“เชิญครับ... ถ้าคุณกรณ์มีเรื่องสำคัญมากจนทนรอให้พ้นค่ำนี้ไม่ได้ ก็เชิญพูดต่อหน้าผมได้เลย”
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากริมฝีปากหยักของคณินไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือความเย็นเยียบระดับศูนย์องศาที่พร้อมจะแช่แข็งทุกคนในห้องรับแขกให้กลายเป็นจุล ดวงตาคมกราบกวาดมองผู้มาเยือนด้วยรังสีอำมหิตที่ชัดเจนเสียจนมินตราซึ่งยืนอยู่กึ่งกลางระหว่างผู้ชายสองคนยังต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืน
กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มพ Zร่าบนใบหน้าหล่อเหลาแบบสำอางไม่ได้สะท้อนความเกรงกลัวต่อเจ้าของบ้านแม้แต่น้อย เขาก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของคณินอย่างไร้มารยาท ดวงตาพราวระยับด้วยเล่ห์เหลี่ยมกวาดมองไปทั่วร่างบางของมินตราที่เริ่มยืนทรงตัวแทบไม่ไหว
“ผมแค่แวะมาดูว่า... ว่าที่ภรรยาเก่าของผมคนนี้ จะยังมีความสุขดีอยู่หรือเปล่าใต้ชายคาเดียวกันกับคุณคณินผู้ทรงอิทธิพล” กรณ์ลากเสียงยาวอย่างจงใจยั่วโมโห “ดูท่าทางเธอจะเหนื่อยเอาเรื่องนะครับ หรือว่าดีลลับที่คุณทำไว้กับเธอมันหนักหนาเกินกว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะรับไหว?”
“เรื่องของผมกับคุณหนูมินตรา ไม่มีความจำเป็นต้องรายงานให้คนนอกอย่างคุณรับรู้” คณินก้าวเท้าเข้าไปขวางหน้ามินตราไว้ครึ่งก้าว บังร่างระหงให้อยู่ในรัศมีคุ้มครองของตนโดยอัตโนมัติ แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่ไหล่กว้างนั้นกลับทำหน้าที่เป็นกำแพงมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ “และถ้าหมดธุระแล้ว เชิญกลับทางเดิมครับ ผมไม่อยากต้อนรับแขกที่ไร้มารยาทไร้กาลเทศะในยามวิกาลแบบนี้”
“ใจร้อนจริงนะฃรับเฮียคณิน... ระวังเถอะ ของรักของหวงอาจจะหลุดมือไปก่อนจะได้ครอบครองจริงๆ หรอก” กรณ์ทิ้งท้ายด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ก่อนจะยอมหมุนตัวเดินกลับออกไปตามความกดดันอันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่ม
ปัง!
เสียงประตูปิดลงสนิทพร้อมกับร่างของคณินที่หันขวับกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนเซถลาจนเกือบจะล้มพับลงไปกองกับพื้น ดวงตาคู่คมฉายแววหงุดหงิดระคนกังวล แต่ริมฝีปากหนากลับเลือกที่จะพ่นคำพูดเชือดเฉือนออกมาตามความเคยชิน
“ยืนให้มันตรงๆ หน่อยสิครับคุณมินตรา อ่อนแอเป็นเด็กทารกไปได้ หรือว่าเมื่อกี้อินกับบทละครน้ำเน่าของไอ้กรณมันมากเกินไปจนยืนไม่ไหว?”
มินตราเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาที่เริ่มพร่ามัว ริมฝีปากที่เคยเถียงฉอดๆ บัดนี้ซีดเซียวจนแทบไร้สีเลือด เธอกัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อกลั้นความรู้สึกวิงเวียนที่ตีรวนขึ้นมาในอก เสียงหวานเอ่ยตอบโต้ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ
“ถ้าฉันจะล้ม... ก็คงไม่ใช่เพราะบทละครของใครหรอกค่ะ... แต่เป็นเพราะรำคาญเสียงบ่นของคุณนี่แหละ...”
พูดจบทัศนวิสัยรอบตัวเธอก็ดับวูบลงทันที ร่างบางเซถลาล้มลงไปข้างหน้าอย่างหมดแรง
“เฮ้ย!”
คณินพุ่งตัวเข้ารับร่างของมินตราไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะฟาดพื้น ความเย็นชาทั้งหมดเมื่อครูมลายหายไปในพริบตาเมื่อฝ่ามือหนาที่สัมผัสโดนลาดไหล่บางรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวราวกับเตาไฟ ลมหายใจที่เป่ารดต้นคอของเขาร้อนจัดจนน่าตกใจ
ใบหน้าหวานที่มักจะเชิดใส่เขาเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับแดงก่ำ ผิวแก้วเนียนขึ้นสีระเรื่อด้วยพิษไข้ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันมุ่นด้วยความทรมานแม้ในยามหมดสติ
“ให้ตายเถอะ... ดื้อด้านนักนะมินตรา!”
ประธานหนุ่มสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอกด้วยความรวดเร็วแล้วสาวเท้ายาวๆ ตรงไปยังห้องนอนใหญ่ของตนทันที ความสะอาดและความเป็นระเบียบขั้นสุดที่เขาเคยยึดถือถูกโยนทิ้งไปชั่วขณะเมื่อเขาวางร่างของเธอลงบนเตียงนอนนุ่มอย่างทะนุถนอมกว่าที่เจ้าตัวจะรู้ตัวเสียอีก
ผ่านไปหลายชั่วโมง ความเงียบสงบปกคลุมทั่วทั้งคฤหาสน์หลังใหญ่ มีเพียงเสียงลมหายใจติดขัดและอาการเพ้อเบาๆ ของคนป่วยที่นอนซมอยู่บนเตียง
คณินไม่ได้ขยับไปไหนเลยตั้งแต่เมื่อคืน ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงโดยมีผ้าขนหนูผืนเล็กและกะละมังใส่น้ำอุ่นวางอยู่ข้างกาย เสื้อเชิ้ตทำงานราคาแพงถูกพับแขนขึ้นจนถึงข้อศอก เนคไทถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ เส้นผมสีเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการที่เขาใช้มือเสยมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความเครียด
“อื้อ... หนาว...” เสียงหวานครางแผ่วเบารemind ความเจ็บปวด ดวงตาคู่สวยปิดสนิทแต่มีหยาดน้ำตาซึมอยู่ตรงหางตา
คณินถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เป็นรอบที่ร้อยของคืนนี้ ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง เขายื่นมือหนาไปแตะหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิ ความร้อนที่แผดเผาออกมาทำให้เขาต้องขมวดคิ้วมุ่น
“ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้ ยังจะอวดเก่งทำเป็นปากดีใส่ผมอีกนะคุณหนู”
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาไม่มีแววประชดประชันหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนเจือความดุเล็กๆ ที่มีแต่เจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ เขาจุ่มผ้าลงในน้ำอุ่น บิดหมาดจนแห้งสนิท แล้วบรรจงเช็ดทำความสะอาดไปตามกรอบหน้าลำคอระหง และฝ่ามือเรียวบางอย่างเบามือที่สุด กลัวเหลือเกินว่าน้ำหนักเพียงเล็กน้อยจะทำให้เธอตื่นขึ้นมาต่อปากต่อคำกับเขาอีก
ตลอดทั้งคืน คณินไม่ได้นอนเลยแม้แต่วาทีเดียว ทุกครั้งที่มินตราขยับตัวเพราะพิษไข้ เขาจะคอยพลิกตัว จัดท่าทาง ห่มผ้าให้ และคอยป้อนยา ลดไข้ให้เธออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สายตาคมกริบที่เคยใช้มองคู่แข่งทางธุรกิจอย่างไร้ความปรานี ในยามนี้กลับทอดมองร่างที่นอนป่วยด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธ
จนกระทั่งแสงสีทองของรุ่งอรุณเริ่มสาดส่องลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา อาการไข้ของมินตราเริ่มทุเล็กลง ลมหายใจสม่ำเสมอขึ้น และสีหน้าก็เริ่มกลับมามีเลือดฝาดอีกครั้ง
คณินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาฟุบหน้าลงกับขอบเตียงด้วยความอ่อนเพลีย ดวงตาคู่คมปิดสนิทเตรียมจะพักผ่อนบ้างหลังจากไม่ได้นอนมาทั้งคืน
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามมาด้วยเสียงแหลมใสของพัดชาเพื่อนสนิทของมินตราที่ถือวิสาสะผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
“มินตรา! แกเป็นยังไงบ้างวะ ฉันได้ข่าวว่า... อุ๊ย!”
พัดชาชะงักฝีเท้ากึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นสภาพของประธานหนุ่มบริษัทอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ที่กำลังเงยหน้าขึ้นมามองเธอด้วยสายตาดุร้ายราวกับเสือหิวที่ถูกปลุกจากการจำศีล บนโต๊ะข้างเตียงมีถ้วยยาและกะละมังน้ำวางอยู่ชัดเจน
คณินยกนิ้วขึ้นจุ๊ปากเป็นเชิงห้ามส่งเสียงดัง ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากไล่เพื่อนตัวแสบออกไปจากห้อง มินตราที่นอนอยู่บนเตียงก็เริ่มขยับเปลือกตาช้าๆ และส่งเสียงครางประท้วงเบาๆ
คณินหันกลับไปมองคนป่วยทันที ทว่า... ในจังหวะที่มินตราปรือตาขึ้นมาสบตากับเขาตรงๆ ด้วยความงงงวย ร่างบางกลับเอื้อมมือเรียวคว้าปกเสื้อเชิ้ตของเขาไว้แน่นแล้วดึงเข้ามาใกล้ด้วยแรงเฮือกสุดท้าย กระซิบคำพูดที่ทำให้หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวาบ
“เฮีย... เมื่อคืน... ฝันว่ามีคนขโมยจูบฉัน... ใช่เฮียหรือเปล่า?”
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้ฟีนิกซ์สีทองเสมอนะครับ
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 8
ไข้หวัดตัวร้าย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!