กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอวลตัดกับกลิ่นอายความเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศ แต่มันกลับไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนเตียงนอนคิงไซส์นี้น่าอภิรมย์ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย
ในเมื่อศีรษะของมินตราไม่ได้หนุนอยู่บนหมอนขนเป็ดราคาแพง แต่มันกลับซุกซบอยู่บนแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่กระดุมหลุดลุ่ยไปสองเม็ด ปลายจมูกของเธอแทบจะชนเข้ากับลำคอแกร่ง และที่แย่ที่สุดคือแขนเรียวข้างหนึ่งของเธอกำลังพาดทับลำตัวสอบ พร้อมกับขาที่เกี่ยวพันกันสนิทราวกับจงใจล็อกตัวเขาไว้ไม่ให้ดิ้นไปไหน
“ตื่นแล้วก็เลิกทำตัวเป็นปลิงดูดเลือดสักทีครับ คุณมินตรา”
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแรงกระเพื่อมเบาๆ จากการไหวตัวของเจ้าของร่าง
มินตราบิดตัวขยุกขยิกด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถลออกมานอกเบ้า สมองที่ยังประมวลผลได้ไม่เต็มร้อยสั่งการให้เธอดีดตัวผงะถอยหลังอย่างรวดเร็ว แต่ความซุ่มซ่ามเจ้ากรรมดันทำให้ข้อศอกไปกระแทกเข้ากับหัวเตียงดังสนั่น
“โอ๊ย!” เธอนิหน้าด้วยความเจ็บ มือข้างหนึ่งยกขึ้นกุมข้อศอกตัวเองแน่น ปากก็รีบสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว “ใครเป็นปลิงไม่ทราบคะ... เอ๊ย! ไม่ทราบครับ!”
เกือบหลุดปากพูดภาษาหญิงออกไปเสียแล้วให้ตายสิ! แต่วินาทีนี้ไม่ใช่เวลามานั่งจับผิดสรรพนามตัวเอง เพราะใบหน้าคมคายของคณินที่กำลังเลิกคิ้วมองเธอด้วยสายตากลั้วหัวเราะ มันชวนให้น่าหมั่นไส้จนเธออยากจะเอาหมอนฟาดหน้าเขาให้สาสม
คณินยันตัวลุกขึ้นพิงหัวเตียงช้าๆ เขายกมือขึ้นปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างไม่ยี่ห่าว ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากในแบบที่มินตราเห็นแล้วอยากจะกระโดดเข้าไปหยิกให้เนื้อเขียว
“เมื่อคืนคุณเป็นคนดึงผมเข้าไปกอดเองแท้ๆ แถมยังละเมอพึมพำอะไรไม่รู้... ฟังไม่เป็นภาษาแถมน้ำลายเกือบเปื้อนเสื้อราคาแพงของผมด้วยซ้ำ” ประธานหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน
“โกหก!” มินตราปฏิเสธเสียงแข็ง ใบหน้านวลร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนเธอต้องรีบยกมือขึ้นกุมแก้มตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนรอยแดง “ฉันไม่ใช่คนนอนดิ้นย้วยขนาดนั้นสักหน่อย เฮียต่างหากที่แอบฉวยโอกาสรวบตัวฉันเข้าไปกอดตอนที่ฉันหลับใช่ไหมล่ะคะ... อ๊ะ! ใช่ไหมล่ะครับ!”
เธอเกือบพลาดอีกแล้ว ดวงตากลมโตตวัดมองคณินอย่างเอาเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนความผิดพลาดเมื่อครู่
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพยุ่งเหยิงของหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด “ฉวยโอกาส? หึ... สภาพคุณตอนนี้เหมือนลูกแมวตกน้ำมากกว่านางเสือดาวที่ปากเก่งใส่ผมเมื่อวานเสียอีกนะครับ”
“นี่เฮีย!” มินตราถลึงตาใส่ ลืมตัวจนเผลอขยับเข้าไปใกล้แล้วใช้นิ้วชี้หน้าเขา “อย่ามาปรักปรำฉันนะ เมื่อคืนก่อนฉันจะหลับ ฉันจำได้แม่นว่าฉันนอนอยู่ริมสุดโน่น! อยู่ๆ จะกลิ้งมาซุกอกเฮียได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะเฮีย... เพราะเฮียแอบอุ้มฉันขยับมาเอง!”
“ผมว่างมากหรือไงถึงต้องอุ้มคุณมานอนกอด?” คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดนิดๆ แต่ดวงตากลับไม่ได้ดุอย่างที่ปากว่า “ถ้าจำไม่ได้... งั้นผมทวนความจำให้เอาไหมครับ ว่าเมื่อคืนใครกันแน่ที่ละเมอซุกเข้ามาหาผมเองแถมยังละเมอพูดว่า...”
“หยุด! ไม่ต้องพูดเลยนะ!” มินตราร้องห้ามเสียงหลง ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูเมื่อนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อคืน เธอจำได้เลาๆ ว่าเธอฝันถึงเรื่องแปลกประศนา และคำถามที่เธอทิ้งไว้ก่อนนอน...
*“เฮีย... เมื่อคืน... ฝันว่ามีคนขโมยจูบฉัน... ใช่เฮียหรือเปล่า?”*
ภาพความฝันที่ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาอย่างไร้การตั้งตัวผุดวาบขึ้นมาในหัว มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล สายตาที่มองเขาจึงเริ่มหลบเลี่ยงความจริงอย่างน่าพิศวง
คณินเห็นท่าทางพิรุธนั้น รอยยิ้มร้ายก็ยิ่งขยายกว้างขึ้นไปอีก เขยิบกายเข้าไปใกล้ร่างบางที่กำลังนั่งกอดเข่าถอยร่นจนหลังติดหัวเตียง
“เรื่องจูบนั่นเหรอครับที่คุณสงสัย?” น้ำเสียงทุ้มต่ำจงใจกระซิบกระซาบใกล้ใบหู จนมินตราต้องหดคอหนีด้วยความจั๊กจี้และตื่นตระหนก
“ใคร... ใครสงสัยกันเล่า! ฉันไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นสักหน่อย!” มินตราเถียงเสียงตะกุกตะกัก หลบสายตาวาววับที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน
“อ้าวเหรอครับ นึกว่ากำลังคาดคั้นความจริงเรื่องรอยจูบเมื่อคืนเสียอีก” คณินแกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสงสัย ดวงตาคู่คมจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างนึกสนุก “ถ้าอยากรู้ว่าใช่ผมหรือเปล่า... ลองพิสูจน์ตอนนี้อีกรอบไหมล่ะครับ เผื่อความจำของคุณจะดีขึ้น”
สิ้นคำพูดนั้น คณินก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร มินตราบังคับให้ตัวเองหายใจติดขัด หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน มือเรียวยกขึ้นดันแผงอกเขาไว้ตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความสิเน่หาอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงหวานแหลมที่คุ้นเคยจนมินตราอยากจะมุดแผ่นดินหนี
“คุณคณินคะ! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ พอดีพัดชาเอาเอกสารด่วนมาให้คุณหนูมิน... อ้าว ตายจริง!”
ประตูห้องนอนเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต พัดชาที่ถือแฟ้มเอกสารในมืออ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจกับภาพตรงหน้า—ภาพที่ประธานหนุ่มเนื้อหอมกำลังคร่อมทับเพื่อนสนิทของเธออยู่บนเตียงนอนในยามเช้าตรู่!
มินตราเบิกตากว้าง หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยความตกใจสุดขีด ก่อนจะผลักอกคณินเต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังแทบไม่ทัน
“พัดชา! แกฟังฉันก่อนนะ! มันไม่ใช่แบบที่แกเห็นนะเว้ย!”
แต่มินตรายังไม่ทันได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปร่งอีกคนหนึ่งที่ก้าวตามหลังพัดชาเข้ามาในห้อง พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมาให้เธอกับคณิน
“อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานของคุณหนูมินตรากับคุณคณินเข้าสินะครับเนี่ย”
เสียงทุ้มกวนประสาทของ **กรณ์** ดังขึ้น พร้อมกับสายตาที่กวาดมองทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคลือบแฝงไปด้วยความประสงค์ร้ายอย่างเต็มเปี่ยม!
ฟีนิกซ์สีทอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 9
อรุณสวัสดิ์ที่น่าตกใจ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!