"ถ้าคุณยังเดินวนไปวนมาด้วยฝีเท้าสม่ำเสมอแบบนั้นอีกสามรอบ ผมจะถือว่าคุณกำลังทำพิธีสาปแช่งพื้นคอนโดผม และจะคิดค่าทำความสะอาดรวมถึงค่าทำ2ขวัญกำลังใจเป็นเงินสดหน้างานนะครับ มินตรา"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นจากโซฟาหนังแท้ราคาแปดหลัก คณินวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดัง *กริ๊ก* ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายมองหญิงสาวที่กำลังเดินจงกรมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ปลายห้อง
มินตราหยุดเดินทันที เธอยืนเท้าสะเอว หันขวับมามองเจ้าของห้องด้วยสายตาพิฆาต ปากบางเฉียบเบะออกเล็กน้อยอย่างหมั่นไส้ "เฮียก็... คนเขากำลังเครียดเรื่องคดีความกับตา Korn (กรณ์) อยู่ เฮียยังมีอารมณ์มาแซويเรื่องฝีเท้าอีกเหรอคะ... อ๊ะ! ไม่ใช่ พูดผิดค่ะ หมายถึง เฮียไม่เห็นใจฉันบ้างเลยรึไง!"
เธอเกือบหลุดปากใช้คำพูดตามความคุ้นเคย แต่เพราะสายตาคมดุที่หรี่มองมาอย่างจับผิด ทำให้เธอต้องรีบแก้คำสรรพนามในใจแทบไม่ทัน
คณินแค่น "หึ" ในลำคอ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวคนปากเก่งอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนมินตราต้องเงยหน้าขึ้นมอง ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบชนเข้ากับแผงอกกว้างที่ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอกนั้นส่งกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา
"เครียดเรื่องกรณ์ หรือเครียดเพราะรู้ว่าตัวเองกำลังจะจนมุมกันแน่ครับ คุณหนูตกอับ" คณินโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาพราวระยับด้วยประกายความเอ็นดูที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม "จำไม่ได้เหรอว่าเราทำสัญญาอะไรกันไว้... สามีจำเป็นอย่างผม ยินดีเคลียร์ทุกปัญหาให้เสมอ ถ้าคุณยอมทำตามเงื่อนไข 'ลับ' ของผมดีๆ นะครับ"
"เงื่อนไขบ้าบออะไรเล่า ถอยไปเลยนะ เฮียชอบฉวยโอกาสตลอด!" มินตราบีบไหล่กว้างของคนตัวโตกว่าแล้วดันออกเบาๆ ใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เพราะระยะประชิดนี้มันอันตรายต่อหัวใจดวงน้อยของเธอเกินไป ทุกครั้งที่เขายั่วโมโห หัวใจเจ้ากรรมก็มักจะเต้นผิดจังหวะทุกที
ก่อนที่สงครามประสาทขนาดย่อมจะได้ดำเนินต่อ เสียงกริ่งหน้าประตูก็แผดเสียงดังขึ้น *ติ๊งหน่อง!*
ทั้งคู่ชะงัก คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ขณะที่มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ใครมาเวลานี้..." คณินพึมพำอย่างหงุดหงิด เดินหันหลังกลับไปมองหน้าจออินเตอร์คอมที่ติดอยู่ผนังห้อง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้กดปุ่มเปิด เสียงตะโกนโวยวายพร้อมทุบประตูก็กรีดทะลุกำแพงเข้ามาเสียก่อน
"ยามิน! แกอยู่ข้างในใช่ไหม เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะย่ะ! บอกแล้วไงว่าอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไปซุกตัวอยู่กับผู้ชายหน้าเลือดที่ไหน! เปิดโว้ย!"
เสียงแหลมใสแต่ทรงพลังแบบนี้... มีอยู่คนเดียวในสามโลก
"พัดชา!" มินตราอุทานออกมาอย่างตกใจระคนโล่งอก เธอลืมไปสนิทเลยว่าเพื่อนสนิทตัวแสบคนนี้ประกาศกร้าวว่าจะต้องมาบุกรุกรังรัก (ปลอมๆ) ของเธอให้ได้ภายในสัปดาห์นี้
คณินหันขวับมามองมินตราด้วยสายตาคาดโทษ ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออกด้วยฝีมือของหญิงสาวร่างเล็กที่ยืนอยู่ด้านนอก พัดชาก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องราวกับพายุหมุนทันที โดยไม่สนสายตาพิฆาตของท่านประธานหนุ่มเจ้าของห้องเลยสักนิด
"ยามิน! ไหน... ขอดูหน้าหน่อยซิว่าผู้ชายหน้าไหนมันกล้าอาจAหานมาพัวพันกับเพื่อนรักฉัน... อุ๊ย!" พัดชาเบรกเอี๊ยดเมื่อก้าวเข้ามาถึงห้องรับแขกแล้วพบกับร่างสูงใหญ่ของคณินที่ยืนกอดอกตีหน้ายักษ์รออยู่ก่อนแล้ว
ดวงตากลมโตของพัดชาเบิกกว้างขึ้น กวาดสายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าของคณินที่มีออร่าความรวยและความดุแผ่พุ่งออกมาแบบโนสนโนสำรวจ ก่อนจะหันขวับกลับมามองมินตราแล้วทำตาโตเป็นไข่ห่าน ส่งสัญญาณภาษากายแบบรัวๆ ชนิดที่เรียกว่ามอร์สยังอาย
*‘แก... งานดีระดับพรีเมียมพริกสิบเม็ดนี่มันใคร! ไหนบอกว่าจำใจแต่งเพื่อธุรกิจไงฟะ ทำไมงานสายตาคลั่งรักถึงพุ่งทะลุปรอทขนาดนี้!’* พัดชาส่งสายตาแซวผ่านทางสีหน้าอย่างออกนอกหน้า
มินตราอยากจะเอาปี๊บคลุมหัวให้รู้แล้วรู้รอด เธอรีบเดินเข้าไปดึงแขนเพื่อนสนิท "พัดชา แกเงียบปากแล้วเดินมานี่เลยนะ มาทำไมไม่บอกล่วงหน้าเนี่ย!"
"โอ๊ย ยามิน! จะรีบดึงทำไม ฉันก็แค่ตกใจใน 'เคมี' อันรุนแรงระหว่างแกกับคุณสามีต่างหากล่ะ" พัดชาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'เคมี' จนดังลั่นห้อง ก่อนจะหันไปฉีกยิ้มหวานหยดให้เจ้าของห้องที่ยืนหน้าบึ้งตึงเป็นตูดหม้อ "สวัสดีค่ะเฮีย... เอ๊ย ขอโทษค่ะ พอดีฉันเป็นเพื่อนสนิทของยามิน เห็นหน้าเฮียชัดๆ แบบนี้แล้ว... อืมม์ สมคำร่ำลือจริงๆ นะคะ ว่าแต่... เฮียทนความปากเก่งของยัยนี่ไหวได้ยังไงเหรอคะเนี่ย หน้าตาก็ดุ ท่าทางก็ดุ แต่ทำไมหูถึงแดงแจ๋ตอนมองหน้าเพื่อนฉันล่ะคะเนี่ย?"
*ฉ่า!*
เหมือนมีใครเอาสีแดงมาสาดใส่หน้าคณินทันที หูทั้งสองข้างของท่านประธานหนุ่มขึ้นสีแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบตวัดมองพัดชาด้วยความเขินอายที่ถูกจับไต๋ได้ทันควัน แต่ปากหนากลับรีบโต้กลับทันคว่า "ผมไม่ได้เขิน! ใครเขินคุณ พูดจาเพ้อเจ้อ! แล้วนี่บุกรุกเข้ามาในเคหสถานส่วนตัวของคนอื่นอย่างไร้มารยาทแบบนี้ คิดจะโดนข้อหาบุกรุกหรือไงครับคุณเพื่อนสนิท!"
พัดชาหัวเราะคิกคักอย่างไม่สะทกสะท้าน "อุ๊ย ตายแล้ว! เฮียรีบแก้ตัวจังเลยนะคะ แถมยังเสียงดังกลบเกลื่อนอีกต่างหาก อาการแบบนี้ในทางจิตวิทยาเขาเรียกว่า 'อาการซึนเดระขั้นระยะสุดท้าย' ค่ะคุณเพื่อนรัก!" เธหันไปกระซิบกระซาบกับมินตราเสียงดังลั่น
มินตราหน้าแดงก่ำไม่แพ้กัน เธอยกมือขึ้นตีแขนเพื่อนตัวดีหนึ่งทีแก้เขิน "พัดชา! แกหยุดพูดจาเหลวไหลแล้วนั่งลงไปเลยนะ!"
"ฉันพูดความจริงต่างหากเล่า แกดูสายตาที่เฮียเขามองแกสิยามิน เหมือนเสือจ้องจะเขมือบกวางน้อยไม่มีผิด... โอ๊ะ! ขอโทษค่ะ ลืมไปว่าแกไม่ใช่กวางน้อย แกมันคือแม่เสือสาวต่างหากล่ะ ถึงว่า... ถึงได้มาสยบอยู่ใต้ร่าง... เอ๊ย อยู่ในการดูแลของเฮียคณินได้"
คณินถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับอารมณ์ เขายกมือขึ้นกอดอก พยายามตีสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดแม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวด้วยความเขินผสมความหมั่นไส้แม่เพื่อนตัวแสบคนนี้เต็มประดา "ปากคอเราะร้ายไม่แพ้กันเลยนะสมกับที่เป็นเพื่อนกัน... เอาล่ะ ในเมื่อเข้ามาแล้วก็เชิญนั่งตามสบายครับ แต่อย่าอยู่รบกวนเวลาส่วนตัวของเราสองคนนานนัก เพราะผมกับมินตรา... *มีธุระสำคัญ* ที่ต้องเคลียร์กันต่อ"
เน้นเสียงคำว่า 'ธุระสำคัญ' ชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับปรายตามองมินตราด้วยแววתิเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหญิงสาวสะท้านไปถึงสันหลังวาบ
พัดชายิ้มกรุ้มกริ่ม ยกมือขึ้นยอมแพ้ "โอเคๆ ฉันรู้ตัวว่าก้างชิ้นโตมันขวางหูขวางตา... งั้นฉันแค่มารับขวัญยามินเฉยๆ ว่าแกยังปลอดภัยดีและไม่ได้โดนเฮียเขากินหัวเข้าไปซะก่อน... ไปละนะยามิน ไว้คราวหน้าฉันจะมาใหม่ คราวนี้จะขออนุญาตค้างคืนด้วยเลย เผื่อจะได้ดูซีรีส์สดๆ ตอนที่เฮียเขาง้อเมีย!"
พูดจบ พัดชาก็กระชับกระเป๋า สะบัดบ๊อบเดินยิ้มร่าเริงออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง แต่ทว่า... อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างน่าประหลาด
มินตราไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองคนข้างกาย เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งแก้มและใบหู คำพูดล้อเลียนของพัดชายังคงก้องอยู่ในหัว
"เอ่อ... คือ... ฉันขอตัวไปดูน้ำในครัวก่อนนะคะ" มินตราอ้างเสียงตะกุกตะกัก เตรียมจะหมุนตัวเดินหนี
แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด ฝ่ามือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเรียวของเธอ แล้วออกแรงดึงเบาๆ เพียงครั้งเดียว ร่างบางก็เซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคณินอย่างจัง
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม คณินก้มลงกระซิบชิดใบหูของเธอ เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความอันตรายที่ทำเอาสติของมินตรากระเจิง
"จะรีบไปไหนครับ มินตรา..."
คณินไล้ปลายนิ้วอุ่นร้อนที่ข้อมือเธอเบาๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมากุมมือบางไว้แน่น ดวงตาคมกริบที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้เสมอ บัดนี้กลับฉายประกายความคลั่งรักออกมาอย่างเปิดเผยจนคนถูกมองแทบละลาย
"เพื่อนคุณพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง..."
เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก้มใบลงมาจนหน้าผากชิดกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจรินรดกันจนแทบจะเป็นลมหายใจเดียวกัน
"...ว่าผมอยากจะ 'กิน' คุณใจจะขาดอยู่แล้วครับ"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้เฮียคณินคนซึนและยัยตัวแสบมินตราในตอนนี้ด้วยนะครับ!
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 15
ปาร์ตี้กระชับมิตร (หรือสงคราม)
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!