เอกสารในมือของกรณ์ถูกกระชากออกไปอย่างแรงด้วยความเร็วที่เหนือกว่า ก่อนที่กระดาษแผ่นสำคัญจะทันได้เปิดเผยความลับที่อาจสั่นคลอนบัลลังก์ของคณิน
"คิดว่ารื้อค้นห้องทำงานคนอื่น แล้วจะได้ชัยชนะกลับไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือครับ คุณกรณ์"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความเย็นชา ดวงตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองผู้บุกรุกนิ่งสนิท บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางดิ่งลึกลงจนแทบหยุดหายใจ คณินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่มกลับทำให้กรณ์ที่ถือไพ่เหนือกว่าเมื่อครู่ต้องชะงักไปชั่วขณะ
"เฮียคณินใจเย็นก่อนสครับ ผมแค่อยากจะเอา 'หลักฐาน' บางอย่างมาให้ดู... เผื่อว่าคุณหนูมินตราผู้สูงศักดิ์ของคุณ จะไม่ได้ใสสะอาดอย่างที่คิด" กรณ์แย้มยิ้มกวนประสาท แม้จะเหงื่อซึมที่ขมับเล็กน้อยเมื่อสบตากับความดุดันที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่
"เรื่องของมินตรา ผมจัดการเองได้ และไม่มีความจำเป็นต้องให้คนนอกอย่างคุณมาสอดมือยุ่ง!" คณินกดเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวด้วยความกรุ่นโกรธที่พุ่งพล่าน สัญชาตญาณดิบภายในกายบอกชัดเจนว่า เอกสารในมือของเขาเวลานี้มีผลโดยตรงกับความรู้สึกของคนตัวเล็กที่เพิ่งวิ่งหนีออกจากห้องไปเมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้
ปัง!
เสียงประตูกระแทกปิดลงอย่างแรงพร้อมกับร่างของกรณ์ที่ถอยร่นออกไปตามแรงกดดัน คณินโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะทำงานอย่างไม่ไยดี ก่อนที่ความกระวนกระวายใจจะตีตื้นขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขารู้ดีว่ามินตราเป็นคนดื้อรั้นแค่ไหน ยิ่งเวลาที่เธอโกรธหรือเสียใจ เจ้าตัวมักจะเลือกเดินออกไปเผชิญโลกกว้างด้วยตัวคนเดียวเสมอ และวันนี้... ท้องฟ้าข้างนอกกำลังคำรามก้องด้วยเสียงฟ้าผ่าและเมฆฝนสีดำทะมึนที่ปกคลุมทั่วทั้งกรุงเทพมหานคร
สายฝนเริ่มโปรยปรายลงมากระจกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ก่อนจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นพายุโหมกระหน่ำในเวลาไม่ถึงสิบนาที
คณินหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาหญิงสาวเป็นครั้งที่สิบทว่ามีเพียงเสียงสัญญาณเตือนที่ไร้การตอบรับ เสียงผู้ให้บริการอัตโนมัติ echoing ซ้ำๆ ยิ่งโหมไฟร้อนรนในอกให้ลุกโชนขึ้นไปอีก มือหนากำสมาร์ทโฟนแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว
"ให้ตายสิ... เธอหายหัวไปไหนของเธอนะมินตรา!"
ร่างสูงสบถเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะคว้าเสื้อโค้ทสีเข้มพาดบ่าแล้วก้าวเท้าฉับๆ ออกจากห้องทำงานทันที โดยไม่สนใจว่าเอกสารบนโต๊ะจะกระจัดกระจายไปทิศทางไหนบ้าง ความห่วงใยที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยความปากแข็งกำลังแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนรนระดับวิกฤต เมื่อเขานึกถึงภาพหญิงสาวร่างบางที่เดินออกไปเผชิญพายุฝนข้างนอกโดยไม่มีแม้แต่ร่มสักคัน
ในขณะเดียวกัน ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายอย่างหนักหน่วงจนมองไม่เห็นทางเดิน มินตรากำลังก้าวเดินอย่างไร้จุดหมายอยู่บนฟุตบาทริมถนนใหญ่ ร่างเพรียวบางในชุดทำงานเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำฝนที่ซึมลึกถึงเนื้อผ้า ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลัง แต่มันกลับเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวเหน็บในช่องอก
ภาพเอกสารในแฟ้มของกรณ์เมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว ภาพถ่ายวันวานระหว่างเธอกับอดีตคู่หมั้นถูกนำมาขุดคุ้ยเพื่อใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างความเชื่อใจ แม้เธอจะรู้ดีว่ามันเป็นแค่เกมสกปรก แต่วินาทีที่คณินทำสายตานิ่งเฉยใส่ เธอก็รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด ความทิฐิและศักดิ์ศรีทำให้เธอเลือกที่จะวิ่งหนีออกมา มากกว่าจะยืนรอให้เขาพิพากษาด้วยสายตาเย็นชาคู่นั้น
"ฮึ... สุดท้ายเธอก็ตัวคนเดียวอยู่ดีนี่นา มินตรา"
หญิงสาวพึมพำกับตัวเองท่ามกลางเสียงสายฝนที่กลบเสียงสะอื้นไห้ เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือที่สั่นเทา ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ดิ้นรนมาตลอดหลายเดือนผสมปนเปไปกับความน้อยใจ ทำให้เรียวขาที่ก้าวเดินเริ่มไร้เรี่ยวแรง ทัศนวิสัยเบื้องหน้าพร่ามัวไปด้วยหยดน้ำฝนและม่านน้ำตา
เอี๊ยดดด—!
เสียงเบรกของรถยนต์คันหรูที่ลากยาวไปบนถนนเปียกชื้นดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟหน้าสาดส่องกระทบกับร่างบางที่ยืนเคว้งอยู่ริมขอบถนน ร่างของมินตราบิดเกรย์ด้วยความตกใจก่อนที่สติสัมปชัญญะจะดับวูบลง ท่ามกลางม่านน้ำที่โหมกระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ขาดสาย
ที่ลานจอดรถหน้าอาคารสำนักงานใหญ่ รถสปอร์ตคันหรูของคณินพุ่งทะยานฝ่าสายฝนออกไปอย่างบ้าคลั่ง ประธานหนุ่มขับรถวนหาตามจุดที่คาดว่าหญิงสาวจะไป ทั้งร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ หรือแม้แต่ป้ายรถประจำทางที่เธอชอบใช้บริการ แต่กลับไร้เงาของคนตัวเล็ก
ดวงตาคมกริบแดงก่ำด้วยความเครียดและหวาดกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต ผู้ชายที่เคยควบคุมทุกสถานการณ์ได้สมบูรณ์แบบอย่างเขา กลับรู้สึกเหมือนหัวใจกำลังจะหลุดออกจากอกเมื่อคิดว่าหากเขาหาเธอไม่พบ... หากเกิดอะไรขึ้นกับเธอขึ้นมาจริงๆ เขาคงไม่มีวันให้อภัยตัวเอง
คณินจอดรถเทียบฟุตบาทหน้าสวนสาธารณะแห่งหนึ่งซึ่งเป็นเส้นทางที่เธอชอบเดินกลับคอนโด สายตาคมกวาดมองไปทั่วบริเวณมืดทึบที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟริมทาง ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง
กระทั่งสายตาของเขาไปสะดุดเข้ากับร่มสีใสที่ถูกทิ้งตกอยู่ริมทางเดิน ใกล้กันนั้นมีโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูตกคว่ำหน้าจอแตกละเอียดอยู่บนพื้นเปียกชื้น
หัวใจของคณินหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ร่างสูงกระโดดลงจากรถโดยไม่สนใจร่มหรือสายฝนที่สาดซัดเข้ามาปะทะใบหน้าคมคาย เขาสกิดก้าววิ่งเข้าไปยังจุดเกิดเหตุด้วยความเร็วสูงสุด ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
เมื่อมาถึงจุดที่โทรศัพท์ตกอยู่ คณินก้มลงเก็บมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนที่สายตาจะมองเห็นรอยล้อรถยนต์ที่เบรกกะทันหันเป็นทางยาวบนถนนสายเปลี่ยวถัดไปไม่ไกลนัก และที่ตรงนั้น... มีร่างของใครบางคนนอนหมดสติอยู่ข้างเสาไฟ โดยมีร่มสีขาวของใครอีกคนกางบังสายฝนให้อย่างเงียบเชียบ
คณินเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อเงาของร่างสูงอีกคนที่ยืนถือร่มก้มลงประคองร่างของมินตราขึ้นมา เผยให้เห็นใบหน้าคุ้นเคยที่เอ่ยทักด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยท่ามกลางสายฝน
"ดูท่าทาง... คุณจะมาช้าไปก้าวเดียวนะครับ, เฮียคณิน" กรณ์เอ่ยทักพร้อมกับกระชับร่างไร้สติของมินตราไว้ในอ้อมแขนอย่างถือวิสาสะ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับตัวละครของเรานะครับ ขอให้มีความสุขกับการอ่านนิยายในทุกๆ วันนะครับ
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 18
ค่ำคืนพายุเข้า
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!