เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงดังสนั่นจนกระจกใสบานใหญ่ของเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดสั่นสะเทือน มินตราสะดุ้งสุดตัว เผลอทำแฟ้มเอกสารในมือร่วงหล่นกระจายเกลื่อนพื้นพรมราคาแพง ขณะที่ไฟทั่วทั้งตึกดับสนิทลงในเสี้ยววินาที เหลือเพียงแสงสีฟ้าจากสายฟ้าแลบที่วาบผ่านเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของประธานบริษัท
"ให้ตายสิ... อะไรกันเนี่ย" มินตราสบถเบาๆ พยายามคลำทางในความมืดเพื่อเก็บเอกสารโปรเจกต์ที่เธอต้องเคลียร์ให้เสร็จภายในคืนนี้ แต่เพราะความซุ่มซ่าม (หรือเพราะความตื่นกลัวเสียงฟ้าคำรามกันแน่) ปลายเท้าของเธอกลับสะดุดเข้ากับขาโต๊ะทำงานจนร่างบางเซถลาเตรียมจะล้มลงไปจูบพื้น
หมับ!
ท่อนแขนแข็งแกร่งคู่หนึ่งพุ่งเข้าคว้าเอวบางไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว แรงดึงรั้งทำให้ร่างของมินตราล้มเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของใครบางคนเข้าอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์ดังผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์แบบนี้... ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร
"ซุ่มซ่ามเป็นนิจสิน... ถ้าไม่มีผมนอนตายอยู่แถวนี้ คุณคงหัวฟาดพื้นพิการไปนานแล้วมั้งครับคุณมินตรา"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่กระซิบอยู่ข้างใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำให้มินตราขนลุกซู่ เธอรีบดันแผงอกเขาออกทันที แม้ในความมืดจะมองไม่เห็นใบหน้าชัดเจน แต่เธอก็รู้ว่าเขากำลังยกยิ้มมุมปากด้วยความเหนือกว่าแน่ๆ
"ปล่อยเลยนะเฮียคณิน! ใครใช้ให้มาฉวยโอกาสในความมืดเล่า ถอยไปเลย ฉันจะเก็บเอกสาร" มินตราเอ็ดเสียงเขียว พยายามซ่อนใบหน้าที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
คณินถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย มือหนาควานหาโทรศัพท์มือถือแล้วกดเปิดไฟฉาย ส่องสว่างขึ้นมากระทบใบหน้าบึ้งตึงแต่นัยน์ตากลมโตที่ฉายแววพยศของคนตรงหน้า ร่างสูงในชุดสูทสีเข้มถอดเนกไทออกเล็กน้อยดูผ่อนคลายกว่ายามปกติ เขาย่อตัวลงช่วยเก็บเอกสารทีละแผ่นด้วยความรวดเร็วและเป็นระเบียบตามนิสัยรักความสะอาดของเจ้าตัว
"ถ้าไม่ใช่เพราะฝ่าพายุฝนข้างนอกนั่นไม่ได้ ผมคงไม่อยู่ร่วมห้องกับคุณจนดึกดื่นค่ำคืนนี้หรอกนะ... เช็คดูสิ ทางลงตึกน้ำท่วมสูง การไฟฟ้าประกาศตัดไฟชั่วคราว เราติดแหง็กอยู่ที่นี่กันยาวๆ จนถึงเช้าแน่ครับ"
มินตราเม้มปากแน่น มองออกไปนอกกระจกที่สายฝนเทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าถั่ว ความเงียบสงบที่ถูกคั่นด้วยเสียงฝนและเสียงฟ้าคำรามเริ่มสร้างบรรยากาศอึดอัดขึ้นทีละน้อย ออฟฟิศที่เคยคึกคักยามกลางวัน บัดนี้เหลือเพียงพวกเขาสองคนใต้แสงไฟฉายสีนวลจากโทรศัพท์มือถือ
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง วางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปหยิบกระป๋องกาแฟดำและน้ำเปล่าจากตู้เย็นเล็กมุมห้องมาสองขวด เขายื่นขวดน้ำให้หญิงสาวแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวยาว ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
"นั่งลงสิครับ... ยืนค้ำหัวผมอยู่แบบนั้น ผมนึกว่าคุณอยากจะหาเรื่องทะเลาะกับผมรอบดึกเสียอีก"
มินตราลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมทิ้งตัวลงนั่งที่ปลายโซฟาอีกด้าน เว้นระยะห่างระหว่างกันพอสมควร เธอเปิดขวดน้ำดื่มอึกใหญ่เพื่อดับความกระวนกระวายใจในอก
"ใครอยากหาเรื่องเฮียกันล่ะ ฉันแค่นั่งคิดงานอยู่... ว่าแต่ เฮียไม่กลับบ้านเหรอคะ ปกติคนรักความสะอาดและเป๊ะทุกระเบียบนิ้วอย่างเฮีย น่าจะเกลียดสถานการณ์ห่วยๆ แบบนี้ที่สุดไม่ใช่เหรอ"
คณินเหลือบมองคนข้างๆ รอยยิ้มเยาะบนมุมปากเมื่อครู่จางหายไป แทนที่ด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้น เขายกกระป๋องกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงความนัย
"บ้านเหรอ... สำหรับผม ที่ที่มีแต่ความเงียบเหงาและห้องสี่เหลี่ยมโล่งๆ มันไม่เคยถูกเรียกว่าบ้านหรอกครับ มันก็แค่ที่ซุกหัวนอนของคนบ้างานคนหนึ่งเท่านั้นแหละ"
คำพูดนั้นทำคอมมินตรานิ่งงังไปชั่วขณะ เธอหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม ภายใต้ท่าทางปากร้าย เย่อหยิ่ง และถือดีที่คอยฟาดฟันกับเธอมาตลอด กลับมีเงาความโดดเดี่ยวบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ แววตาของคณินในยามที่มองแสงไฟสะท้อนจากหยดน้ำบนกระจก มันไม่ใช่แววตาของประธานบริษัทผู้ทรงอำนาจ แต่เป็นแววตาของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่ผ่านเรื่อง
"หนักหนา" มาในอดีต
"แล้วทำไม... เฮียถึงต้องสร้างกำแพงใส่ทุกคนด้วยล่ะคะ" มินตราเอ่ยถามออกไปโดยไม่ทันคิด น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด "ตอนที่ฉันเจอเฮียครั้งแรก เฮียทำตัวเหมือนหมาป่าพร้อมขย้ำทุกคนที่เข้าใกล้... ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว เฮียอาจจะแค่กลัวว่าใครจะเข้ามาทำร้ายความรู้สึกข้างในนั้นมากกว่า"
คณินชะงัก กาแฟในมือค้างอยู่กลางอากาศ เขากลอกตามามองหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาคมกริบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
"คุณนี่นะ... ชอบทำตัวเป็นจิตแพทย์จำเป็นอยู่เรื่อย เก่งนักนะเรื่องวิเคราะห์คนอื่น ทั้งที่ตัวเองก็ร่อแร่ไม่แพ้กัน" เขาวางกระป๋องกาแฟลงเสียงดังเบาๆ ก่อนจะขยับตัวเข้าไปใกล้ขึ้นจนไหล่แทบชิดกัน "ถ้าผมเป็นหมาป่า... คุณก็คงเป็นแมวป่าจอมพยศที่ไม่เคยยอมจำนนให้ใครง่ายๆ เหมือนกันสินะครับ มินตรา"
ระยะห่างที่ลดลงทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของเขาลอยมาแตะจมูกชัดเจนขึ้น มินตรารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านมาจากร่างหนา ความเงียบของค่ำคืนที่มีเพียงเสียงฝนเป็นฉากหลัง ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นความเย้ายวนที่น่าประหม่า
"ฉันไม่เหมือนเฮียสักหน่อย..." มินตรากระซิบเสียงแผ่ว พยายามเบือนหน้าหนีสายตาคู่นั้นที่ทรงพลังเกินกว่าจะสู้ไหว "ฉันสู้ชีวิตมาตลอด... ไม่เคยมีใครคอยปกป้อง หรือมีทางเลือกสวยหรูเหมือนเฮียหรอกนะ"
น้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยและความเปราะบางที่เล็ดลอดออกมา ทำให้คณินนิ่งอึ้ง มือหนายื่นออกไปอย่างลืมตัว ปลายนิ้วอุ่นแตะเบาๆ ที่คางมนบังคับให้เธอหันกลับมาสบตา ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในวินาทีนี้ กำแพงทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเอง พังทลายลงราบคาบต่อหน้าผู้หญิงปากเก่งคนนี้
"ใครบอกว่าคุณไม่มีใครปกป้อง..." คณินเอ่ยเสียงพร่าต่ำ นัยน์ตาคมฉายแววความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะยังคงความซึน "จำสัญญาของเราไม่ได้หรือไงครับ... คุณหนูมินตรา"
หัวใจของมินตรากระตุกวูบ ใบหน้าของเขาก้มต่ำลงมาเรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกหยุดเวลาไว้ มีเพียงเสียงหัวใจของทั้งคู่ที่เต้นตรงกันในความมืดมิด
กริ๊งงงงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานดังขึ้นแผดเสียงแหวกความเงียบทำลายบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา คณินสบถออกมาอย่างหัวเสียด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด ขณะที่มินตราบكتตกใจรีบผละตัวถอยห่างด้วยใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู
คณินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความโมโห กำลังจะกดตัดสายทิ้ง แต่เมื่อเหลือบเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ แววตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและจริงจังขึ้นมาทันที
"ว่าไง..." คณินกรอกเสียงลอดไรฟัน
"เฮียครับ! แย่แล้วครับ..." ปลายสายคือเลขาหนุ่มที่น้ำเสียงร้อนรนจนผิดปกติ "ตอนนี้มีคนเห็นคุณกรณ์บุกเข้าไปที่ห้องเก็บเอกสารลับชั้นใต้ดินของบริษัทเรา กำลังพยายามขโมยข้อมูลดีลโปรเจกต์ใหญ่ร่วมกับคุณ... ถ้าหลักฐานนั้นหลุดไป บริษัทเราฉิบหายแน่ครับเฮีย!"
คณินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที รังสีความโกรธแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาราวกับพายุฝนด้านนอก เขากดวางสายแล้วหันขวับมามองมินตราที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับข่าวที่ได้ยิน
"กรณ์มันกล้าเล่นไม่ซื่อ..." คณินกัดฟันกรอด นัยน์ตาลุกโชนด้วยไฟโทสะ ก่อนจะคว้าข้อมือเล็กของมินตราไว้แน่นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "ตามผมมา... เราต้องไปตบหน้าไอ้สารเลวนั่นให้หงายเงิบคาหลักฐานกันเดี๋ยวนี้!"
[ฟีนิกซ์สีทอง] ขอบคุณทุกการติดตามและกำลังใจจากรี้ดเดอร์ทุกท่านที่อยู่เคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้ครับ
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 12
ค่ำคืนใต้แสงจันทร์
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!