“เลิกทำหน้าเหมือนฉันเป็นเชื้อโรคสักทีเถอะค่ะคุณประธาน กลัวติดไข้ใจหรือไงคะถึงได้ขยับหนีไปชิดขอบโต๊ะขนาดนั้น?”
พายเอ่ยขึ้นทันทีที่เสียงประตูดัง ‘คลิก’ ล็อคสนิทจากด้านนอก บรรยากาศในห้องเก็บอุปกรณ์ศิลปะที่มืดสลัวและอบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและฝุ่นจางๆ ทำให้เธอยิ่งต้องเร่งจังหวะหัวใจให้เต้นเป็นปกติ
ธีร์ในชุดนักเรียนรีดเรียบกริบยังคงนั่งตัวตรงเป๊ะบนเก้าอี้ไม้ แสงไฟสลัวจากหลอดไฟนีออนเก่าๆ กะพริบถี่ราวกับจะล้อเลียนความอึดอัดนี้ เขาปรายตามองพายด้วยสายตาเย็นเยียบ ทว่าใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยนั้นกลับทรยศความนิ่งเฉยของเขาอย่างจัง
“เธอต่างหากที่เข้ามาใกล้เกินความจำเป็น” ธีร์ตอบเสียงเรียบ แต่จังหวะการหายใจของเขาเริ่มติดขัดเมื่อพายขยับเข้ามานั่งในระยะประชิดจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ “การถูกขังอยู่แบบนี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ มันเป็นแผนการตื้นๆ ของพวกที่คิดว่าการกำจัดคนอื่นจะทำให้ตัวเองสูงส่งขึ้น”
“โอ้โห... ร้ายกาจจริงๆ ด้วย” พายแค่นหัวเราะ ก่อนจะหยิบเอาโครงงานโมเดลสถาปัตยกรรมที่ทั้งคู่ต้องทำร่วมกันมาวางตรงกลาง “แต่ในเมื่อหนีออกไปไม่ได้ ก็แปลว่าเรามีเวลา ‘สานสัมพันธ์’ กันยาวๆ เลยนะคะ หรือว่าคุณธีร์กลัว? กลัวว่าถ้าต้องทำงานกับพายสองต่อสองนานๆ แล้วไอ้กำแพงน้ำแข็งหนาเตอะนั่นจะละลายจนกู่ไม่กลับ?”
ธีร์เงียบไป เขาหันไปสนใจกับไม้บรรทัดในมือ พยายามทำเป็นไม่ใส่ใจคำยั่วเย้าของหญิงสาวตรงหน้า ทว่าในใจกลับเต้นรัวราวกับกลองเพล ความใกล้ชิดที่ไม่มีใครขวางกั้นทำให้เขารู้สึกถึงกระแสความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กๆ นั้น
“เราต้องทำให้เสร็จก่อนเที่ยงคืน” ธีร์ตัดบทเสียงแข็ง “ถ้าเธอไม่หยุดพูดพล่ามแล้วเริ่มวัดสเกลฐานโมเดล เราคงได้นอนตายอยู่ในนี้จริงๆ”
“รับทราบค่ะ คุณประธาน!”
พายยิ้มกว้าง เธอไม่ได้นึกโกรธในความเย็นชาของเขาเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เธอเริ่มสนุกกับการค้นหาจุดอ่อนใต้หน้ากากนิ่งเฉยนั้น ตลอดสองชั่วโมงถัดมา บรรยากาศเริ่มเปลี่ยนไป จากความตึงเครียดกลายเป็นความเงียบที่แฝงไปด้วยจังหวะชีวิต ทั้งคู่ก้มหน้าก้มตาตัดไม้บัลซ่าและประกอบโครงสร้าง พายคอยหยิบอุปกรณ์ให้ด้วยความรวดเร็ว ในขณะที่ธีร์เป็นคนออกแบบโครงสร้างที่ซับซ้อน
ความต่างที่ดูเหมือนจะเข้ากันไม่ได้ กลับเริ่มลงตัวในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ธีร์เป็นคนละเอียดรอบคอบ ส่วนพายคอยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยความฉลาดเป็นกรด
“เบาลงหน่อย...” ธีร์เอ่ยเบาๆ เมื่อเห็นพายเกือบทำคัตเตอร์บาดนิ้ว เขาคว้าข้อมือเธอไว้โดยสัญชาตญาณ สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเฉียบของธีร์สัมผัสลงบนผิวอุ่นๆ ของพาย ทำให้ต่างฝ่ายต่างชะงัก
ดวงตาของพายสบเข้ากับดวงตาคู่คมของธีร์ในระยะประชิด ความเย็นชาในแววตาของเขาจางหายไป เหลือเพียงความสับสนและบางสิ่งที่เขากำลังพยายามซ่อนไว้ พายยิ้มละไม มุมปากที่เคยยกขึ้นอย่างกวนประสาทกลับอ่อนลง กลายเป็นรอยยิ้มที่จริงใจจนคนมองถึงกับลมหายใจสะดุด
“เป็นห่วงเหรอคะ?” พายถามกระซิบ
“...แค่ไม่อยากให้ห้องนี้เปื้อนเลือด” ธีร์ตอบเสียงสั่นเล็กน้อยก่อนจะปล่อยมือเธออย่างรวดเร็ว เขารีบหันไปสนใจงานตรงหน้าเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้า
“ปากแข็งจังเลยนะคะ” พายพึมพำเบาๆ แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อ เธอหยิบเศษไม้ชิ้นสุดท้ายขึ้นมาประกอบ “รู้ไหมคะธีร์... การที่คนเราจะประสบความสำเร็จ ไม่ใช่แค่ต้องฉลาดหรือเพอร์เฟกต์หรอกนะ แต่ต้องกล้ายอมรับด้วยว่า ‘คนอื่น’ ก็สำคัญพอๆ กับตัวเรา”
ธีร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองมือของตัวเองที่กำลังจับชิ้นงานร่วมกับมือของพาย นิ้วมือของเขาสัมผัสกันโดยไม่ตั้งใจ ความเงียบในห้องดูเหมือนจะไม่ได้กดดันเหมือนช่วงแรก แต่มันกลับเป็นความเงียบที่ทำให้หัวใจสองดวงเต้นในจังหวะที่เริ่มสอดประสานกันอย่างประหลาด
ทว่า... ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน เมื่อเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นจากหน้าประตู พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังลอดช่องว่างใต้ประตูเข้ามา
“ยังขยันกันไม่เลิกเลยนะ” เสียงของรินดังขึ้น แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ธีร์และพายต้องสะดุ้งสุดตัว เพราะในวินาทีถัดมา เสียงปลดล็อคประตูที่ควรจะเป็นฝีมือของภารโรงกลับดังขึ้น ทว่าประตูไม่ได้เปิดออกกว้าง แต่กลับแง้มเพียงเล็กน้อย และกลิ่นควันจางๆ เริ่มลอยฟุ้งเข้ามาแทนที่อากาศบริสุทธิ์
“ไฟไหม้ห้องเก็บอุปกรณ์ข้างๆ... ฉันว่าพวกเธอคงไม่ได้ออกไปง่ายๆ อย่างที่คิดหรอกนะ” เสียงรินในตอนท้ายสั่นเครือด้วยความกลัว หรืออาจจะเพราะเธอรู้ตัวว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้น ‘เกินเลย’ ไปมาก
ธีร์พุ่งตัวไปที่ประตูทันที เขาพยายามกระชากจนสุดแรงแต่กลอนประตูถูกล็อคจากด้านนอกด้วยกุญแจเหล็กกล้าที่หนาแน่นเกินกว่าจะพังได้ในพริบตา พายรีบวิ่งไปคว้าหน้าต่างแต่ก็พบว่ามันถูกตอกตะปูปิดตายไปแล้ว
“ธีร์... ควันมันเริ่มเข้ามาแล้ว!” พายตะโกนบอกในขณะที่เริ่มสำลัก ธีร์หันกลับมามองเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนไปจากความนิ่งเฉยเป็นความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด เขาคว้าตัวพายมาหลบหลังโต๊ะทำงานที่แข็งแรงที่สุด ก่อนจะถอดเสื้อนักเรียนออกแล้วใช้เป็นผ้าชุบน้ำจากขวดที่เหลืออยู่ปิดจมูกให้เธอ
“จับมือฉันไว้... อย่าปล่อยเด็ดขาด เข้าใจไหม!”
เขากระชากเสียงสั่ง แต่ในแววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างที่สุด ก่อนที่เขาจะตัดสินใจคว้าเก้าอี้เหล็กตัวหนักทุ่มเข้าใส่บานหน้าต่างที่เป็นกระจกฝ้าหนาจนสุดแรงเกิด เสียงกระจกแตกละเอียดดังสนั่น แต่นั่นไม่ใช่จุดจบ... เมื่อควันสีดำทะลักเข้ามาพร้อมกับเงาของใครบางคนที่ยืนถือถังน้ำมันอยู่หน้าประตูหน้าต่างนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับความตื้อของพายนะคะ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกคนใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิมค่ะ!
แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ•ตอนที่ 15
ความต่างที่ลงตัว
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แผนพิชิตใจนายหน้านิ่ง: ปฏิบัติการตื้อให้โลกจำ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!