เสียงกระดาษราคาแพงที่ถูกกรีดผ่านปลายนิ้วของกรณ์ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมวีไอพี รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายไม่ได้บ่งบอกถึงชัยชนะทางธุรกิจธรรมดา แต่มันคือความสะใจของคนที่รอคอยเวลาขยี้มดปลวกให้จมดิน มินตราที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ด้านหลังผมไม่ได้เอ่ยคำว่ากลัวออกมาสักแ시เดียว แต่ปลายนิ้วมือที่กำชายเสื้อสูทของผมแน่นจนข้อต่อขาวซีดนั้น ฟ้องชัดเจนว่าเธอกำลังแบกรับความกดดันมากแค่ไหน
เอกสารชุดนั้นไม่ใช่แค่ข้อมูลโปรเจกต์รีสอร์ตมูลค่าหลายพันล้านที่บริษัทกำลังประมูล แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตระกูลของเธอเคยถูกกรณ์และพรรคพวกวางแผนฮุบฮาบเมื่ออดีต
“น่าเสียดายนะครับคุณคณิน…” กรณ์แกล้งทอดเสียงยาวอย่างผู้กุมความได้เปรียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองผ่านไหล่ผมไปยังหญิงสาว “ไม่นึกเลยว่าประธานหนุ่มไฟแรงอย่างคุณ จะยอมเอาอนาคตบริษัทมาเสี่ยงกับผู้หญิงมือพังที่แม้แต่สมบัติครอบครัวยังรักษาไว้ไม่ได้”
ผมไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนมนั้นแม้แต่น้อย ปลายนิ้วยังคงเคาะโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะเนิบนาบ ขณะที่สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองไอ้สารเลวตรงหน้าด้วยความเย็นชา
“ปากดีแบบนี้ ระวังตอนที่พลิกกลับมาแพ้ จะไม่มีรูให้มุดหนีนะครับคุณกรณ์” ผมเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังพอจะทำให้รอยยิ้มบนหน้ากรณ์กระตุกไปชั่วขณะ
“ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะครับเฮียคณิน เพราะอีกไม่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมงข้างหน้า เมื่อทางกลุ่มทุนใหญ่เซ็นสัญญากับผม โปรเจกต์นี้ก็จะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าในมือคุณทันที และตอนนั้น… คุณหนูมินตรา คงต้องกลับไปยืนจุดเดิม จุดที่ไม่มีใครแม้แต่จะชายตามอง”
กรณ์จงใจเน้นเสียงคำว่า ‘จุดเดิม’ พร้อมกับหัวเราะในลำคออย่างน่าสมเพช บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มือตัดได้ ความกดดันแผ่ซ่านจนมินตราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุ
แต่มีหรือที่คนอย่างมินตราจะยอมก้มหัวให้ใคร
“ถ้าฉันจะกลับไปจุดเดิม…” เสียงหวานใสแต่แข็งกรวดดังแทรกขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของกรณ์ มินตราก้าวออกมาจากเงาด้านหลังผม แผ่นหลังเหยียดตรง ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววหวาดหวั่นเมื่อครู่ บัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความท้าทาย “อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้ใช้สันดานชั่วๆ ไปแย่งชิงของคนอื่นมาครอบครองแบบคุณหรอกนะ กรณ์!”
“มินตรา!” กรณ์หน้าชาไปวูบหนึ่ง น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นเริ่มสั่นด้วยความโกรธ
“ทำไมคะ? กลัวความจริงเหรอ ถึงได้ต้องรีบเอาเอกสารปลอมๆ พวกนี้มาวิ่งเต้นหาพรรคพวก” เธอยกยิ้มมุมปาก ท่าทางเย่อหยิ่งและทันคนแบบนั้นแหละที่ทำให้ผมเผลอยกยิ้มตามในใจ… ให้ตายสิ ยัยตัวร้ายนี่เวลาเอาจริงก็น่ามองเป็นบ้า
ผมขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปบังร่างบางให้พ้นจากรัศมีสายตาคุกคามของอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติ แม้ปากจะชอบบอกว่ารำคาญเธอนักหนา แต่การปล่อยให้หมาบ้ามันเห่าใส่คนของผม… ไม่มีทางเกิดขึ้นในอาณาจักรของคณินแน่นอนครับ
“พูดจบแล้วก็ไสหัวออกไปซะนะครับ” ผมกดเสียงต่ำ ทอดสายตามองกรณ์ราวกับอีกฝ่ายเป็นแค่ฝุ่นผงใต้รองเท้า “ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจไม่ฟ้องแค่เรื่องหมิ่นประมาททางธุรกิจ แต่จะกระทืบคุณให้จมธรณีฐานบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว”
กรณ์กัดฟันกรอด กำเอกสารในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวฉับๆ ออกจากห้องไปพร้อมกับความแค้นที่สุมอก
เมื่อประตูปิดลง ความเงียบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง ร่างบางที่เมื่อครู่ยังยืนหยัดสู้ยิบตา ทรุดฮวบลงเกือบถึงพื้น แต่ผมไวพียวกว่า คว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะทรุดลงไปนั่งกองกับพื้น
“ไหวไหมครับคุณหนูตัวเก่ง” ผมเอ่ยถาม น้ำเสียงติดจะห้วนจัดตามนิสัยปากไม่ตรงกับใจ แต่สองมือกลับประคองร่างเธอไว้อย่างทะนุถนอมโดยไม่รู้ตัว
มินตราเงยหน้าขึ้นสบตาผม ดวงตาคู่สวยคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใสแต่ไร้ซึ่งคราบน้ำตา เธอกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะผลักอกผมเบาๆ
“ปล่อยเลยค่ะ ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นสักหน่อย” ปากบอกว่าไหว แต่ตัวสั่นเทาซะขนาดนั้น ใครเชื่อก็บ้าแล้วครับ
“ปากเก่งไม่เลือกเวลาจริงๆ นะครับ” ผมถอนหายใจยาว ยื่นมือไปปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่เธอออกอย่างเบามือ “ถ้าเมื่อกี้คุณก้าวช้ากว่านั้นก้าวเดียว ผมคงต้องซัดไอ้กรณ์คว่ำคาถามือถือ ตั้งแต่มันกล้าใช้สายตาแทะโลมคุณแล้ว”
มินตรานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เม้มปากแน่นราวกับพยายามกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่กำลังตีรื้นขึ้นมาในอก แววตาที่มองผมเปลี่ยนไปจากเดิม มีทั้งความซาบซึ้งและความดื้อรั้นผสมปนเปกันจนน่าหมั่นไส้
“ห่วงฉันเหรอคะ เฮียคณิน” เธอยกยิ้มแซว ทั้งที่เสียงยังแหบพร่า
“หลงตัวเองนะครับ” ผมสวนกลับทันควัน เสริมมาดนิ่งขรึมกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่เกือบหลุดออกมา “ผมแค่กลัวว่าถ้าคุณเป็นอะไรไป หุ้นส่วนในดีลลับของเราจะหายตัวไป แล้วใครจะมาใช้หนี้ผมล่ะครับ”
“คนปากแข็ง!” เธอค้อนใส่ผมวงใหญ่ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะต่อปากต่อคำอะไรไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของผมก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ
ผมขมวดคิ้วเดินไปหยิบเครื่องขึ้นมาดู หน้าจอแสดงเบอร์ของเลขาฯ หน้าห้องที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“เฮียคณินคะ!แย่แล้วค่ะ! ตอนนี้มีคลิปเสียงและเอกสารลับของบริษัทถูกปล่อยว่อนในอินเทอร์เน็ต แถม... แถมตอนนี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่กำลังรวมตัวกันจะขอปลดเฮียออกจากตำแหน่งประธานด่วนที่สุดเลยค่ะ!”
หัวใจในอกกระตุกวูบ ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยถามอะไรต่อ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลเปิดผางออกอย่างแรงด้วยฝีมือของใครบางคนที่ไม่ได้รับเชิญ
ร่างสูงโปรดของ ‘รังสิต’ อาแท้ๆ ของผม ที่ควรจะอยู่ต่างประเทศ ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นและเอกสารแต่งตั้งผู้บริหารรักษาการในมือ
“ไม่ต้องหาคนรับโทรศัพท์หรอกนะหลานรัก… เพราะเกมนี้แกแพ้แล้ว”
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมานะครับ
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 25
ศัตรูตัวฉกาจเคลื่อนไหว
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!