เสียงปิดประตูดัง *‘คลิก’* เบาๆ แต่กลับหนักอึ้งราวกับค้อนเหล็กที่ตอกย้ำว่า ตอนนี้ทั้งห้องตกอยู่ในอาณาเขตส่วนตัวของเขาและเธออย่างไร้ทางหนี
“คุณมินตรา… คิดจะหนีปัญหาด้วยการเดินหนีผมดื้อๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความขุ่นเคืองดังขึ้นทันทีที่ร่างสูงใหญ่ของคณินก้าวเข้ามาประชิด ประตูบานหนาถูกแผ่นหลังกว้างกักขังทางออกไว้โดยสมบูรณ์ กลิ่นกายสะอาดสดชื่นเจือจางกลิ่นมินต์เย็นยะเยือกที่คุ้นเคยโชยเข้าแตะจมูก จนมินตราต้องถอยหลังกรูดโดยอัตโนมัติ ทว่าสะโพกกลมกลึงกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งด้านหลังอย่างจัง
ไม่มีทางถอยอีกแล้ว
มินตราเชิดคางขึ้นเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามราวกับจะกระโดดออกมานอกอก แต่ใบหน้าเรียวกลับสวมหน้ากากความเย่อหยิ่งไว้ได้แนบเนียน เธอปรายตามองชายหนุ่มที่ยืนค้ำหัวด้วยสายตาท้าทาย
“ใครหนีคะ… อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันแค่ไม่อยากเสวนาภาษามนุษย์กับคนเอาแต่ใจตัวเองก็เท่านั้น” เธอจงใจเน้นเสียงคำว่า ‘เอาแต่ใจ’ พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้คนมองอยากจะจับมาตีพิมพ์โทษฐานปากดีนัก
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความอันตราย มือหนายกขึ้นเท้ากับขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลาง ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ๆ ทำให้มินตราต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“ปากดีจังนะครับ… เมื่อกี้ข้างล่างยังทำเป็นเก่งใส่ผมต่อหน้าไอ้กรณ์อยู่เลย ทำไมพอตอนนี้เหลือกันสองคน ถึงได้ทำหน้าเหมือนลูกแมวโดนฝนแบบนี้ล่ะครับ หืม?”
“คุณคณิน!” มินตราตวัดสายตาค้อนขวับทันที “กรุณาถอยออกไปห่างๆ ด้วยค่ะ พื้นที่ส่วนตัวของคุณมันล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ เราเป็นแค่คู่สัญญาทางธุรกิจ ไม่ใช่ปาท่องโก๋ที่จะต้องมาตัวติดกันขนาดนี้!”
“คู่สัญญาเหรอครับ?” คณินทวนคำด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ ดวงตาคมเข้มทอประกายลึกล้ำที่ทำเอาคนถูกมองรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งร่าง “ถ้าแค่คู่สัญญา… เขาทำเรื่องแบบนี้กันไหมครับ”
สิ้นเสียง นิ้วเรียวยาวของประธานหนุ่มก็เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบาราวกับขนนกนั้นทำเอามินตราตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปหมด เธอไม่เคยชินกับการกระทำที่อ่อนโยนและฉาบไปด้วยความคลั่งรักแบบนี้จากผู้ชายปากร้ายอย่างเขาเลยสักครั้ง
“ยะ… อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ” เธอปัดมือเขาออกอย่างแรง พร้อมกับเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนพวงแก้มที่แดงก่ำโดยไม่ได้รับอนุญาต
แต่มีหรือที่คณินจะยอมปล่อยเหยื่อในกรงเล็บ มือหนาเปลี่ยนมาจับคางมนให้หันกลับมาสบตา ปลายนิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างถือวิสาสะ
“ปากแข็งจังนะครับมินตรา… แต่รู้ไหมครับว่า ยิ่งคุณดื้อกับผมมากเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้ผมอยากจะเอาชนะคุณให้จมเขี้ยวมากเท่านั้น”
“คุณมันบ้า…” มินตราพึมพำลอดไรฟัน หัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะเมื่อสายตาคู่คมนั้นมองลงมาที่ริมฝีปากของเธออย่างจงใจ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นในช่องท้อง มันไม่ใช่ความโกรธเกลียด แต่มันคือความหวามไหวที่อันตรายเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
คณินมองท่าทีพยศแต่แฝงความเขินอายนั้นด้วยประกายตาที่เปลี่ยนไป ความหงุดหงิดจากเรื่องของกรณ์ในตอนแรกมลายหาย Sไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในอก… ความรู้สึกที่เขาปฏิเสธมาตลอดว่ามันเป็นเพียงแค่เกมธุรกิจ แต่วินาทีนี้เขารู้ดีแก่ใจแล้วว่า ผู้หญิงคนนี้ได้ก้าวข้ามเส้นแบ่งเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนลึกที่สุดของหัวใจเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ใช่ครับ… ผมมันบ้า” คณินกระซิบชิดริมหีบปากบาง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหัน “บ้าจนยอมทำทุกอย่างเพื่อให้คุณหยุดมองผู้ชายคนอื่น… บ้าจนทนเห็นน้ำตาของคุณไม่ได้… และบ้าพอที่จะประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่า ผู้หญิงปากเก่งคนนี้ เป็น ‘ภรรยา’ ของคณินคนนี้แต่เพียงผู้เดียว”
ดวงตากลมโตของมินตราเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งระดับพระกาฬทำเอาเธอพูดไม่ออก สมองประมวลผลไม่ทันกับความโรแมนติกที่จู่ๆ ก็พุ่งชนเข้าใส่แบบไม่ทันตั้งตัว
“คุณ… พูดบ้าอะไรเนี่ย เมาไวน์มาหรือไงคะ” เธอยังคงพยายามหาทางรอดด้วยการทำเป็นกลบเกลื่อน
“ไม่ได้เมาครับ… และมีสติครบถ้วนดีทุกประการ” คณินตอบเสียงเรียบ แต่สายตากลับจริงจังเสียจนมินตราไม่กล้าสบตา “หรือต้องให้ผมพิสูจน์ล่ะครับ ว่าผมไม่ได้พูดเล่น?”
พูดจบ แขนแกร่งก็รวบเอวคอดกิ่วเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว แรงปะทะทำให้ร่างบางแนบชิดติดกับแผงอกกว้างอย่างไร้ช่องว่าง มินตราอุทานออกมาด้วยความตกใจ มือเล็กยกขึ้นยันลาดไหล่หนาไว้ตามสัญชาตญาณ แต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว เมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาหาพร้อมกับริมฝีปากอุ่นที่ทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทุกอย่างของเธอไว้
สัมผัสแรกช่างอ่อนโยนและเนิบนาบ แต่ไม่นานนักก็แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนและเรียกร้องจนลมหายใจของมินตราขาดห้วง รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหวงแหนและความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานาน ทำให้ร่างบางอ่อนระทวยแทบจะหลอมละลายคาอ้อมแขนของเขา สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดหยุดทำงานลงโดยสิ้นเชิง มีเพียงความอบอุ่นและกลิ่นกายสะอาดของเขาที่โอบล้อมเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก
เนิ่นนานกว่าคณินจะยอมผละริมฝีปากออกด้วยความเสียดาย เขามองใบแดงก่ำและริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
“ทีนี้… ยังจะกล้าเถียงผมอีกไหมครับ ว่าเราเป็นแค่คู่สัญญา”
มินตราหอบหายใจตัวโยน เธอกัดริมฝีปากล่างที่ยังคงร้อนผ่าวด้วยความเขินอายและหมั่นไส้ในความเผด็จการของเขา มือเล็กกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่น หมายจะอ้าปากด่าให้สักชุดใหญ่เพื่อกู้ศักดิ์ศรีคุณหนูตัวร้ายคืนมา
ทว่า…
*‘ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!’*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในห้องทำงานอย่างไม่รู้เวลาน้ำเวลารัก ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ดังแทรกเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต
“เฮียคณินคะ! แย่แล้วค่ะ! ข่าวฉาวของคุณกับคุณมินตราในงานเมื่อกี้หลุดว่อนโซเชียลแล้วค่ะ แถมไอ้กรณ์มันยัง…!”
พัดชาที่พรวดพราดเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นภาพเจ้านายหนุ่มสุดเนี๊ยบกำลังโอบกอดเพื่อนสนิทของเธอแนบชิดติดขอบโต๊ะทำงานในสภาพที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าเพิ่งทำอะไรกันอยู่
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญ ส่วนมินตราช็อกสนิทจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักของเฮียคณินนะครับ
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 28
เส้นแบ่งที่ถูกข้าม
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!