ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 7

ใครกันแน่ที่แพ้ทาง

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าคุณยังจ้องผมด้วยสายตาคุกคามแบบนั้นอีกแค่สามวินาที ผมจะถือว่าคุณกำลังเรียกร้องความสนใจในรูปแบบที่สิ้นคิดที่สุดนะครับ คุณมินตรา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดจงใจกดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวสุดหรูบนชั้นพ้นฟ้า คณินไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากแฟطةเอกสารโครงการประมูลพันล้านตรงหน้า ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงยังคงจดบันทึกตัวเลขอย่างมั่นคง ทว่าความจริงอันน่าขันคือ สันกรามคมกริบที่ขยับขบเข้าหากันอย่างแน่นหนานั้นฟ้องชัดว่า สมาธิของท่านประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าไร้พ่ายในเชิงธุรกิจ ได้พังทลายลงตั้งแต่นาทีแรกที่หญิงสาวเจ้าของดีลลับก้าวเข้ามาหย่อนกายลงบนโซฟาหนังอิตาลีตัวตรงข้ามแล้ว มินตราไวกว่าที่คิด เธอลอบยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ ยามที่ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ละไปจากใบหน้าหล่อเหลาที่ราวกับประติมากรรมชั้นยอดนั่นเลยแม้แต่วินาทีเดียว หญิงสาวในชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิท จงใจเปลี่ยนอิริยาบถจากการนั่งไขว่ห้างธรรมดา เป็นการทิ้งน้ำหนักตัวเอนพิงพนักโซฟาอย่างเกียจคร้าน ปล่อยให้เรียวขายาวภายใต้เนื้อผ้าบางเบาไขว่สลับสับเปลี่ยนช้าๆ ราวกับนางพญาแมงมุมที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้าสู่ใย "เรียก,ร้อง,ความ,สนใจ?" มินตราทวนคำทีละพยางค์ด้วยน้ำเสียงกวนประสาท น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงเขี้ยวเล็บเจือแววเย้ายวน เธอยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินนวดน่องเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานกระจกใสทีละก้าว "เฮียคิดไปถึงไหนแล้วคะ... เอ๊ย... ไปถึงไหนแล้วครับ พอดีติดปากพูดกับเพื่อนสนิทน่ะค่ะ... แฮ่ม! ครับ!" ดวงตาคมดุของคณินเงาดำวับขึ้นทันทีเมื่อได้ยินสรรพนามชวนกระตุกต่อมหมวกไต ปากกาในมือหยุดชะงัก เขาดันแว่นสายตาไร้กรอบขึ้นเล็กน้อยก่อนจะปรายตามองหญิงสาวที่จงใจยืนโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับขอบโต๊ะทำงานของเขา ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของวานิลลาผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวลอยแตะจมูก อันตราย... นี่คือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดงที่เสียงในหัวของคณินกำลังแผดร้อง "ถอยออกไปห่างๆ สามเมตรครับ คุณมินตรา พื้นที่ตรงนี้สงวนไว้สำหรับคนที่มีงานทำ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นสำหรับคนว่างงานที่ชอบหาเรื่องมากวนประสาทชาวบ้านเขาไปทั่ว" คณินเอ่ยเสียงเรียบ พยายามดึงมาดประธานผู้เย็นชาและไร้หัวใจกลับคืนมาอย่างยากเย็น เมื่อสายตาเจ้ากรรมดันเผลอไผลไปมองไหปลาร้าเนียนสวยที่โผล่พ้นคอเสื้อกว้างของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง "แหม เฮียก็... คนเรามันก็ต้องมีพักสมองผ่อนคลายกันบ้างสิคะ" มินตรายิ้มหวานหยาดเยิ้ม เธอยิ่งแกล้งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน หากไม่ใช่เพราะอุปสรรคคือโต๊ะทำงานกั้นขวางไว้ "อีกอย่าง... ปลายสายที่โทรเข้ามาเมื่อคืนก่อนที่คุณจะตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเนี่ย มันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายระดับที่ทำให้เฮียนอนไม่หลับเลยไม่ใช่เหรอคะ ทำไมทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นล่ะ หรือว่า... กำลังกลัวอะไรอยู่?" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาวับหนึ่ง เขาไม่ใช่คนที่จะยอมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบใครง่ายๆ โดยเฉพาะกับยัยคุณหนูตกอับจอมพยศคนนี้ ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวตนของประธานหนุ่มจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นอึดอัดขึ้นมาทันที คณินก้าวเท้าอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาประชิดตัวมินตราอย่างรวดเร็ว ชนิดที่หญิงสาวไม่ทันตั้งตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้มินตราต้องถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังบางไปชนเข้ากับบานกระจกใสหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงเบื้องล่าง "คิดว่าตัวเองเหนือกว่ามากสินะครับ" คณินก้มตัวลงกระซิบชิดใบหูขาวสะอาด ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอจนมินตราขนลุกซู่ มือหนาทั้งสองข้างทาบลงบนกระจกโอบล้อมร่างบางไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์ "เบอร์แปลกที่โทรเข้ามาเมื่อคืน... และน้ำเสียงสั่นเครือที่ปลายสายพยายามปิดบัง... คุณคิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าใครเป็นคนชักใยอยู่เบื้องหลังเกมตื้นๆ นี่" มินตราสะดุ้งวาบในใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะสัมผัสไออุ่นและกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของผู้ชายตรงหน้าที่มันใกล้ชิดเกินไป ใกล้จนสติที่พยายามรวบรวมมาตลอดทางกระเจิงหายไปหมด "เฮีย... พูดเรื่องอะไร ฉัน... ผมไม่เห็นรู้เรื่อง" มินตราพยายามเค้นเสียงแข็งสู้ แม้ว่าเสียงจะเริ่มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อดวงตาคู่คมกริบเลื่อนต่ำลงมามองริมฝีปากของเธอที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น "ปากบอกไม่รู้เรื่อง แต่เหงื่อกาฬแตกพลั่กที่ขมับนี่กำลังบอกความจริงตรงกันข้ามเลยนะครับ" คณินเหยียดยิ้มร้ายกาจ เป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น และมันคืออาวุธสังหารที่ทำลายล้างหัวใจคนมองได้อย่างราบคาบ "จำไว้ว่าเกมนี้ผมเป็นคนถือไพ่เหนือกว่า ถ้าไม่อยากให้แผนการสกปรกของไอ้กรณ์มันพังคามือคุณ... ก็จงอยู่เฉยๆ แล้วทำตามที่ผมสั่งซะ" "นี่คุณ! คิดว่าฉันกลัวไอ้สารเลวนั่นหรือไง!" มินตราโกรธจัดจนลืมตัว เธอเงยหน้าขึ้นหมายจะต่อปากต่อคำให้สาสầm ทว่าจังหวะนั้นเอง คณินกลับขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านแก้มเนียนนุ่มไปเพียงนิดเดียว โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน ชั่ววินาทีนั้นไม่มีเสียงลมหายใจของใครอื่น นอกจากเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน คณินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่แนบชิดเกินกว่าเหตุ ความตั้งใจแรกที่จะขู่ขวัญให้เธอกลัว กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตัวเองให้เต้นผิดจังหวะเสียอย่างนั้น ปากบอกว่ารำคาญ... ปากบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย... แต่ทำไมสายตาและร่างกายของเขากลับกักขังผู้หญิงคนนี้ไว้ไม่ยอมปล่อยมือเสียที มินตราเองก็ลืมหายใจ สมองขาวโพลนไปหมด เธอไม่เคยคาดคิดว่าคนอย่างคณินจะกล้าเล่นลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้... ไม่สิ มันไม่ใช่ลูกไม้ตื้นๆ แต่มันคือการฆ่ากันให้ตายทางอ้อมชัดๆ! "ปล่อยนะ..." มินตราพยายามดันอกแกร่งออกเบาๆ ทว่ามือหนากลับคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างรวบไว้เหนือศีรษะด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างเอื้อมมาเชยคางมนขึ้นบังคับให้เธอมองสบตาตรงๆ "ถ้าผมไม่ปล่อย... คุณจะทำไมล่ะครับ หืม?" น้ำเสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก แววตาของคณินในตอนนี้ไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความคลั่ง rix ที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ความซึนเดระมานานนับแรมเดือนกำลังลุกโชน บรรยากาศกำลังหวานล้ำและอันตรายถึงขีดสุด ราวกับชนวนระเบิดที่จุดติดไฟไว้แล้ว ทว่า... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท ทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนที่กำลังก่อตัวขึ้นจนพินาศย่อยับในพริบตา "เฮียคณินครับ! งานเข้าแล้วครับ! ทางฝ่ายกฎหมายโทรมาแจ้งว่า... มีหมายศาลส่งตรงมาจากบริษัทคู่แข่ง ฟ้องร้องเรื่องสิทธิ์การถือครองที่ดินล็อตสุดท้ายแล้วครับ!" เสียงตะโกนร้อนรนของเลขาหนุ่มหน้าห้องดังทะลุบานประตูไม้สักเข้ามา พร้อมๆ กับที่กลอนประตูกำลังถูกบิดเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต คณินสบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย เขายอมผละร่างออกจากมินตราอย่างจำใจ แต่ดวงตายังคงจ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาคาดโทษ มินตรารีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยความเขินอายและโกรธขึงปะปนกัน เธอยกมือขึ้นเสยผมลวกๆ เพื่อซ่อนอาการสั่นไหวของหัวใจ ก่อนจะหันไปมองประตูที่กำลังเปิดกว้างออกเผยให้เห็นร่างของเลขาที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ทว่า... สายตาของมินตรากลับสะดุดเข้ากับเงาร่างของอีกคนที่ก้าวตามหลังเลขาเข้ามาในห้องทำงาน ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทเนี๊ยบ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มเยาะเย้ยที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี... กรณ์! อดีตคู่หมั้นผู้เหี้ยมโหดและเป็นต้นเหตุของหายนะทั้งหมดก้าวเข้ามาพร้อมกับเอกสารในมือ โดยมีรอยยิ้มเย็นเยียบประดับอยู่บนมุมปาก "ขอโทษที่ขัดจังหวะความสวีทนะครับ... พอดีผมมีเรื่อง 'สำคัญมาก' ที่อยากจะมาตกลงกับว่าที่ภรรยาของคุณด้วยตัวเอง" กรณ์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ขณะที่สายตาคมกริบมองตรงมาที่มินตราด้วยแววตาน่าขนลุก - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับความซึนของเฮียคณินนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%