เสียงหัวoเราะคิกคักของหญิงสาวที่ดังลอดออกมาจากมุมหนึ่งของคาเฟ่กึ่งบาร์สุดหรูใจกลางเมือง มันบาดลึกเข้าไปในโสตประสาทของคณินราวกับมีใครเอาเศษแก้วมา Sกรีดซ้ำ ๆ ชายหนุ่มปรายตามองผ่านกระจกใสเคลือบฟิล์มกันความร้อน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้สีเข้ม แววตาคมกริบดุจพญาอินทรีจดจ้องไปยังเป้าหมายอย่างไม่วางตา
มินตรากำลังยืนคุยอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง...
เด็กหนุ่มหน้าตาจิ้มลิ้ม ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน สวมเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นข้อมือขาวผ่อง ทั้งคู่ดูจะสนุกสนานเสียจนรอยยิ้มกว้างบนเรียวปากบางของมินตราทำให้คณินรู้สึกเคืองตาอย่างบอกไม่ถูก
*ไอ้เด็กเมื่อวานซืน*... คณินพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรงจนสันจมูกโด่งเป็นสันนูนกระตุกเกร็ง นิ้วเรียวเคาะโต๊ะกระจกเป็นจังหวะรัวเร็วเพื่อระบายความหงุดหงิดที่สุมอก
เขาสั่งกาแฟไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงก่อน ป่านนี้ความเย็นคงละลายน้ำแข็งจนจืดสนิท แต่เขากลับขยับตัวไปไหนไม่ได้ ปากก็บอกตัวเองว่าแค่แวะมาตรวจงานแถวนี้ แต่ขายาว ๆ เจ้ากรรมดันพาเลี้ยวเข้ามานั่งจับตาดูคุณหนูตกอับแต่ปากเก่งคนนี้เสียได้
"รอนานไหมครับพี่มิน? พอดีผมหาเอกสารชุดนั้นไม่เจอ..." เสียงทุ้มนุ่มของไอ้เด็กหนุ่มคนนั้นลอยมาเข้าหูพอดี เพราะโต๊ะที่ทั้งคู่นั่งอยู่ห่างจากโต๊ะของเขาเพียงแค่เอื้อม
"ไม่เป็นไรค่ะน้อง ธีร์... พี่ต่างหากที่ต้องรบกวน" มินตราเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน รอยยิ้มพาสเทลที่เธอมอบให้อีกฝ่ายทำเอาคณินรู้สึกเหมือนมีไฟกองย่อม ๆ มาสุมอยู่กลางอก
*พี่มินงั้นเหรอ? สนิทกันเร็วจังนะ*
คณินแค่นเสียงในลำคอ "หึ" ออกมาเบา ๆ ขยับเนกไทสีเทาเข้มด้วยความอึดอัด ทั้งที่แอร์ในร้านออกจะเย็นเฉียบ แต่เขากลับรู้สึกร้อนรุ่มราวกับยืนอยู่กลางทะเลทราย เขาเกลียดความรู้สึกนี้ เกลียดที่ตัวเองต้องมานั่งหงุดหงิดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ ทั้งที่สถานะระหว่างเขากับมินตรามันก็เป็นแค่... ดีลลับทางธุรกิจเท่านั้น!
แต่ให้ตายเถอะ... ภาพที่ยัยตัวแสบส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้ผู้ชายอื่น มันชวนให้เขาอยากลุกขึ้นไปกระชากแขนเธอแล้วลากตัวออกจากร้านให้รู้แล้วรู้รอด
ในจังหวะที่ธีร์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เพื่อหยิบเอกสารจากมือมินตรา ร่างสูงของคณินก็ลุกพรวดขึ้นจากโซฟาโดยอัตโนมัติ ขาย้าวสาวเท้าก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะเป้าหมายด้วยความเร็วสูง รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากตัวจนคนรอบข้างต้องหันมามอง
"เอกสารสำคัญอะไรนักหนา ถึงต้องเอาหน้าเข้าไปใกล้ขนาดนั้น หกนิ้วจะเข้าตาอยู่แล้วมั้ง"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยียบเย็นดังขึ้นเหนือหัว ทำเอาทั้งมินตราและธีร์สะดุ้งสุดตัว หญิงสาวเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตากลมโตฉายแววตกใจก่อนจะเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคืองในเสี้ยววินาที
"เฮียคณิน?" มินตราขมวดคิ้วมุ่น เอ่ยชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ "เฮียมาทำอะไรที่นี่คะเนี่ย แล้วมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของฉันทำไม?"
คณินแค่นยิ้มมุมปาก สายตาคมกริบกวาดมองเด็กหนุ่มรุ่นน้องหัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยามเล็กน้อย ก่อนจะเบนกลับมาสบตาคนที่นั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "ก้าวก่ายเหรอ? ฉันแค่ผ่านมาเห็นพนักงาน... อ้อ ไม่สิ คู่สัญญาของฉันกำลังยืนอ้อยอิ่งอยู่กับเด็กฝึกงานในเวลางาน มันเสียภาพลักษณ์บริษัทหมด มินตรา"
ธีร์หน้าถอดสี รีบโค้งศีรษะให้คณินด้วยความเกรงกลัว "เอ่อ... สวัสดีครับท่านประธาน ผมขอตัวก่อนนะครับพี่มิน" เด็กหนุ่มรีบเก็บเอกสารแล้วเดินเลี่ยงหายไปอย่างรวดเร็ว
มินตรามองตามหลังรุ่นน้องด้วยความเสียดาย ก่อนจะหันขวับมามองหน้าคนตัวสูงที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ เธอผุดลุกขึ้นยืนบ้าง แม้ส่วนสูงจะต่างกันพอสมควรแต่แววตาที่เธอมองเขากลับไม่มีความเกรงกลัวเลยสักนิด
"เฮียเป็นบ้าอะไรเนี่ย!" มินตราแหวใส่เสียงเบาแต่เฉียบขาด เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ประกายไฟในดวงตาทั้งคู่ปะทะกันเปรี๊ยะ ๆ "น้องเขาแค่วางแผนงานโปรเจกต์ส่งฉัน เฮียมีสิทธิ์อะไรไปไล่เขาแบบนั้นวะคะ? ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย!"
"ไม่มีมารยาท?" คณินทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความโมโหที่พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง "ฉันเป็นเจ้านายเธอ เป็นคนจ่ายเงินเดือนให้เธอ จะตักเตือนพนักงานที่ทำตัวไม่รู้เวลาก่ำเวลา มันแปลว่าไม่มีมารยาทตรงไหน ห๊ะ มินตรา!"
"เจ้านายเหรอ?" มินตราหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันชัดเจน เธอสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวเขาจนหน้าอกเกือบจะชนกับแผงอกกว้างภายใต้สูทเนื้อดี "ในสัญญาบอกว่าฉันต้องทำตามคำสั่งเรื่องงานในบริษัท แต่นี่มันเวลานอกราชการค่ะเฮีย! หรือว่า... เฮียไม่มีงานทำจนต้องมาเดินตามสอดส่องชีวิตฉันว่างั้น?"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอาคณินชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบหรี่ลงอย่างอันตราย ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขานี่นะ... ว่างงาน? เขาเคลียร์งานกองโตบนโต๊ะเพื่อจะปลีกตัวมาตรวจความเรียบร้อยแถวนี้แท้ ๆ แต่ดันมาเจอภาพบาดตาบาดใจเข้าเต็มรัก
"ปากดีจริงนะมินตรา..." คณินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว จนร่างบางต้องผถอยหลังไปจนติดขอบโต๊ะ คณินใช้มือข้างหนึ่งค้ำโต๊ะกักตัวเธอไว้ในวงแขน รัศมีคุกคามแผ่ซ่านจนมินตราต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่ระยะห่างที่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ แบบนี้มันก็ทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะเหมือนกัน
"ปล่อยนะเฮีย มาทำรุ่มร่ามอะไรตรงนี้ คนมองกันหมดแล้ว!" มินตราพยายามดันอกแกร่งออก แต่แรงเธอน่ะหรือจะสู้แรงช้างสารของประธานหนุ่มได้
"ให้มองไปสิ ฉันกำลังคุยกับคู่สัญญาของฉันอยู่ มันผิดตรงไหน" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยความหึงหวงที่พยายามกลบเกลื่อน "หึ... ทีกับไอ้เด็กนั่นล่ะยิ้มจนแก้มจะปริ พอกับฉันทำไมต้องทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อด้วยล่ะ หวงรอยยิ้มไว้ให้คนอื่นหมดรึไง?"
มินตรานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบกับคำพูดนั้น เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคมกริบที่ฉายแววบางอย่างที่เธอไม่อยากจะเชื่อสายตา... แววตาของความหึงหวง
"เฮีย..." มินตรากะพริบตาปริบ ๆ ความซึนของอีกฝ่ายทำเอาเธอตั้งรับไม่ทัน "นี่เฮีย... หึงฉันเหรอคะ?"
คำถามตรงประเด็นราวกับลูกศรปักเข้ากลางใจ คณินชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความกระอักกระอ่วนในเสี้ยววินาที สันจมูกโด่งเชิดขึ้น เลือดลมสูบฉีดจนใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด
"หึง? เพ้อเจ้ออะไรของเธอ!" คณินรีบผละถอยหลังออกห่างทันที สะบัดหน้าหนีไปอีกทางด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง "ใครจะไปหึงคนปากจัดอย่างเธอ ฝันไปเถอะมินตรา ฉันแค่รำคาญที่เห็นพนักงานทำตัวไม่เหมาะสมในเวลางานต่างหากเล่า!"
มินตรามองท่าทางปฏิเสธหัวชนฝาของคนปากแข็งแล้วก็ได้แต่หลุดหัวเราะคิกออกมาอย่างหมั่นไส้ เธอเชิดหน้าขึ้นก้าวเข้าไปหาเขาช้า ๆ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ปากแข็งจังนะคะเฮีย..." มินตราเอ่ยเสียงหวานหยด ยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกันอีกรอบ "ถ้าไม่ได้หึง... แล้วหน้าแดงทำไมล่ะคะเนี่ย หูด้วย... แดงแจ๋เลยนะเฮียคณิน"
คณินรีบยกมือขึ้นแตะใบหูตัวเองโดยอัตโนมัติ สีหน้าตื่นตระหนกเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับ1สีหน้าให้กลับมาเรียบตึงดั่งเดิมอย่างรวดเร็ว
"แดดมันร้อน! ร้านนี้แอร์ไม่ค่อยเย็นต่างหากเล่า!" คณินแก้ตัวน้ำขุ่นๆ สายตาหลบเลียบคู่สนทนาอย่างน่าเอ็นดู
"อ๋อ... แดดส่องทะลุกระจกเข้ามาถึงในร้านเลยเหรอคะเนี่ย แหม ช่างเป็นแดดที่เจาะจงซะ1จริงนะ" มินตราหัวเราะร่วนอย่างสะใจที่ได้ตอกกลับคนปากร้ายจนหน้าชา
คณินขบกรามแน่นด้วยความหมั่นเขี้ยว อยากจะหยิกแก้มยัยตัวแสบให้เข็ดหลุดพ้นความอวดดีเสียจริง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอאยปากเถียงกลับ ประตูคาเฟ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงจากด้านนอก พร้อมกับร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางคุ้นเคย
"มินตรา! อยู่นี่เอง ผมตามหาซะทั่ว..."
เสียงทุ้มคุ้นหูที่เอמהชื่อเธอทำเอาทั้งคณินและมินตราต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน และในเสี้ยววินาทีที่คณินเห็นใบหน้าของผู้ชายคนที่เดินเข้ามา รังสีอำมหิตก็แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงทันทีจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
*กรณ์?*
ไอ้ตัวปัญหาที่หายหัวไปนาน กลับโผล่มาถูกจังหวะเวลานรกแตกเสียจริง!
***
[เชิงอรรถนักเขียนจาก "ฟีนิกซ์สีทอง"]:
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความซึนของเฮียคณินและยัยตัวแสบของเรานะครับ! ตอนหน้าบอกเลยว่ามีไฟลุกแน่นอนครับผม!
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 14
หึงแต่ปากแข็ง
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!