ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 5

ออกงานสังคมหน้ากาก

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบภายในห้องโดยสารของโรลส์-רויסสีดำสนิท ทว่าความอึดอัดระຫວ่างคนสองคนกลับหนาแน่นเสียยิ่งกว่ากำแพงเหล็ก มินตราเหลامมองกระจกมองข้างเพื่อเช็กความเรียบร้อยของเส้นผมลอนยาวที่ถูกเซ็ตอย่างประณีต เดรสสั้นเกาะอกสีแดงเพลิงขับผิวขาวผ่องให้ดูโดดเด่นตัดกับความมืดของค่ำคืน ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้กำลังมองเงาสะท้อนของตัวเอง หากแต่กำลังจับจ้องไปยังใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มผู้มีฐานะเป็นทั้งเจ้านาย คู่สัญญา และสามีในนามของเธอในยามนี้ "ถ้าคุณยังมองผมด้วยสายตาประเมินราคาแบบนั้นอีกทีเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังเรียกร้องค่าจ้างเพิ่มเป็นสองเท่า... ด้วยวิธีอื่น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่ดึงความสนใจจากถนนเบื้องหน้ามาเพียงเสี้ยววินาที คณินปรายตามองเธอด้วยแววตานิ่งเรียบ ทว่ามุมปากกลับหยักยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า มือหนาขยับปมเนกไทสีเข้มของตนเองอย่างหงุดหงิดเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะมันอึดอัด แต่เป็นเพราะชุดที่หญิงสาวสวมอยู่ต่างหากที่ทำให้อุณหภูมิในรถคันหรูพุ่งสูงขึ้นอย่างไร้เหตุผล "เฮียก็... คิดไปเองทั้งนั้น มินแค่กำลังคิดว่าชุดนี้มันรัดเกินไปจนหายใจไม่ออกต่างหากล่ะค่ะ... อ๊ะ!" มินตราตั้งใจจะใช้คำพูดกวนประสาทตามเคย แต่เผลอหลุดคำลงท้ายแบบหญิงสาวทั่วไปออกมาจนได้ เธอรีบเม้มปากแน่นเมื่อเห็นดวงตาคมกริบของอีกฝ่ายหันขวับมามองทันที "เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ?" คณินหรี่ตาลง น้ำเสียงกดต่ำลงจนน่ากลัว "หัดใช้คำพูดให้มันน่ารักเหมือนชุดที่ใส่หน่อย มินตรา... จำไม่ได้หรือไงว่าคืนนี้เรามีสถานะเป็นอะไรในงานสังคม" "จำได้ค่ะ... เอ่อ จำได้ครับ!" มินตราแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นรังสีความหึงหวงล่วงหน้าที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "เราเป็นคู่รักไฮโซที่กำลังอินเลิฟกันสุดๆ ตามสัญญาดีลลับไงคะ... ไม่สิ ตามสัญญาดีลลับครับ!" คณินแค่นเสียงหึในลำคออย่างไม่สบอารมณ์นัก ก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวเข้ามาจอดสนิทหน้าโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว แสงแฟลชจากบรรดาสื่อมวลชนและปาปารัสซี่ที่รอทำข่าวการเปิดตัวโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่สาดส่องเข้ามาผ่านกระจกรถจนสว่างวาบราวกับเวลากลางวัน นี่คือ "งานสังคมหน้ากาก" ของจริง หน้ากากแห่งรอยยิ้ม สังคมจอมปลอม และผลประโยชน์ทับซ้อนที่ทุกคนต่างสวมใส่เพื่อเข้าหาอำนาจ ประตูรถฝั่งมินตราถูกเปิดออกโดยพนักงานต้อนรับ ทว่าเร็วกว่านั้น มือหนาของคณินกลับเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้เบาๆ ดึงรั้งให้เข้ามาแนบชิดกับกายแกร่งจนไหล่บางชนเข้ากับแผงอกอุ่นของเขาอย่างจัง "อย่าลืมบทบาทของคุณ..." ลมหายใจอุ่นร้อนกระซิบชิดริมใบหู ขณะที่ปลายนิ้วแกร่งสอดประสานเข้ากับเรียวนิ้วของเธออย่างแนบเนียน "ยิ้มสวยๆ เกาะแขนผมให้แน่น แล้วทำตัวให้เหมือนผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกซะ" มินตราแอบเบะปากใส่ความเผด็จการนั้นในใจ แต่ก็ยอมทำตามอย่างชาญฉลาด เธอยกยิ้มมุมปากด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจระดับนางงาม ก่อนจะสอดมือเรียวเข้าไปคล้องแขนแกร่งของประธานหนุ่ม ก้าวเท้าลงจากรถท่ามกลางเสียงชัตเตอร์ที่ดังระรัวราวกับห่าฝน แสงไฟวับวาวสะท้อนภาพของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกับหญิงสาวลึกลับผู้เลอโฉม ทว่าก้าวแรกที่เดินเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยงอลังการ สายตาหลายร้อยคู่ก็พากันจับจ้องมาที่ทั้งคู่เป็นตาเดียว รัศมีของความทรงอำนาจและความงดงามที่ลงตัวทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าสายตาในชั่วพริบตา "อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณคณินกับ... คุณมินตรานี่เอง" เสียงทุ้มติดจะเยาะหยันดังขึ้นขวางหน้า ท่ามกลางบรรยากาศหรูหรา กรณ์ ทายาทนักธุรกิจคู่แข่งคนสำคัญก้าวเข้ามาพร้อมแก้วแชมเปญในมือ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความรู้สึกเสียดายแกมดูถูก "ไม่นึกเลยนะครับว่าคนตกอับ จะมีปัญญาหาชุดหรูขนาดนี้ใส่มางานเปิดตัวได้... หรือว่าได้สปอนเซอร์ใจดีคอยเปย์ให้อย่างสมฐานะล่ะครับ?" บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงในทันที มินตราบดกรามแน่น เตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามสไตล์เธอ แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากอิ่มจะขยับ ร่างสูงใหญ่ของคณินก็ก้าวออกมายืนบังเธอไว้ครึ่งตัว รังสีความเย็นชาและกดดันแผ่ซ่านออกมาจนกรณ์ถึงกับชะงัก "ปากดีไม่เปลี่ยนนะ กรณ์..." คณินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบยาพิษ "แต่ก่อนจะวิจารณ์ชุดของผู้หญิงของผม ช่วยเช็คสมองและยอดขายบริษัทตัวเองก่อนดีกว่าไหม ว่าอีกกี่ชาติถึงจะตามโปรเจกต์ของผมทัน" กรณ์หน้าเสียไปถนัดตา แต่ยังฝืนยิ้มกลบเกลื่อน "ผมก็แค่ทักทายตามประสาคนเคยรู้จัก... ว่าแต่คุณมินตรานี่เสน่ห์แรงไม่เบานะครับ ขนาดงานระดับนี้ ยังมีหนุ่มๆ จากตระกูลดังมองตาเป็นมัน อยากจะเข้าไปทำความรู้จักอยู่รำไร" พูดจบร่างสูงของกรณ์ก็เบี่ยงตัวหลีกทางให้ พร้อมกับที่ชายหนุ่มแปลกหน้าคนหนึ่ง ในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างดี รูปร่างหน้าตาจัดว่าดูดีไม่แพ้พระเอกซีรีส์ ก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้ามินตราด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ "สวัสดีครับคุณมินตรา ผมธนภัทรครับ... พอดีผมเห็นคุณตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเข้างาน ยอมรับเลยว่าละสายตาไม่ได้จริงๆ พอจะมีเกียรติให้ผมขอไลน์ติดต่อเพื่อทำความรู้จักเป็นการส่วนตัวสักหน่อยไหมครับ?" ธนภัทรยื่นนามบัตรทองคำขาวให้ด้วยท่าทางสุภาพ ทว่าดวงตาแพรวพราวนั้นกลับจ้องมองมินตราด้วยความชื่นชมอย่างไม่ปิดบัง มินตราเบิกตากว้างเล็กน้อย เหลือบมองนามบัตรสลับกับใบหน้าของชายหนุ่มแปลกหน้า กำลังจะอ้าปากปฏิเสธตามมารยาท แต่ทว่า... หมับ! ฝ่ามือหนาของคณินที่คล้องอยู่บริเวณเอวบาง กลับออกแรงบีบกระชับแน่นขึ้นจนมินตราต้องนิหน้าด้วยความเจ็บเล็กน้อย ร่างสูงของประธานหนุ่มขยับเข้ามาประชิดตัวเธอจนแทบไม่มีช่องว่าง ไหล่กว้างแผ่รังสีอำมหิตออกมาอย่างเปิดเผย ดวงตาคมกริบจ้องมองธนภัทรด้วยแววตาดุดันราวกับพญาเสือที่กำลังหวงอาณาเขต "ขอโทษทีนะคุณธนภัทร..." คณินเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน รอยยิ้มบนใบหน้ามีความเยือกเย็นจนน่าขนลุก "แต่ผู้หญิงคนนี้... ไม่ว่างสำหรับคนแปลกหน้า" ธนภัทรชะงัก สีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยเมื่อเจอพลังกดดันระดับมหาอำนาจของคณิน "เอ่อ... ผมแค่..." "ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น..." คณินตัดบทเสียงกร้าว ดวงตาคมกวาดมองผู้ชายตรงหน้าด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "เพราะต่อให้คุณพยายามแค่นั้น ก็ไม่มีวันได้แม้แต่เบอร์โทรศัพท์ปลอมๆ ของเธอหรอก... ไสหัวไปซะ!" บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบลงทันที ผู้คนรอบข้างต่างหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความตกใจ ธนภัทรหน้าเสีย รีบขอตัวเดินหนีหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว มินตราหันขวับมามองชายหนุ่มข้างกายทันที ดวงตากลมโตฉายแววทั้งตกใจและขบขันระคนกัน เธอแกล้งเลิกคิ้วสูง เอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "แหม... เฮียคณินคะ ออกอาการหวงก้างขนาดนี้ กลัวมินจะหนีไปมีคนอื่นหรือไงคะเนี่ย?" คณินหันขวับมาสบตาเธอนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า มือหนาเลื่อนมาโอบกระชับเอวบางของเธอไว้แน่นขึ้นจนชิดติดอก พร้อมก้มลงกระซิบข้างหูด้วยเสียงที่ทำให้หัวใจของมินตรากระตุกวูบ "อย่ามาล้อเล่นกับความอดทนของผม มินตรา..." คณินกระซิบเสียงพร่า แววตาคลั่งรักที่ซ่อนไว้ภายใต้ความปากแข็งฉายชัดเจนขึ้นมาในเสี้ยววินาที "ถ้าคุณยังกล้าส่งยิ้มหวานเรี่ยราดให้ไอ้พวกแมลงวันหัวเขียวพวกนั้นอีก... คืนนี้บนเตียง เราเคลียร์กันยาวแน่" มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกกับความดุดันและแววตาจริงจังคู่นั้น เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับเพื่อรักษาฟอร์ม ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงปรบมือดังสนั่นขึ้นจากเวทีกลางห้องจัดเลี้ยง พร้อมกับการประกาศชื่อของประธานกรรมการกิตติมศักดิ์ที่เดินขึ้นไปกล่าวเปิดงาน และคนที่ยืนอยู่เคียงข้างประธานบนเวทีนั้น... คือผู้หญิงในอดีตที่มินตราไม่มีวันลืมหน้า และเป็นคนที่คณินพยายามปกปิดความสัมพันธ์มาตลอด ขอบคุณที่ติดตามอ่านกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ *ฟีนิกซ์สีทอง*
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%