เสียงถอนหายใจหนักหน่วงดังขึ้นแทรกความเงียบที่โรยตัวปกคลุมห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นลักชูรี
มินตราขยับตัวถอยหลังห่างจากอ้อมแขนแกร่งของคณินทีละนิด สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเธอทันทีว่าบรรยากาศรอบตัวกำลังเปลี่ยนจากสีชมพูเรื่อๆ ให้กลายเป็นสีเทาหม่นของเมฆฝนตั้งเค้า ร่างสูงของชายหนุ่มยืนนิ่งค้าง ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนสันจามันนูนเด่น ดวงตาคู่คมที่เมื่อครู่ยังฉายแววปรารถนาและกรุ่นไอร้อนแรง บัดนี้กลับตวัดมองไปยังร่างระหงสง่างามของสตรีผู้มาเยือนด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"คุณแม่..." คณินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดันไว้มิดชิด "นี่มันหมายความว่าอย่างไรครับ ถึงได้เข้ามาในห้องส่วนตัวของผมโดยไม่เคาะประตู"
คุณหญิงวาสนา กุลธำรงค์ ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ ปลายรองเท้าส้นสูงยี่ห้อดังกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานบ่งบอกถึงอำนาจในตัว เธอมองกวาดสายตาสำรวจมินตราตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาที่ไม่ได้ปิดบังความดูแคลนเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"ถ้าแม่ไม่ถือวิสาสะเข้ามาเอง วันนี้แม่คงไม่มีทางได้เห็นภาพบาดตาบาดใจแบบนี้หรอกนะคณิน" คุณหญิงวาสนากวาดสายตากลับมามองบุตรชาย "ผู้หญิงคนนี้... คนที่ข่าวสังคมลงกันครึกโครมว่าบ้านล้มละลายจนต้องเร่ขายตัวเข้าหาผู้ชายเพื่อใช้หนี้ เธอกล้าดียังไงถึงมายืนทำตัวสนิทสนมอยู่ใกล้ลูกชายของแม่"
บรรยากาศในห้องดิ่งฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก มินตราเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง มือเรียวที่ประสานกันอยู่ข้างลำตัวกำเข้าหากันจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอนิ่ง ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะสมองกำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เธอไม่ใช่คุณหนูในหอคอยที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายอีกต่อไปแล้ว นับตั้งแต่ตระกูลของเธอพังทลาย เธอก็เรียนรู้ว่าน้ำตาไม่มีค่าเท่ากับความจริง
"คุณท่านคะ..." มินตราเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทายตามประสาคนปากเก่งที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "ถ้าจะกรุณาช่วยใช้สายตาที่สะอาดมองดูให้ดีๆ ฉันไม่ได้เร่ขายตัวเข้าหาใครค่ะ และที่สำคัญ... ฉันกับคุณคณินเรามีข้อตกลงที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ได้ทำอะไรเสียหายลับๆ ล่อๆ ให้ตระกูลสูงส่งของคุณแม่ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงหรอกนะคะ"
"บังAน!" คุณหญิงวาสนาตบโต๊ะรับแขกเสียงดังสนั่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเธอเช่นนี้มาก่อน "เด็กก้าวร้าว! ไร้ซึ่งมารยาทในสังคม! บ้านพังเพราะหนี้สินท่วมหัวจนไร้ที่ซุกหัวนอนแล้วยังไม่เจียมตัว คิดจะเกาะลูกชายฉันกินไปจนวันตายหรือยังไง ถึงได้หน้าด้านหน้าทนเซ้าซี้อยู่ใกล้คณินไม่ยอมไปไหน!"
"พอได้แล้วครับคุณแม่!"
เสียงทุ้มต่ำตวาดกร้าวแทรกขึ้นมาทันที คณินก้าวเข้ามาขวางระหว่างมารดาและหญิงสาว ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีอำมหิตออกมารอบตัวจนแทบจะเผาผลาญทุกอย่างในห้องให้เป็นจุล ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด ไม่ใช่โกรธมินตรา... แต่โกรธวาจาเชือดเฉือนของมารดาที่จงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนที่เขา... กำลังพยายามปกป้อง
"ผมเตือนหลายครั้งแล้วนะครับว่าเรื่องส่วนตัวของผม ผมตัดสินใจเองได้ และมินตราก็ไม่ใช่คนอื่นไกล..." คณินหยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเกือบจะหลุดคำว่าภรรยาออกไป เขาเปลี่ยนคำพูดอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลาย "เธอเป็นพาร์ทเนอร์คนสำคัญในโปรเจกต์ใหญ่ของบริษัทผม การที่คุณแม่บุกเข้ามาต่อว่าเธอด้วยถ้อยคำดูถูกแบบนี้ มันเป็นการกระทำที่ไร้เหตุผลและเสียมารยาทมากครับ"
มินตราเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ เธอเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนบังเธออยู่ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ เฮียคณินผู้ปากคอเราะร้ายและชอบหาเรื่องแกล้งเธอนับร้อยแปดวิธี กลับยืนหยัดปกป้องเธอต่อหน้ามารดาผู้ให้กำเนิดอย่างไม่เกรงกลัว
คุณหญิงวาสนาหน้าชาวาบ เธอมองบุตรชายด้วยความช็อกระคนเจ็บปวด "นี่ลูกกล้าขึ้นเสียงใส่แม่... เพื่อผู้หญิงขายตัวคนนี้เนี่ยนะคณิน! ลูกหลงเสน่ห์ยัยนี่จนโหัวัวไม่ขึ้นแล้วหรือไง ลืมไปแล้วหรือว่าหนูริน ลูกสาวท่านอดีตรัฐมนตรีที่แม่หาให้ เหมาะสมกับลูกทุกประการ มากกว่าผู้หญิงตกอับไร้หัวนอนปลายเท้าคนนี้เป็นร้อยเท่า!"
"ผมไม่สนว่าใครจะเหมาะสมกับผมทั้งนั้น!" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบไร้เยื่อใย "ถ้าคุณแม่มาที่นี่เพื่อจะจัดการชีวิตส่วนตัวของผม งั้นผมคงต้องเชิญคุณแม่กลับไปก่อน เพราะดูท่าทางวันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่อง"
"คณิน! แกกล้าไล่แม่เหรอ!"
"ผมไม่ได้ไล่ครับ แต่ผมปกป้องสิทธิ์ในพื้นที่ของผม" คณินหันกลับมามองมินตรา แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลงเหลือเพียงความอ่อนโยนที่ซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม เขายื่นมือไปคว้าข้อมือเรียวบางของเธอไว้อย่างถือวิสาสะ "ไปกันเธอมิน ผมจะพาออกไปจากที่นี่"
มินตราชะงัก เธอมองมือหนาที่กุมข้อมือเธอไว้แน่น ความอุ่นซ่านแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางพายุอารมณ์รอบตัว แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวขาเดินตามแรงดึงของชายหนุ่ม เสียงเคาะประตูก็รัวรัวดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ประตูกระจกบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างผอมเพรียวของพัดชาเพื่อนสนิทพ่วงด้วยตำแหน่งเลขาจำเป็นก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรนเป็นที่สุด ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นสถานการณ์ตึงเครียดภายในห้อง แต่เธอก็ไม่รอช้าที่จะพ่นข้อมูลระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวง
"เฮียคณิน! มิน!" พัดชาหอบหายใจถี่กระชั้น "แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้หน้าบริษัทข่าวรั่วไหลไปหมดแล้ว มีนักข่าวสายบันเทิงและสื่อเศรษฐกิจนับสิบชีวิตมารุมล้อมหน้าล็อบบี้ เพราะมีคนส่งหลักฐานภาพถ่ายความลับตอนที่มินกับเฮียเซ็นสัญญาดีลลับแต่งงานปลอมๆ แถมด้วยภาพแอบถ่ายตอนพวกคุณอยู่ด้วยกันที่คอนโดเมื่อสัปดาห์ก่อนส่งตรงให้สำนักข่าวทุกสำนักพร้อมกัน!"
คณินชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคมกริบหรี่ลงแคบด้วยความตระหนักรู้ถึงภัยเงียบที่กำลังคืบคลานเข้ามา ส่วนมินตราหน้าถอดสีทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ใครบางคน... กำลังเล่นเกมสกปรกเพื่อทำลายพวกเขาให้ย่อยยับ
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงกับข่าวใหญ่ที่เพิ่งระเบิดขึ้น คุณหญิงวาสนาก็ยกยิ้มเยาะหยันออกมาอย่างเลือดเย็น เธอมองหน้ามินตราสลับกับบุตรชายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะ
"เห็นฤทธิ์เดชของผู้หญิงที่แกปกป้องนักหนาหรือยังล่ะคณิน..." คุณหญิงวาสนาเอ่ยเสียงเยียบเย็น "ยังไม่ทันจะได้แต่งเข้าบ้านดี ความฉิบหายก็ตามมาเคาะประตูถึงที่แล้ว... หึ! ผู้หญิงคนนี้มีแต่จะพาตระกูลเราไปสู่ความพินาศ!"
มินตราเม้มปากแน่น ความโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาตีรวนในอก เธอรู้ทันทีว่าฝีมือใคร... มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีรูปถ่ายชุดนั้นและจงใจทำลายเธอให้จมดิน
*กรณ์...*
คณินหันกลับมามองมินตราที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ ดวงตาคมกริบฉายแววดุดันน่ากลัวชนิดที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนข้ามนิ้ว มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมไปโอบไหล่บางของหญิงสาวเข้าหาตัวอย่างปกป้อง ก่อนจะหันไปสบตากับมารดาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังและเด็ดขาดที่สุดในชีวิต
"ต่อให้โลกใบนี้จะถล่มลงมาต่อหน้าผม..." คณินเว้นจังหวะ เสียงทุ้มต่ำกังวานก้องไปทั่วห้องที่เงียบกริบ "ผมก็จะไม่มีวันปล่อยมือจากผู้หญิงคนนี้เด็ดขาด... ใครที่มันกล้าเล่นสกปรกกับเมียผม มันต้องชดใช้ด้วยความฉิบหายที่สาสม!"
ดวงตาคมปลาบกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสเบื้องล่าง ที่ซึ่งแสงแฟลชจากสื่อมวลชนกำลังสาดส่องระยิบระยับราวกับดวงดาวมรณะ ทว่า... เงาร่างของใครบางคนที่ยืนแอบยิ้มอยู่หลังเสาฝั่งตรงข้ามถนนกำลังจ้องมองขึ้นมาบนห้องนี้พอดี พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือที่หน้าจอยังคงสว่างวาบด้วยภาพถ่ายเอกสารลับสุดยอดของตระกูลกุลธำรงค์ที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผยที่ไหนมาก่อน!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 30
ความลับที่ยังซ่อนอยู่
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!