เชือกสีดำสนิทที่พันธนาการข้อมือของผมไว้ในห้องทำงานเมื่อคืนก่อน ยังคงทิ้งร่องรอยความอุ่นร้อนจางๆ ไว้ที่ปลายนิ้ว ทุกสัมผัส ทุกประโยคที่ผมเผลอพลั้งปากพูดออกไปอย่างคนขาดสติ—*"ต่อให้ทั้งโลกจะรู้เรื่องนี้ แต่จำไว้ว่าไม่มีใครหน้าไหนพรากเธอไปจากฉันได้ทั้งนั้น!"*—มันก้องวนอยู่ในหัวผมราวกับแผ่นเสียงตกร่อง คณินคนเดิมที่เคยสุขุม เยือกเย็น และควบคุมทุกสถานการณ์ได้เสมอ พังทลายไม่เป็นท่าเพียงเพราะแววตาไหวระริกของผู้หญิงที่ชื่อมินตราคนเดียว
และตอนนี้ เพื่อเป็นการไถ่โทษจากเหตุการณ์วุ่นวายทั้งหมดที่ผมเหวี่ยงใส่เธอโดยไม่ฟังเหตุผล—รวมถึงการลากเธอเข้าไปพัวพันกับข่าวฉาวหน้าหนึ่ง—ผมจึงเหมาห้องอาหารบนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมระดับเจ็ดดาวทั้งฟลอร์
บรรยากาศเงียบสงบ ไร้ผู้คนรบกวน มีเพียงแสงเทียนวับแหววและวิวเส้นขอบฟ้าของเมืองหลวงยามค่ำคืนที่ทอดยาวอยู่เบื้องล่าง แต่บรรยากาศที่ควรจะโรแมนติกและเคลียร์ใจ กลับระอุคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าแห่งความทิฐิ เมื่อคุณหนูตกอับผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร นั่งไขว่ห้างอยู่ตรงข้ามผมด้วยชุดเดรสสีมรกตเข้ารูป ส่งยิ้มหวานหยดที่ผมรู้ทันทีว่า "มีพิษภัย" ซ่อนอยู่เต็มร้อย
"เฮียใจถึงดีนี่ครับ เหมาทั้งชั้นแบบนี้ เปลืองงบประชาสัมพันธ์บริษัทแย่เลยนะ"
เสียงใสเอ่ยแซะทันทีที่ไวน์ราคาแพงถูกรินลงในแก้ว มินตราไม่ได้แตะต้องมัน เธอกลับเลื่อนแท็บเล็ตเมนูอาหารที่พนักงานเพิ่งวางไว้ให้ มาไว้ตรงหน้าด้วยท่าทางสบายๆ ชิลเสียจนผมอยากจะเอื้อมมือไปบีบปลายคางรั้นๆ นั่นสักที
"ถ้าเป็นเรื่องของเธอ... งบแค่นี้เทียบไม่ได้กับความวุ่นวายที่ฉันต้องตามเช็ดหรอกครับ" ผมสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย พยายามรักษามาดประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลเอาไว้ แม้หัวใจจะเต้นแรงผิดจังหวะทุกครั้งที่ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมา
"โอ้โห คำพูดคำจา น่าประทับใจจังเลยนะคะเฮีย" เธอลากเสียงยาวอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะก้มลงมองหน้าจอแท็บเล็ต "ในเมื่อเฮียออกปากเองว่าจะเลี้ยงไถ่โทษ... มินก็เกรงใจแย่สิคะ ถ้าจะสั่งแค่สเต็กพื้นๆ"
ผมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างระแวง "ตามสบายครับ อยากกินอะไรสั่งได้เลย ผมไม่อั้น"
มินตราแย้มยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจผมกระตุกวูบอย่างสังหรณ์ใจไม่ดี เธอนิ้วเรียวเลื่อนหน้าจอไปมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผม นัยน์ตาระยิบระยับด้วยประกายความซนแกมเอาคืน
"อย่างแรกเลย มินอยากกิน 'ซุปกุ้งมังกรเคี่ยวด้วยไฟอ่อนสิบสองชั่วโมงตามตำรับโบราณของเชฟมิชลินสามดาวชาวฝรั่งเศสที่บินตรงมาเฉพาะกิจ' แต่เอ... รู้สึกว่าเชฟท่านนั้นจะไม่ได้ประจำที่นี่สินะคะ งั้นสั่ง 'เมนูพิเศษนอกฤดูกาล' ที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบสดๆ จากทะเลสาบแบงک์ในนอร์เวย์มาทางเครื่องบินส่วนตัวเท่านั้น... เฮียจัดให้ได้ไหมล่ะคะ?"
ผมขมวดคิ้วมุ่นทันที ปากบางๆ ของเธอนี่มันน่าจับมาจูบให้หายพยศนัก "มินตรา... นั่นมันเรื่องมากเกินไปแล้วครับ เมนูบ้าอะไรต้องบินข้ามทวีป"
"อ้าว ไหนเฮียปากดีบอกว่าไม่อั้นไงคะ?" เธอย้อนถามเสียงใส สีหน้าเยาะหยันเล็กน้อย "หรือว่า... ประธานบริษัทอสังหาฯ หมื่นล้าน เริ่มกระเป๋าแฟบซะแล้วล่ะครับเนี่ย?"
โดนท้าทายแบบนี้ มีหรือที่คนอย่างคณินจะยอมเสียหน้า! ผมแค่นسหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบมองสบเธอนิ่ง "เรื่องแค่นี้คิดว่าผมทำไม่ได้เหรอครับ? รอสักครู่... ผมแค่ยกหูโทรศัพท์หาผู้จัดการโรงแรม ทุกอย่างก็บินมาเสิร์ฟตรงหน้าเธอได้ภายในสองชั่วโมง"
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจริงๆ แต่มินตรากลับหัวเราะคิกคัก ยื่นมือเรียวมาคว่ำหน้าจอเครื่องมือสื่อสารของผมลงอย่างถือวิสาสะ ปลายเล็บสีนู้ดแตะโดนฝ่ามือผมเบาๆ ทว่ากลับสร้างกระแสความร้อนวูบวาบวิ่งพล่านไปถึงหัวไหล่
"ล้อเล่นน่าเฮีย มินไม่ได้เรื่องมากขนาดนั้นหรอกค่ะ..." เธอว่าพลางดึงมือกลับไปประสานกันบนตัก ดวงตาคู่สวยพราวระยับ "มินแค่อยากลองใจดูว่า เฮียจะยอมทำตามใจมินทุกเรื่องจริงๆ หรือเปล่า... เหมือนกับตอนที่เฮียลากมินเข้าไปพัวพันในห้องทำงานนั้นไงคะ"
บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงวูบหนึ่งเมื่อพูดถึงเหตุการณ์นั้น สายตาของเราประสานกันนิ่ง ไร้คำพูดใดๆ นานร่วมนาที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของตัวเอง
"ผมพูดจริงทำจริงทุกเรื่องครับ... มินตรา" ผมลดเสียงลงต่ำ ทอดมองเธอด้วยสายตาที่ซ่อนความคลั่งเอาไว้ไม่มิด "โดยเฉพาะเรื่องที่บอกว่า... ไม่มีใครหน้าไหนพรากเธอไปจากผมได้"
แก้มใสของมินตราขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เธอหลบสายตาผมโดยการก้มลงมองเมนูในแท็บเล็ตอีกครั้ง ก่อนจะพึมพำเสียงเบา "ปากหวาน... วันนี้กินยาผิดสำแดงมาหรือไงคะ"
"ถ้ากินแล้วได้เห็นท่าทางเขินๆ ของคุณหนูจอมพยศ... ผมยอมกินทุกวันครับ" ผมยิ้มมุมปาก เคาะนิ้วกับโต๊ะเบาๆ "สรุปว่าจะสั่งอะไรครับ หรือว่าจะเปลี่ยนใจมากิน 'ผม' แทนอาหารบนโต๊ะนี้ดีล่ะ?"
"คนทะลึ่ง!" มินตราค้อนให้วงใหญ่ ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู "ใครจะไปกินลง... สั่งอันนี้ก็แล้วกันค่ะ! ซุปทรัฟเฟิลขาวกับสเต็กเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมย่างความสุกระดับมีเดียมแรร์ ห้ามทำเสียรสชาติเด็ดขาดนะ ไม่งั้นมินไม่ยอมจริงๆ ด้วย"
"รับทราบครับ คุณหนูมินตรา" ผมหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดก่อนหน้านี้ละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเคมีหวานอมเปรี้ยวที่ฟุ้งกระจายอยู่รอบตัวเราสองคน
อาหารมื้อค่ำดำเนินไปอย่างราบรื่น ท่ามกลางการปะทะฝีปากเล็กๆ น้อยๆ ตามประสาคนฟอร์มจัด มินตราแกล้งตักนั่นตักนี่มาใส่จานผม ส่วนผมก็ทำทีเป็นบ่นแต่ก็กินจนหมดเกลี้ยงทุกจาน ความรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นแปลกประหลาดก่อตัวขึ้นในใจอย่างเงียบเชียบ จนผมเกือบจะลืมไปแล้วว่าโลกภายนอกห้องอาหารแห่งนี้กำลังวุ่นวายแค่ไหนกับข่าวฉาวของเรา
จนกระทั่ง... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูบานกระจกใสที่กั้นระหว่างระเบียงกับห้องอาหารดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ผมขมวดคิ้ว หันไปมองด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว แต่มินตรากลับหน้าถอดสีทันทีเมื่อมองลอดผ่านกระจกใสออกไปด้านนอก
ร่างสูงโปรดของ 'กรณ์' ยืนยันตัวตนอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมคายเปื้อนรอยยิ้มเยาะเย้ย มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือหน้าจอเปิดสว่างวาบ ฉายภาพข่าวพาดหัวหน้าหนึ่งของแท็บลอยด์ชื่อดัง—ภาพถ่ายปาปารัสซี่ตอนที่ผมกำลังกอดเอวมินตราแน่นหนาหน้าลิฟท์เมื่อวานนี้!
และที่เลวร้ายยิ่งกว่า... กรณ์ไม่ได้มาคนเดียว ด้านหลังของเขามีนักข่าวกลุ่มใหญ่พร้อมไมโครโฟนและกล้องถ่ายรูปกำลังกรูขึ้นมาตามบันไดหนีไฟด้านนอกอย่างรวดเร็ว!
มินตราผุดลุกขึ้นยืนทันที มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหันมามองหน้าผม "เฮีย... นั่นมัน..."
ผมไม่ได้พูดอะไร ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มจัดด้วยความโกรธเกรี้ยว อุณหภูมิรอบตัวดิ่งวูบลงจนติดลบ ร่างกายขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบังร่างของมินตราไว้ข้างหลังทันทีอย่างปกป้อง
กรณ์ยิ้มกริ่ม ผลักประตูกระจกเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัวด้วยท่าทางเย่อหยิ่ง พร้อมกับเสียงแฟลชวับวับจากกลุ่มนักข่าวที่เริ่มดันตัวเข้ามาเบียดเสียดกันตรงประตู
"อุ๊ย... ขอโทษที่มารบกวนดินเนอร์สุดสวีทของท่านประธานกับอดีตคู่หมั้นผมนะครับ พอดีเห็นข่าวแล้วเป็นห่วงกลัวว่าจะเข้าใจผิดกัน... เลยพาพี่ๆ นักข่าวมาช่วย 'สัมภาษณ์' ยืนยันความสัมพันธ์ให้ชัดเจนกันไปเลยดีกว่า!" กรณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ท่าทางกร่างสุดขีด
ผมแค่นยิ้มเย็นเยียบ แววตาดุดั่งพญานกไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างให้เป็นจุล ชำเลืองมองหน้ากรณ์สลับกับกลุ่มนักข่าว แล้วหันกลับมาคว้าข้อมือมินตราที่ยืนตัวเกร็งอยู่ด้านหลังให้เข้ามาแนบชิดกับตัวมากขึ้น
"อยากรู้ความจริงนักใช่ไหม..." ผมเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กวาดสายตาดุจพญามารมองฝูงชนตรงหน้าจนทุกคนต้องเงียบกริบ "งั้นก็ตั้งใจฟังให้ดี... เพราะผมจะพูดมันแค่ครั้งเดียว"
มินตราเงยหน้าขึ้นมองผมด้วยแววตาสั่นระริก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำชนซี่โครง ขณะที่ปลายนิ้วอุ่นร้อนของผมยกขึ้นเกลี่ยแก้มเนียนแผ่วเบa ท่ามกลางแสงแฟลชที่สาดกระหน่ำเข้ามาไม่ยั้ง
**ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและซัพพอร์ตเฮียคณินกับน้องมินตรามาจนถึงตอนนี้นะครับ**
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 23
ดินเนอร์ไถ่โทษ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!