ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 27

ชัยชนะบนความเหนื่อยล้า

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
“เป็นไปไม่ได้…” เสียงพึมพำของกรณ์ขาดหายไปในลำคอ ราวกับมีใครเอาเศษหินก้อนใหญ่มาอุดไว้ รอยยิ้มเยาะเย้ยที่เคยฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวสนิท ดวงตาสีเข้มเบิกกว้างจ้องมองกระดาษแผ่นบางในมือสลับกับร่างของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่เพิ่งก้าวพ้นกรอบประตูห้องประชุมใหญ่เข้ามา เอกสารตราครุฑและลายเซ็นรับรองจากศาลยุติธรรมระบุชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด—ผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในการชี้ชะตากรรมของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับหมื่นล้านแห่งนี้—อย่างชัดเจน ไม่ใช่กรณ์… และไม่ใช่คณิน “คุณอา… คุณอาธนาธร!” มินตราอุทานออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตะลึงระคนโล่งอก เมื่อร่างท้วมทว่าสง่างามของอดีตประธานอาวุโสผู้กุมบังเหียนตัวจริงในอดีต ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มใจดีแต่แฝงแววตาดุดันเฉียบคม คณินชะงักฝีเท้าที่ก้าวออกไปบังร่างบางของมินตราเมื่อครู่ ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือของอาหนุ่มผู้หายหน้าหายตาไปรักษาตัวต่างประเทศนานร่วมปี ก่อนจะมุมปากหยักจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่หาดูได้ยาก “เล่นใหญ่ไม่เบานี่ครับ อาธนาธร ปล่อยให้เด็กมันเต้นระบำกันอยู่ตั้งนาน” คณินเอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความระaื่นยินดีอย่างปิดไม่มิด “ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ แกสองคนคงมัวแต่ฟาดฟันกันจนบริษัทพินาศไปข้างหนึ่งเสียก่อน” ธนาธรหัวเราะในลำคอ เดินตรงมาตบไหล่หลานชายตัวดีเบาๆ ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองกรณ์ที่หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ “ส่วนคุณกรณ์… เกมของคุณ จบลงตั้งแต่ศาลท่านรับรองคำร้องฉบับนี้แล้วครับ เชิญกลับไปทบทวนแผนธุรกิจของคุณที่อื่นเถอะ ที่นี่เขาจะคุยเรื่องอนาคตกันแล้ว” คำพูดเฉียบขาดราวกับคมมีดกรีดลงกลางใจกรณ์ จนชายหนุ่มกัดฟันกรอด กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากสะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกเท้าออกไปจากห้องประชุม ทิ้งความพ่ายแพ้และเสียงซุบซิบของคณะกรรมการที่เหลือไว้เบื้องหลัง ผ่านไปไม่ถึงชั่วโมง ความวุ่นวายทั้งหมดก็คลี่คลายลงในพริบตา ดีลธุรกิจมูลค่ามหาศาลที่ถูกเตะถ่วงมาหลายเดือนได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ บอร์ดบริหารทยอยเดินออกจากห้องประชุมจนหมด เหลือเพียงความเงียบงันที่เริ่มปกคลุมบรรยากาศกว้างขวางของห้องทำงานประธาน มินตราทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้สีเข้มอย่างหมดแรง ความตึงเครียดที่แบกรับมาตลอดหลายสัปดาห์มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกมัดกล้ามเนื้อ หญิงสาวหลับตาลงช้าๆ พ่นลมหายใจยาวเหยียด “เลิกทำท่าทางเหมือนคนใกล้ตายได้แล้วมั้งครับคุณมินตรา” เสียงทุ้มต่ำคุ้นหเภอดังขึ้นเหนือศีรษะ มินตราลืมตาขึ้นมอง ก็พบว่าคณินมายืนค้ำหัวอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ในมือหนาถือแก้วทรงสูงที่บรรจุของเหลวสีอำพันประกายระยิบระยับ “เฮีย… เกือบตายจริงๆ นะคะ… เอ๊ย! หมายถึง เกือบตายจริงๆ นะครับ” มินตราเกือบเผลอหลุดปากพูดจาคุ้นชิน แต่รีบดึงสติตัวเองกลับมาแทบไม่ทันเมื่อเห็นสายตาจับผิดของประธานหนุ่มจอมเนียบ “หึ ปากเก่งนักนะเมื่อกี้” คณินแค่นหัวเราะ วางแก้วลงบนโต๊ะตรงหน้า ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งเคียงข้างบนโซฟาตัวเดียวกัน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก “แต่ก็ยอมรับ… ว่าทำได้ไม่เลว” คำชมที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายปากแข็งอย่างคณินเปรียบเสมือนปาฏิหาริย์ มินตราหันขวับไปมอง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ “นี่เฮียชมฉันเหรอคะ? หูฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย” “ผมไม่เคยพูดอะไรเล่นๆ” คณินหันมาสบตา ประกายในดวงตาคมกริบนั้นไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรงๆ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปหยิบแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาจิบรสชาติขมปร่า “เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะ… และฉลองความปากดีของคุณที่รอดตัวมาได้ ผมมีข้อเสนอ” “ข้อเสนออะไรอีกคะ? ดีลของเรามันจบไปแล้วนี่ หรือเฮียจะเพิ่มเงื่อนไขอะไรพิสดารอีก” มินตราถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณเมื่อร่างสูงขยับเข้ามาประชิดตัวมากขึ้น ความซี้ดซ้าดของบรรยากาศเริ่มเปลี่ยนทิศทางจากเรื่องงานกลายเป็นเรื่องส่วนตัวที่อันตรายต่อหัวใจ “ไม่ใช่เรื่องงาน” คณินวางแก้วลง เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูจนหญิงสาวขนลุกซู่ “แต่เป็นเรื่องของเราสองคน… ในยามค่ำคืนที่ไม่มีใครมารบกวน” ว่าแล้วร่างสูงก็ไม่รอช้า มือหนาคว้าข้อมือเล็กเบาๆ แต่ไร้ซึ่งช่องว่างให้ปฏิเสธ ก่อนจะพาเดินตรงไปยังห้องพักผ่อนส่วนตัวด้านในห้องทำงานของประธาน—สถานที่ที่ถูกออกแบบมาเป็นเซฟโซนเฉพาะกิจ และคืนนี้ มันกำลังจะกลายเป็นเวทีแห่งความลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ แสงไฟสลัวจากหลอดไฟวอร์มไลท์ส่องกระทบเฟอร์นิเจอร์หรูหรา บรรยากาศภายในห้องเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นโครมคราม คณินดันร่างบางจนชิดกับผนังห้องเย็นเฉียบ ด้านหลังคือความมั่นคงของโครงสร้างตึกระฟ้า ด้านหน้าคืออกแกร่งของชายหนุ่มที่กักขังเธอไว้ในอ้อมแขน “เฮีย… จะทำอะไรคะ” มินตราเงยหน้าขึ้นสบตา ปากบอกว่ากลัวแต่แววตาท้าทายยังคงฉายชัด ความซึนเดระของอีกฝ่ายแสดงออกผ่านความใกล้ชิดที่ร้อนรนจนน่าใจหาย “ลงโทษคนดื้อ… ที่ทำให้ผมเป็นห่วงจนแทบคลั่ง” คณินกระซิบชิดริมฝีปาก ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใส สัมผัสอุ่นร้อนแผ่ซ่านจนมินตราแทบละลาย ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาอีก มีเพียงเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงันของราตรี มินตราหลับตาลงยอมรับสัมผัสจาบจ้วงแต่นุ่มนวลที่อีกฝ่ายมอบให้ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงรสชาติหวานล้ำที่ทำให้โลกทั้งใบหมุนเคว้ง ทว่า… ในวินาทีที่ริมฝีปากหนากำลังจะทาบทับลงมาลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท! *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* “ท่านประธานครับ! เอกสารด่วนจากตลาดหลักทรัพย์… ต้องให้คุณเซ็นเดี๋ยวนี้ครับ!” เสียงเลขาหน้าห้องตะโกนทะลุกระจกเข้ามา ทำลายบรรยากาศสีชมพูจนพังทลายในพริบตา คณินชะงักกка ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบตวัดมองไปทางประตูด้วยความอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูมินตราด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอาคนฟังเขארร้อนไปทั้งร่าง “ฝากไว้ก่อนเถอะคุณมินตรา… เดี๋ยวเรามาเคลียร์กันต่อยาวๆ แน่คืนนี้” ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนจิกหมอนนี้ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%