เสียงสัญญาณแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินบนหน้าจอแท็บเล็ตดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน คือเสียงคำรามที่ดังพอจะปลุกสัญชาตญาณนักล่าในตัวคณินให้ตื่นเต็มตา
“*ไม่ต้องหาคนรับโทรศัพท์หรอกนะหลานรัก… เพราะเกมนี้แกแพ้แล้ว*”
ประโยคทิ้งท้ายของอาชยากรทางธุรกิจอย่างท่านประธานอาวุโสยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทว่าบนหน้าจอเวลานี้ กราฟการถือหุ้นและเอกสารสิทธิ์ที่ดินแปลงสำคัญกำลังร่วงหล่นดิ่งเหวราวกับนกปีกหัก กรณ์เล่นสกปรก ใช้จังหวะที่บริษัทกำลังเปราะบางปล่อยข่าวลือเรื่องการทุจริตพร้อมทั้งกว้านซื้อหุ้นในตลาดมืดเพื่อฮุบกิจการในเช้าวันนี้
ทว่า… กรณ์คงลืมคำนวณตัวแปรสำคัญไปหนึ่งอย่าง
ประตูห้องทำงานส่วนตัวเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท มินตราก้าวเข้ามาด้วยชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิท รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงดังฟังชัดราวกับจังหวะกลองรบ เส้นผมสีเข้มถูกรวบตึงเป็นหางม้าเผยให้เห็นกรอบหน้าคมคายและดวงตาที่ฉายแวววาวราวกับเสือสาวพร้อมขย้ำเหยื่อ
“นั่งทำหน้าเครียดเป็นยักษ์ถูกยึดเมืองอยู่ได้ จะรอให้คุณอาสุดที่รักของคุณมากราบอัญเชิญออกจากเก้าอี้ประธานก่อนหรือไงคะ ถึงค่อยขยับตัว”
น้ำเสียงติดจะเยาะหยันเล็กน้อยตามประכולมินตราดังขึ้น พร้อมกับที่เธอโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังทึบ
คณินเงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองผู้หญิงตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความระอาปนทึ่งในความใจกล้า
“เข้ามาในห้องประธานบริษัทอย่างไร้มารยาทแถมยังปากดีไม่เปลี่ยน… คุณว่างมากนักหรือไง มินตรา ถึงมีเวลามาเดินเฉิดฉายในเขตสงครามแบบนี้” คณินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบเย็นชาเพื่อปกปิดความหวั่นไหววูบหนึ่งที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกยามเห็นเธอยืนหยัดเคียงข้างในยามวิกฤต “หรือว่ากลัวสามีในนามอย่างผมล้มละลายแล้วไม่มีเงินเปย์ต่อ?”
“ปากเสียไม่เคยเปลี่ยนเลยนะคะเฮีย” มินตราโน้มตัวลงใช้มือทั้งสองข้างค้ำโต๊ะทำงานโน้มใบเข้าหาประธานหนุ่ม ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว “ถ้าเฮียยังห่วงแต่จะมานั่งแขวะฉันอยู่ล่ะก็ หุ้นอีกสิบเปอร์เซ็นต์สุดท้ายในมือกลุ่มทุนต่างชาติคงหลุดไปอยู่ในมือไอ้กรณ์ก่อนที่เราจะได้กินมื้อเที่ยงแน่ ๆ เปิดแฟ้มนั้นดูซะสิคะ แล้วเลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือเสียที”
คณินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปลายนี้วนกลับไปมองแฟ้มบนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวเปิดแฟ้มออกอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดอ่านตัวเลขและลายเซ็นด้านใน
วินาทีนั้นเอง แววตาของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครก็ฉายประกายความประหลาดใจออกมาอย่างปิดไม่มิด
“รายชื่อผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้… คุณไปเอามาจากไหน?”
“ก็ไปขุดมาจากหลุมศพทางธุรกิจที่พวกมันพยายามกลบฝังไว้น่ะสิคะ” มินตราเหยียดยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและเสน่ห์อันตรายจนคนมองเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก “ไอ้กรณ์มันคิดว่ากว้านซื้อหุ้นรายย่อยได้หมดแล้วจะชนะ แต่มันลืมไปว่ายังมีกลุ่มทุนสิงคโปร์ที่ถือหุ้นใหญ่เงาอยู่ และบังเอิญว่าฉันมี ‘สัญญาใจ’ บางอย่างกับประธานคนเก่าของที่นั่น… พอดีว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณฉันอยู่นิดหน่อยนะ”
คณินเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า หัวใจในอกกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกชื่นชมผสมปนเปไปกับความหลงใหลพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่คุณหนูตกอับที่รอวันถูกกลืนกิน แต่เธอคือ "คู่ต่อสู้" ที่สมน้ำสมเนื้อ และในยามนี้เธอกำลังกลายเป็น "คู่หู" ที่ทรงพลังที่สุดในชีวิตของเขา
“เก่งนักนะ…” คณินพึมพำเสียงต่ำ แววตาคมกริบอ่อนลงชั่วขณะก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามวิสัยทัศน์ของนักบริหาร “แต่แค่ชื่อในกระดาษยังไม่พอจะล้มกระดานนี้หรอก กรณ์มันเตรียมแผนสำรองปล่อยข่าวโจมตีเรื่องการฟอกเงินไว้บอร์ดบริหารช่วงบ่ายนี้ ถ้าเราไม่มีหลักฐานหักล้างร้อยเปอร์เซ็นต์ ต่อให้ถือหุ้นเกินครึ่งก็โดนบอร์ดโหวตปลดอยู่ดี”
มินตราไม่สะทกสะท้าน เธอหมุนตัวเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ ไขว่ห้างด้วยท่าทางสบาย ๆ ราวกับนี่ไม่ใช่ห้องทำงานของประธานบริษัทที่กำลังจะล่มสลาย แต่เป็นห้องรับแขกในบ้านพักตากอากาศ
“ใครบอกว่าฉันไม่มีหลักฐานล่ะคะ?” มินตราหยิบแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทรemวางลงบนโต๊ะกระจก “เส้นทางการเงินของไอ้กรณ์ที่ยักยอกเงินบริษัทไปเปย์เด็กในสังกัดและติดสินบนกรรมการบางคนในบอร์ด… อยู่ในนี้ครบถ้วน ชนิดที่ต่อให้มันมีทนายเทวดามาแก้ต่าง ก็เตรียมตัวไปนอนในเรือนจำได้เลย”
คณินจ้องมองแฟลชไดรฟ์ชิ้นนั้นสลับกับใบหน้าเรียวสวยที่กำลังยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า ความรู้สึกเร่าร้อนแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เคมีระหว่างคนทั้งสองพุ่งสูงจนบรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตสمیผสานกัน
“คุณไปได้ไอ้ __นี่มาจากไหน… อย่าบอกนะว่าแอบเข้าไปในเซฟของมันมา?” คณินหรี่ตามองอย่างจับผิด ทว่ามุมปากกลับกระตุกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้
“ก็เรียกว่า… ไปศึกษาดูงานระยะสั้นมาก็แล้วกันค่ะ” มินตราลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเขาอีกครั้งจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงแค่คืบ “ว่าไงคะ ท่านประธาน? จะนั่งมองหน้าฉันอยู่อีกนานไหม หรือจะลุกขึ้นมา ‘แท็กทีม’ จัดการเก็บกวาดขยะพวกนี้ให้มันจบ ๆ ไปเสียที”
คณินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนมินตราต้องเงยหน้าขึ้นมอง ความสูงที่ต่างกันทำให้เขาสามารถโน้มตัวลงไปกดดันเธอได้ถนัดตา ทว่าหญิงสาวกลับไม่มีทีท่าจะถอยหลังหนีแม้แต่น้อย กลับยิ่งเชิดหน้าขึ้นท้าทายด้วยแววตาระยิบระยับ
“ปากเก่งนักนะ…” คณินยื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวอุ่นจัดแตะลงที่ปลายคางมนของเธอเบา ๆ โดยเจตนาจะสั่งสอนความอวดดีนั้น แต่สัมผัสผิวเนียนนุ่มกลับทำให้จังหวะการหายใจของเขาติดขัดไปชั่วขณะ “ถ้างานนี้เราชนะ… คุณต้องมีรางวัลให้ผมด้วยนะ มินตรา”
หัวใจของมินตรากระตุกวูบ ปลายนิ้วอุ่นที่แตะอยู่บนคางสร้างความร้อนรุ่มลามเลียไปทั่วผิวแก้ม เธอพยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ใต้รอยยิ้มเย้าแหย่ “ชนะให้ได้ก่อนเถอะค่ะ เฮียค่อยมาทวงรางวัล… ถ้าทำไม่ได้ ระวังฉันจะไล่เฮียออกจากเก้าอี้ประธานแล้วนั่งแทนเองนะ!”
คณินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความระอุเร่าร้อนที่แฝงไว้ด้วยความคลั่งไคล้ ดวงตาคมกริบจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกอยากจะปิดปากเธอให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
“งั้นก็คอยดูให้ดี…” คณินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง “เกมนี้… ไม่มีทางที่ผมจะปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแย่งอะไรไปจากผมได้ทั้งนั้น… รวมทั้ง ‘คุณ’ ด้วย”
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์ภายในห้องทำงานดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูอมเดือดดาลนั้นลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ คณินละสายตาจากใบหน้าหวานด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปกดรับสายด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“มีอะไร”
(ท่านประธานครับ! ทางคุณกรณ์นำทีมกรรมการบอร์ดชุดเก่าบุกเข้ามาที่ห้องประชุมใหญ่แล้วครับ บอกว่าจะขอเปิดโหวตถอดถอนท่านประธานทันทีตอนนี้เลยครับ!) เสียงเลขานุการหนุ่มรายงานด้วยความตื่นตระหนก
คณินวางสายลงช้า ๆ นัยน์ตาคมกริบหันกลับมาสบตากับมินตราอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ไร้ซึ่งความกังวล มีเพียงประกายตาของนักล่าที่พร้อมจะออกศึก
มินตราคลี่ยิ้มร้ายกาจออกมาเป็นคำตอบ เธอหยิบแฟลชไดรฟ์ขึ้นมาควงเล่นในมืออย่างอารมณ์ดี
“ไปค่ะเฮีย…” มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง “ไปต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญกันหน่อย… ว่าเกมนี้ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายกราบแทบเท้าเรา”
คณินแค่นยิ้มมุมปาก เขาหยิบสูทตัวนอกขึ้นมาสวมอย่างไร้ที่ติ ก่อนจะยื่นแขนข้างหนึ่งออกไปตรงหน้าหญิงสาวในท่าทางของสุภาพบุรุษจอมหยิ่งยศ
“เชิญครับ… คุณภรรยาตัวแสบ ไปแสดงให้พวกมันเห็นกันว่านรกบนดินของจริงมันหน้าตาเป็นยังไง”
มินตราเหลือบมองแขนของเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจสอดมือเรียวเข้าไปคล้องแขนแกร่งนั้นไว้แน่น รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าทั้งสองคนพร้อม ๆ กัน
ทว่า… ในวินาทีที่ทั้งคู่ก้าวเท้าเดินพ้นประตูห้องทำงานเพื่อมุ่งหน้าสู่ห้องประชุมใหญ่ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยอย่างยิ่งยวดก็ดังสวนขึ้นมาจากปลายทางเดิน พร้อมกับร่างของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาขวางทางไว้ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
“ไม่ต้องลำบากเดินไปหรอกครับ… เพราะผมอุตส่าห์มาหาพวกคุณถึงที่นี่แล้ว”
กรณ์ยืนขวางทางอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย ทว่าสิ่งที่ทำให้คณินและมินตราต้องชะงักค้างไปพร้อมกัน คือเอกสารฉบับหนึ่งในมือของกรณ์—เอกสารคำสั่งศาลชั่วคราวที่ระบุชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดคนใหม่… ซึ่งไม่ใช่ทั้งกรณ์ และไม่ใช่คณิน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับคู่หูสายแซ่บคู่นี้เสมอนะครับ
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 26
แท็กทีมเฉพาะกิจ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!