมครามดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้เวลาหน้านิ่งก็ว่าอันตรายแล้ว เวลาแกล้งเข้ามาใกล้แบบนี้ ทำไมถึงได้มีอานุภาพทำลายล้างหัวใจคนเราได้รุนแรงขนาดนี้กันนะ!
"ถ... ถอยไปเลยนะคะ!" พายพยายามดันอกแกร่งของเขาออก แต่กล้ามเนื้อแน่นๆ ใต้เสื้อนักเรียนนั้นแข็งราวกับแผ่นหิน "เราต้องหาวิธีออกไปจากที่นี่ต่างหาก ไม่ใช่มาเล่นเกมมองหน้ากันแบบนี้นะคะ คุณธีร์!"
"ใครบอกว่าผมเล่นล่ะครับ" ธีร์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ปกติมักจะใช้สั่งการในที่ประชุม ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอึดอัดบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามกดเก็บไว้ "ผมกำลังซีเรียสต่างหาก... ซีเรียสว่าทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงชอบเข้ามาปั่นป่วนในหัวผมตลอดเวลา จนผมแทบไม่มีสมาธิจะทำอะไรเลย"
พายชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ คำพูดตรงไปตรงมาแบบนั้น... มันหลุดออกมาจากปากของประธานนักเรียนผู้เคร่งครัดคนนี้น่ะเหรอ?
แต่ก่อนที่พายจะได้ทันเอ่ยปากซักถามอะไรแก้เก้อ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยแว่วมาจากทางเดินด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
*"เอ๊ะ... ทำไมประตูห้องเก็บของถึงล็อคจากข้างนอกล่ะ หรือว่ามีใครลืมกุญแจคาไว้ เดี๋ยวฉันไปเอาสำรองที่ห้องพักครูก่อนนะ!"*
เสียงของริน ดาวโรงเรียนและคู่ปรับตัวฉกาจของพาย ดังแว่วมาจากหน้าประตูนั่นเอง!
พายหน้าถอดสีทันที หากรินมาเปิดประตูเจอเธออยู่กับธีร์ในสภาพถูกกักตัวแนบชิดติดผนังแบบนี้ มีหวังข่าวลือเสียหายคงแพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนภายในสิบนาทีแน่ๆ และที่สำคัญที่สุด... รินจะต้องใช้โอกาสนี้เหยียบย่ำเธอให้จมดินอย่างสะใจแน่นอน!
"ตายแล้ว... ยัยรินกำลังจะมา!" พายหน้าตาตื่น หันซ้ายแลขวาด้วยความลิบลับ มือเรียวคว้าแขนเสื้อของธีร์ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "ทำยังไงดีคะคุณธีร์ ถ้าเธอเปิดประตูมาเห็นเราสภาพนี้ ฉัน... ฉันเอาปี๊บคลุมหัวแน่ๆ!"
ธีร์ก้มมองมือเล็กที่กำเสื้อเขาแน่น แววตาที่เคยฉายแววดุดันและขี้แกล้งเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาทันที ร่างสูงขยับตัวบังร่างของพายไว้มิดชิดในมุมอับสายตาของชั้นวางของพอดี ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะแนบชิดกับใบหูของเธอ แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้เอนจินในหัวของพายดับสนิท
"ถ้าไม่อยากให้ใครเห็น... ก็เงียบแล้วซบลงที่อกผมซะดีๆ ครับ"
*แกร๊ก!*
เสียงไขกุญแจดังขึ้นที่บานประตูด้านนอก พร้อมกับแสงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาเมื่อบานประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างกะทันหัน!
เมล่อนโซดาหวังว่ารี้ดที่รักจะร่วมลุ้นระทึกไปกับการเอาตัวรอดจากสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ในตอนหน้านะคะ :)
แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ•ตอนที่ 10
ตกกระไดพลอยโจน
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!