"บอกฉันมาอีกทีซิ... ว่าตากล้องสติเฟื่องคนไหนมันเป็นคนปล่อยคลิปนี้ลงในระบบ"
น้ำเสียงของคณินในยามนี้ไม่ได้ดังตะקกตะคราม แต่มันเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกจนเลขาสาวหน้าเสีย เธอถอยกรูดไปชิดผนังห้องทำงานกระจกใส ขณะที่หน้าจอแท็บเล็ตในมือยังคงฉายภาพเหตุการณ์ในห้องประชุมใหญ่ซ้ำไปซ้ำมา—ภาพที่บอร์ดบริหารชราภาพกำลังก้มหัวให้มินตรา พร้อมกับเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ที่ถูกโอนย้ายอย่างไร้รอยต่อ
ไม่ใช่การฮุบกิจการอย่างที่เขากล่าวหา... แต่เป็นการ "กอบกู้"
"คือ... ทางเราตรวจสอบIP Address แล้วครับคุณคณิน เป็นไอพีจากเซิร์ฟเวอร์สำรองในเครือข่ายของ... คุณกรณ์ครับ" เลขาสาวกลืนน้ำลายเอื้อมมือสั่นเทาเก็บแท็บเล็ตกลับ "แล้วก็... บอร์ดบริหารฝากบอกท่านประธานว่า เอกสารชุดนี้ถูกส่งตรงมาจากทนายความส่วนตัวของคุณมินตราเมื่อสามวันก่อน โดยมีเงื่อนไขเดียวคือ ห้ามเปิดเผยจนกว่าคุณคณินจะทำตามขั้นตอนทางกฎหมายครบถ้วน... ซึ่งก็คือการเซ็นรับรองสิทธิ์ในฐานะ... สามี"
คำว่า *สามี* กระแทกเข้ากลางหน้าผากของคณินอย่างจังราวกับโดนค้อนปอนด์ฟาดซ้ำ
ความเงียบงันแผ่ซ่านไปทั่วห้องทำงานหรูหราที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม คณินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงระยับ ดวงตาคมกราบกวาดมองเอกสารในมือที่เพิ่งถูกดึงขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด ตัวหนังสือทีละบรรทัดกระโดดเข้าตา ยิ่งอ่าน หัวใจที่เคยพองโตด้วยความโกรธเกรี้ยวและอีโก้ค้ำคอเมื่อครู่ก็ยิ่งหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
*มินตราไม่ได้ขายตัวเพื่อแลกกับตำแหน่ง*
*มินตราไม่ได้คบชู้กับกรณ์*
*และที่สำคัญที่สุด... คนที่เซ็นอนุมัติเงินกู้ก้อนสุดท้ายเพื่อพยุงบริษัทของตระกูลเขาไม่ให้ล้มละลายจนโดนฟ้องล้มละลาย ก็คือผู้หญิงคนที่เขาเพิ่งปากร้ายใส่ด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามไปเมื่อคืนนี้*
"เชี่ยเอ๊ย..."
คณินสบถออกมาคำหนึ่งอย่างลืมตัว มือหนากุมขมับตัวเองแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン ความรู้สึกผิดบาปพุ่งพล่านกัดกินหัวใจจนหายใจไม่ออก ภาพใบหน้าเรียวเชิดรั้น ดวงตากลมโตที่ไหวระริกด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่ยอมหลั่งน้ำตาออกมาแม้แต่หยดเดียวในคืนนั้น ย้อนกลับมาหลอนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาทำบ้าอะไรลงไปวะ?
ปากบอกว่าเกลียดนักหนา ปากบอกว่าเธอเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่ไต่เต้าด้วยเรือนร่าง แต่ความเป็นจริงคืออะไร? ความจริงคือเธอกำลังกางปีกปกป้องตระกูลของเขาจากเงื้อมมือของกรณ์ ไอ้สารเลวที่จ้องฮุบทุกอย่างแม้แต่ศักดิ์ศรีของเธอ
คณินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อสูทที่พาดอยู่บนพนักพิงมาสวมอย่างลวกๆ ขายาวก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานด้วยความเร็วสูงราวกับพายุหมุน ในหัวสมองมีเพียงเป้าหมายเดียว—เขาต้องไปขอโทษผู้หญิงคนนั้น แม้ว่าเธอจะใช้รองเท้าส้นสูงตบหน้าเขาสักสิบรอบ เขาก็ยินดีจะก้มหัวรับมันแต่โดยดี
แต่ทว่า... เมื่อเขามาถึงคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองซึ่งเป็นรังรักชั่วคราวตามสัญญาแต่งงาน ประตูห้องกลับเปิดอ้าซ่า ข้าวของเครื่องใช้ที่เป็นของผู้หญิงถูกเก็บกวาดจนเกลี้ยงเกลา เหลือไว้เพียงกระดาษโน้ตสีชมพูอ่อนแผ่นเล็กแปะไว้ที่กระจกโต๊ะเครื่องแป้ง
*‘ขอบคุณสำหรับความทรงจำแย่ๆ และคำดูถูกราคาถูกค่ะคุณประธาน... หวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีก’*
ร่างสูงแข็งค้างอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง สมองขาวโพลนราวกับถูกสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่เธอยังคงหลงLingerอยู่บนหมอน คือหลักฐานเดียวที่ย้ำเตือนว่าเธอเพิ่งจากไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง
"มิน..."
คณินครางชื่อเธอออกมาเบาหวิว ความตระหนกตกใจเข้าเกาะกุมขั้วหัวใจอย่างรุนแรง เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาเลขาสทันทีด้วยน้ำเสียงร้อนรนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"เช็คเที่ยวบินทั้งหมดเดี๋ยวนี้! คุณมินตรากำลังจะไปไหน... เธอจองตั๋วไปที่ไหน!"
"(เอ่อ... ทางเราเช็คจากระบบบัตรเครดิตแล้วค่ะคุณคณิน... คุณมินตราเพิ่งทำการเช็คอินเที่ยวบินส่วนตัว ภาคพื้นดินมุ่งหน้าสู่เกาะส่วนตัวทางภาคใต้... และผู้ที่ร่วมเดินทางไปในไฟลท์นั้นด้วยก็คือ...)" เลขาสาวเว้นวรรคหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความกลัว
"ใคร! ใครมันบังอาจพาภรรยาผมไป!" คณินคำรามลั่น ขบกรามแน่นจนสันนูน
"(คุณกรณ์ค่ะ... เขาเพิ่งส่งข้อความด่วนมาหาทางบอร์ดบริหาร แจ้งว่ากำลังจะเจรจาธุรกิจสำคัญกับคุณมินตรานอกสถานที่... และอาจจะยาวนานจนถึงขั้นเซ็นสัญญาถาวรครับ!)"
ปึง!
โทรศัพท์ในมือเกือบจะถูกบีบจนแหลกคามือ ดวงตาคมกริบของคณินลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความหึงหวงและโทสะที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ความซึนเดระที่เคยมีพังทลายไม่เหลือชิ้นดี เมื่อความจริงเปิดเผยว่าเขากำลังจะสูญเสียผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตให้กับศัตรูหัวใจ
เกาะส่วนตัวอย่างนั้นรึ... ฝันไปเถอะว่าไอ้สารเลวกรณ์จะได้แตะต้องเส้นผมของเธอแม้แต่เส้นเดียว!
คณินหมุนตัวกลับพุ่งทะยานออกจากห้องพักด้วยความเร็วดุจพายุ ทิ้งร่องรอยความเสียใจทั้งหมดไว้เบื้องหลัง เพื่อมุ่งหน้าไปทวงเมียคืนด้วยวิถีของ "ประธานสายคลั่งรัก" ที่ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหา เขาก็จะลากตัวเธอกลับมาลงโทษด้วยจูบคาดโทษให้หายแค้น
นิ้วเรียวหนากดโทรหาคนสนิททันทีที่ก้าวขึ้นรถซูเปอร์คาร์คู่ใจ "เตรียมเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวให้ฉันตอนนี้... ฉันจะไปทวงของๆ ฉันคืน!"
เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องรับกับหัวใจที่เต้นรัวระทึก ทว่าก่อนที่เขาจะเหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไป เสียงแจ้งเตือนข้อความจากเบอร์แปลกปริศนาก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอคอนโซลรถ
คณินเหลือบสายตาไปมองด้วยความหงุดหงิด นิ้วแกร่งกดเปิดอ่านข้อความนั้นอย่างไม่สบอารมณ์ แต่แล้ว... ภาพถ่ายแนบมากับข้อความนั้นกลับทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก
มันคือภาพของมินตรากำลังนั่งอยู่บนเรือยอชต์หรูท่ามกลางเกลียวคลื่น โดยมีกรณ์โน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเธออย่างสนิทสนม และที่มุมขวาล่างของภาพ มีข้อความลายมือเขียนแปะไว้ท้าทายสติ
*‘ขอบคุณนะเพื่อนรัก ที่ช่วยส่งภรรยามาให้ฉันดูแลต่อถึงที่นี่... สนุกแน่’*
รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากของคณิน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความเหี้ยมเกรียมชนิดที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน
"มินตรา... กล้ามากนะที่หนีฉันไปกับไอ้สารเลวคลาสต่ำนี่..." คณินพึมพำกับตัวเองเสียงต่ำอย่างน่ากลัว ก่อนจะกระชากพวงมาลัยรถพุ่งทะยานออกไปราวกับกระสุนปืนที่หลุดจากรังเพลิง
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความโบ๊ะบ๊ะคลั่งรักของเฮียคณินด้วยนะครับ!
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 21
ความจริงปรากฏ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!