แฟลชจากกล้องนับสิบตัวสาดวาบเข้ามาจนแทบมองไม่เห็นทางเดินด้านหน้า เสียงชัตเตอร์รัวระรัวราวกับฝนตกกระทบสังกะสี พร้อมกับเสียงตะโกนถามคำถามละลานตาจากบรรดานักข่าวบันเทิงและปาปารัสซี่ที่กรูกันเข้ามาล้อมกรอบจนพื้นที่หน้าหอศิลป์ใจกลางเมืองแคบลงถนัดตา
“คุณมินตราครับ! ข่าวลือเรื่องที่ดีลลับธุรกิจกับท่านประธานคณินคือการแต่งงานบังหน้าจริงไหมครับ!”
“แล้วเรื่องที่คุณกรณ์ออกมาโพสต์แฉว่าคุณคณินแย่งคู่หมั้นนี่มีความจริงแค่ไหนครับ!”
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น เปลือกตาปิดลงเสี้ยววินาทีเพื่อตั้งสติท่ามกลางคลื่นมรสุมข่าวกรองที่โถมเข้าใส่ เธอไม่ใช่ดารา แต่สถานะ ‘คู่หมั้นเก่าของกรณ์’ และ ‘ผู้หญิงข้างกายคณิน’ ในเวลานี้ ทำให้เธอกลายเป็นเป้าสายตาของคนทั้งประเทศ มือเรียวที่กำกระเป๋าถือแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเท้าฝ่าวงล้อมออกไป แขนแกร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก็คว้าหมับเข้าที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็ว
แรงดึงนั้นกึ่งบังคับกึ่งปกป้อง ร่างของมินตราจึงเซเข้าหาแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ
“เฮ้ย...!” อุทานได้แค่คำเดียว ปลายนิ้วเรียวก็ต้องยันกับปกเสื้อสูทเนื้อดีไว้เพื่อไม่ให้ชนเข้าเต็มแรง
คณินก้มมองคนในอ้อมแขน ใบหน้าหล่อเหลาคมคายบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดตามองกลุ่มนักข่าวด้วยรังสีความเย็นชาที่แผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที ปากร้ายๆ ของเขาขยับกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดที่ปกปิดไม่มิด
“ถ้าไม่อยากให้พวกมันเขียนข่าวว่าคุณสติแตกกลางวงสัมภาษณ์ ก็หุบปากแล้วทำตามที่ผมบอกซะ มินตรา”
“ฉันไม่ได้สติแตก... อ๊ะ!”
ยังไม่ทันเถียงจบ คณินก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้โต้แย้ง มือหนาเปลี่ยนจากโอบเอวเลื่อนขึ้นมาประคองท้ายทอยมนไว้มั่น ปลายนิ้วแข็งแรงกดลงเบาๆ เป็นเชิงบังคับ ก่อนที่ร่างสูงจะโน้มใบหน้าลงมาหาอย่างรวดเร็ว
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางสะอาดสะอ้านผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของเขาพุ่งเข้าชนประสาทสัมผัสจนมินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
วินาทีต่อมา... ริมฝีปากหยักลึกของคณินก็ทาบทับลงมาปิดเรียวปากอิ่มของเธอสนิท
*แชะ! แชะ! แชะ! แชะ!*
เสียงชัตเตอร์รอบตัวดังกระหึ่มยิ่งกว่าเดิมราวกับคลื่นยักษ์โถมซัด แสงแฟลชที่กะพริบถี่รัวสะท้อนอยู่ในความมืดสลัวของม่านตา แต่มินตรากลับไม่รับรู้อะไรอีกแล้วนอกจากสัมผัสอุ่นจัดที่แนบชิดอยู่บนเรียวปาก หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราวดรัมเมอร์ตกมันในอกข้างซ้าย มันเต้นแรงและเร็วเสียจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันไปด้วย
นี่ไม่ใช่จูบปลอมๆ เพื่อตบตาประชาชีแบบที่เคยตกลงกันไว้... ความนุ่มนวลแต่เด็ดขาดที่ริมฝีปากของเขาบดคลอเคลียลงมา มันมีความร้อนรุ่มและความหึงหวงเจืออยู่อย่างชัดเจนจนเธอสมองตื้อตัน
คณินเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยให้มันเป็นแค่การแสดงเช่นกัน เดิมทีเขาแค่อยากสร้างภาพยนตร์รักฉุกเฉินเพื่อกลบข่าวฉาวและกันยายน—เอ้ย กรณ์—ให้พ้นทาง แต่พอได้สัมผัสกลีบปากนุ่มที่ดื้อรั้นมาตลอด ความคิดในหัวเขาก็ขาวโพลนไปหมด ร่างกายมันสั่งการให้เขาลงโทษคนปากเก่งที่ชอบหาเรื่องให้เป็นห่วงด้วยการจูบย้ำๆ ให้สำนึก สัมผัสหวานล้ำที่เคลือบด้วยความดุดดันทำให้สติของนักธุรกิจหนุ่มผู้เยือกเย็นกระเจิงไปชั่วขณะ
มือที่ประคองท้ายทอยออกแรงกดกระชับมากขึ้น บังคับให้เธอเงยหน้ารับสัมผัสที่ลึกซึ้งขึ้นท่ามกลางเสียงฮือฮาและเสียงกรี๊ดกร๊าดของบรรดาแฟนคลับและนักข่าวที่กดชัตเตอร์กันจนเมมโมรี่การ์ดแทบระเบิด
มินตรามือไม้อ่อนปวกเปียก เธอต้องขยุ้มปกเสื้อสูทของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ดวงตาคู่สวยหลarลงพริบตาเพื่อซ่อนความหวั่นไหวที่ปะทุขึ้นในอก ความโกรธที่เคยมีถูกละลายหายไปกับรสสัมผัสวาบหวามที่เขาจู่โจมอย่างไร้ทางหนี
เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เวลาเหมือนหยุดเดิน จนกระทั่งคณินรู้สึกได้ว่าคนในอ้อมแขนเริ่มหายใจไม่ทัน เขายอมผละริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้มินตราได้กอบโกยอากาศเข้าปอด ใบหน้าหวานแดงก่ำลามเลียไปถึงใบหูและลำคอระหง ดวงตาฉ่ำน้ำตวัดมองค้อนเขาค้อนใหญ่ด้วยความหมั่นไส้แกσกเขิน
“คุณ... ฉวยโอกาสนะ” มินตราหอบหายใจเบาๆ กระซิบเสียงลอดไรฟันขณะที่ยังซบอยู่กับแผงอกเขาเพื่อบังมุมกล้อง
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าเรียบเฉยแต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจัดกลับทรยศความคิดเขาสิ้นเชิง “ผมกำลังช่วยกู้ชื่อเสียงให้คุณต่างหาก มินตรา เลิกทำหน้าเหมือนผมเป็นฆาตกรได้แล้ว เดินตามมาดีๆ ถ้าไม่อยากให้ผมจูบซรอบสองต่อหน้ากล้อง”
ปากร้ายเสมอต้นเสมอปลาย... แต่วินาทีที่เขาเอื้อมมือมาโอบไหล่เธอแน่นและพาฝ่าวงล้อมนักข่าวเดินขึ้นรถเบนซ์สีดำคันหรูที่จอดรออยู่ มินตรากลับสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ปกป้องเธอจากพายุร้ายได้อย่างชะงัก
ประตูรถปิดลง ตัดขาดเสียงอึกทึกครึกโครมภายนอกเหลือเพียงความเงียบสงบภายในห้องโดยสารแอร์เย็นฉ่ำ ทั้งคู่ต่างฝ่ายต่างนั่งนิ่งโดยไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไรออกมา
คณินหันไปมองนอกหน้าต่างเพื่อซ่อนรอยยิ้มพึงพอใจที่มุมปาก ขณะที่มินตรายกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าว หัวใจเจ้ากรรมก็ยังคงเต้นไม่เป็นส่ำ
ทว่า ความเงียบสงบนั้นอยู่ได้ไม่ถึงนาที เมื่อหน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงของคณินสว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่ปรากฏชื่อบนหน้าจอ... ชื่อที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของประธานหนุ่มหายวับไปกับตา และแทนที่ด้วยแววตาดุดันคมกริบยิ่งกว่าเดิม
คณินเหลือบมองหน้าจอนิ่งงัน ก่อนจะกดรับสายด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
“มีอะไร... ถึงกล้าโทรมาหาฉันตอนนี้”
มินตราหันขวับไปมองท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขา หัวใจกระตุกวูบเมื่อสังเกตเห็นสันจรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน
รถหรูเคลื่อนตัวออกไปท่ามกลางความมืดของค่ำคืน โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า... ปลายสายที่โทรเข้ามา กำลังจะเปิดฉากหายนะระลอกใหม่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันเสมอนะครับ
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 6
รอยจูบฉุกเฉิน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!