“พาย... ถ้าเธอเอาพัดมาจ่อหน้าฉันอีกแค่หนึ่งนิ้ว ฉันจะถือว่านั่นคือการประกาศสงครามนะ”
เสียงทุ้มต่ำที่เรียบสนิทจนแทบไม่กระดิกอารมณ์ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงอึกทึกของกองเชียร์กีฬาสีที่กำลังตะโกนแข่งกับเสียงดนตรีประกอบงาน ธีร์ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวพยายามปรับสายตาให้โฟกัสกับเอกสารงบประมาณในมือ แต่ดูเหมือนสมาธิของเขาจะถูกรบกวนด้วยวัตถุสีชมพูฟรุ้งฟริ้งที่พัดวูบวาบอยู่ข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน
ฉัน—พาย—ไม่สนใจคำขู่ของคนหน้าตายแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นคิ้วเข้มขมวดมุ่นนั่นขยับเข้าหากัน ฉันยิ่งรู้สึกว่าการกระทำของตัวเองมีค่ามากกว่าทองคำ
“โถ่คุณธีร์คะ แดดมันร้อนจะตายไป ดูสิเนี่ย เหงื่อซึมที่ขมับแล้วนะ พายแค่ไม่อยากให้ประธานนักเรียนสุดหล่อของพายต้องโทรมเพราะแดดเมืองไทยหรอกค่ะ” ฉันว่าพลางขยับพัดในมือให้เร็วและถี่ขึ้น ลมเย็นๆ ที่ตีเข้าหน้าคนตัวโตทำให้เขาสะบัดหน้าหนีเล็กน้อย แต่แววตาที่เหลือบมองฉันกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออกซ่อนอยู่
“ฉันมีพัดลมมือถือ” ธีร์โต้กลับสั้นๆ พร้อมกับหยิบอุปกรณ์ที่ว่าขึ้นมาโชว์
“พัดลมมันก็แค่เครื่องจักรค่ะ มันไม่มีความห่วงใยผสมอยู่” ฉันหัวเราะคิกคักพลางวางพัดลงชั่วคราว ก่อนจะหยิบขวดน้ำเย็นจัดที่เตรียมมาประคบข้างแก้มเขาเบาๆ ธีร์ชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะผ่อนลมหายใจยาวราวกับคนจนปัญญา
“พาย... ที่นี่ที่สาธารณะนะ”
“แล้วยังไงคะ? คนอื่นจะได้รู้ไงว่าคุณธีร์มีเจ้าของ(ที่พยายามตื้อ)อยู่ตรงนี้” ฉันยักไหล่แบบไม่แคร์สื่อ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากเสื้อนักเรียนของเขาแตะจมูก กลิ่นสบู่ผสมกับไอแดด... มันเป็นกลิ่นที่ทำให้อะดรีนาลีนในตัวฉันพุ่งพล่านทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้
มินท์ที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักทำหน้าเอือมระอาใส่ฉัน ก่อนจะแอบชูนิ้วโป้งให้เป็นเชิงว่า ‘เอาให้สุด’ แต่ทันใดนั้น บรรยากาศรอบข้างที่เคยร้อนระอุด้วยอุณหภูมิของดวงอาทิตย์ก็ดูเหมือนจะเย็นเยียบลงทันทีเมื่อร่างระหงของ ‘ริน’ ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเรา
รินอยู่ในชุดเชียร์ลีดเดอร์สีสดใส ใบหน้าแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงที่ดูไร้รอยตำหนิ แม้ในสภาพอากาศที่แผดเผาแบบนี้ เธอยังดูราวกับนางฟ้าที่เดินออกมาจากปกนิตยสาร ผิดกับฉันที่เหงื่อซึมหน้าจนแทบจะกลายเป็นเมคอัพละลายไปกับแดด
“ธีร์คะ รินเอาเครื่องดื่มเกลือแร่มาให้ เห็นว่าตากแดดดูงานมาทั้งวัน เดี๋ยวจะเป็นลมเอาได้นะ” รินพูดด้วยน้ำเสียงหวานหยด พลางยื่นขวดเครื่องดื่มให้ด้วยท่าทางที่ดูสง่างาม
ฉันนิ่งไปครู่หนึ่ง พัดในมือที่เคยโบกให้ธีร์หยุดกึกทันที สายตาของรินที่มองมาทางฉันมีความเยาะเย้ยแฝงอยู่ลึกๆ ราวกับจะบอกว่า ‘คนอย่างเธอไม่มีทางเทียบชั้นได้’
ธีร์ไม่ได้หยิบขวดนั้นทันที เขาวางเอกสารลงบนตักแล้วเงยหน้าขึ้นมองริน สายตาที่เคยมองฉันแบบรำคาญใจแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่ไร้ความรู้สึก “ขอบใจนะริน แต่ฉันไม่หิวน่ะ พายเขาเตรียมน้ำไว้ให้แล้ว”
รินชะงัก รอยยิ้มที่ปรุงแต่งมาอย่างดีเริ่มสั่นไหว เธอหันมามองฉันด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความเยาะเย้ยเป็นความโกรธเคือง “พาย... เธอไม่คิดจะเกรงใจคนอื่นบ้างเหรอ? ธีร์เขามาทำงาน ไม่ได้มานั่งเล่นกับเด็กอย่างเธอ”
“อุ๊ย” ฉันแกล้งทำเป็นตกใจ “รินคะ คนเราน่ะ ถ้าอยากให้เขาสนใจ มันไม่ได้อยู่ที่เครื่องดื่มราคาแพงหรือท่าทางสวยหรูหรอกนะ มันอยู่ที่ว่า... ใครกันแน่ที่อยู่ข้างๆ เขาตอนที่เขาต้องการที่สุด”
ฉันหันไปยิ้มกว้างให้ธีร์ ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาแรงๆ เหมือนกำลังพยายามอดทนกับยัยผู้หญิงสองคนที่กำลังเปิดศึกประสาทใส่กันกลางแดดร้อน
“พอเถอะ ทั้งคู่เลย” ธีร์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาบังแดดให้ฉันมิดพอดี “ริน... ถ้าไม่มีธุระเรื่องงาน ก็เชิญไปจัดการซ้อมลีดต่อเถอะ ส่วนพาย...”
เขาหันมามองฉัน นัยน์ตาคู่นั้นวูบไหวเหมือนมีพายุหมุนอยู่ข้างใน “เลิกพัดซะ ฉันร้อนจนจะบ้าอยู่แล้ว เพราะเธอนั่นแหละ”
“บ้าเพราะอากาศร้อน หรือบ้าเพราะความน่ารักของพายคะ?” ฉันถามพลางเอียงคอทำตาใส
ธีร์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงมาจนใบหน้าของเราห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำเอาฉันลืมหายใจไปชั่วขณะ “ถ้าไม่หยุดพูดมาก... ฉันจะจูบปิดปากเธอตรงนี้ ต่อหน้าทุกคนนี่แหละ”
คำขู่นั้นทำเอาฉันตัวแข็งทื่อ รินที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าซีดเผือดเหมือนถูกสาป ก่อนจะกระทืบเท้าเดินหนีไปอย่างหัวเสีย ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่าอึดอัดระหว่างเราสองคน
ฉันใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก นี่มันไม่ใช่แค่การตื้อ แต่มันคือการเล่นกับไฟที่เริ่มจะลามเลียหัวใจฉันจนมอดไหม้ไปหมดแล้ว
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของธีร์ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมา เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ก่อนจะกดรับด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดกว่าเดิม “ว่าไงนะ?... เกิดเรื่องแล้วเหรอ?”
เขาวางสายแล้วหันมามองฉันด้วยแววตาที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน มันเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความลับบางอย่างที่เขาไม่เคยบอกใคร “พาย... เราต้องไปที่ห้องเก็บอุปกรณ์หลังสแตนเชียร์เดี๋ยวนี้ มีคนกำลังพยายามทำลายงบประมาณที่ฉันเตรียมไว้ทั้งหมด!”
ขอบคุณรี้ดที่รักทุกคนที่ยังคงติดตามความวุ่นวายและเอาใจช่วยยัยพายคนนี้อยู่นะคะ!
แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ•ตอนที่ 13
แดดร้อนแต่ใจไม่ร้อน
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!