แฟ้มเอกสารสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนโต๊ะประชุมกระจกนิรภัยจนเกิดเสียงดังทึบ ท่ามกลางบรรยากาศอึมครึมของห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ คณินยืนค้ำโต๊ะด้วยสองแขน สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องมองตัวเลขกำไรขาดทุนที่ถูกพับเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยในหน้าสุดท้าย
"นี่คือตัวเลขที่คุณกล้าเสนอเข้ามาในโปรเจกต์พลิกฟื้นรีสอร์ทภาคใต้? มินตรา... คุณคิดว่าบริษัทผมเป็นมูลนิธิการกุศล หรือสมองคุณกำลังมีปัญหาเรื่องการประมวลผลขั้นพื้นฐานกันแน่ครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความเยียบเย็นบาดลึกถึงขั้วหัวใจ มินตราที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้ามไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เธอยังคงรักษาใบหน้าเรียบเฉย ปรายตามองเจ้าของบริษัทปากร้ายด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
"ถ้าเฮีย... อ้อ, ท่านประธานจะกรุณาใช้สายตาคู่นั้นกวาดมองตัวเลขบรรทัดที่สามจากล่าง ไม่ใช่เอาแต่จ้องจะจับผิดฉันเหมือนคนเป็นโรคจิตเภท คุณก็จะเห็นว่าตัวเลขที่ฉันเสนอ มันตัดงบส่วนเกินที่พวกผู้บริหารเก่ากินเปอร์เซ็นต์ใต้โต๊ะออกไปจนหมดเกลี้ยง" มินตราบดขยี้คำพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม "หรือว่า... ตัวเลขพวกนั้นไปสะดุดตาโดนตออะไรเข้า จนทำให้ท่านประธานถึงกับสติหลุดต้องมาใช้วิธีเสียงดังกลบเกลื่อนความไร้ฝีมือของตัวเองกันคะ?"
พรึบ!
คณินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ยัยตัวแสบนี่... นอกจากจะไม่ยอมก้มหัวให้แล้ว ยังกล้าใช้คำพูดเหน็บแนมตอกกลับเขาต่อหน้าทีมผู้บริหารระดับสูงนับสิบชีวิตที่กำลังนั่งกลั้นหายใจเงียบกริบราวกับป่าช้า
"ปากเก่งนักนะมินตรา" คณินยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่กดดันด้วยออร่าความน่าเกรงขามจนบรรยากาศในห้องแทบจะระเบิด "จำไว้ว่าโปรเจกต์นี้ถ้าพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว คุณจะไม่ได้แค่หลุดจากตำแหน่งที่ปรึกษา แต่คุณจะต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง... แบบไม่มีข้อแม้"
"เชิญท่านประธานนั่งลงแล้วกางสมองดูหน้าสี่สิบห้าให้จบก่อนดีกว่าค่ะ ก่อนที่จะมาโชว์โง่ให้ลูกน้องเห็นว่าผู้บริหารสูงสุดอ่านงบการเงินไม่แตกฉาน" มินตราสวนกลับทันควันโดยไม่ก้มหัวหลบสายตาแม้แต่น้อย เธอดึงแฟ้มเอกสารกลับมาเปิดหน้าเป้าหมายด้วยปลายนิ้วเรียวสวย "โปรเจกต์นี้ไม่เพียงแต่จะพลิกฟื้นรีสอร์ทได้ภายในสามเดือน แต่เราจะได้กำไรกลับมาไม่ต่ำกว่าสี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งถ้าเฮีย... ท่านประธานใช้สมองคิดวิเคราะห์สักนิด ก็คงไม่ต้องมานั่งหน้าดำคร่ำเครียดอยู่แบบนี้"
เสียงซุบซิบเบาๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะประชุม บรรดาผู้บริหารต่างลอบกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อบนขมับ ไม่มีใครกล้าคาดคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เพิ่งก้าวเข้ามาทำงานในฐานะภรรยาในนามตามสัญญาของท่านประธาน จะมีความกล้าหาญถึงขั้นเปิดศึกปะทะฝีปากกับคณินได้อย่างดุเดือดเผ็ดร้อนขนาดนี้
คณินสูดหายใจเข้าลึกระงับโทสะที่พุ่งพล่าน ร่างสูงถอยหลังกลับไปยืนตรงตามเดิม สายตาที่มองหญิงสาวไม่ได้มีเพียงความโกรธเกลียว แต่มันเจือด้วยประกายความทึ่งที่เขาพยายามซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิด ยัยนี่... ทำการบ้านมาดีจนน่ากลัว ตัวเลขทุกบรรทัด กลยุทธ์ทุกกระบวนท่า ถูกคิดคำนวณมาอย่างรัดกุมไร้ช่องโหว่ สมกับเป็นทายาทตระกูลธุรกิจเก่าแก่ที่เคยผ่านสนามการค้ามาอย่างโชกโชน แม้ครอบครัวจะล้มละลายไปแล้ว แต่สมองและสัญชาตญาณนักล่าของเธอยังคงคมกริบไม่เคยเปลี่ยน
"ดี... เก่งนักนะ" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองผู้บริหารคนอื่นๆ "ในเมื่อคุณมั่นใจในตัวเลขพวกนี้มาก งั้นผมจะอนุมัติงบทั้งหมดตามที่คุณต้องการ แต่ถ้าผลลัพธ์มันออกมาเจ๊งไม่เป็นท่า... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากเพนต์เฮาส์ของผมไปได้เลย"
"ถ้าโปรเจกต์นี้สำเร็จตามเป้า... เฮียต้องยอมทำตามเงื่อนไขที่ฉันขอข้อหนึ่ง" มินตราสวนกลับทันทีอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทาย
"เงื่อนไขอะไร?" คณินหรี่ตาลง
"เอาไว้ถึงเวลาแล้วฉันจะบอกเองค่ะ" มินตรายิ้มหวานหยด เป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนปากแข็งกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ คณินเกลียดรอยยิ้มนี้ที่สุด มันคือรอยยิ้มที่บอกว่าเธอกำลังถือไพ่เหนือกว่าเขา
การประชุมดำเนินต่อไปอีกกว่าสองชั่วโมงเต็ม มินตราโชว์ศักยภาพในการอธิบายแผนงานและการตอบคำถามข้อสงสัยของผู้บริหารแต่ละฝ่ายได้อย่างฉะฉาน ไร้ที่ติ ทุกคำพูด ทุกการตัดสินใจ เต็มไปด้วยความเฉียบคมและความมั่นใจจนแม้แต่คณินเองก็ยังอดที่จะแอบมองด้วยความชื่นชมไม่ได้... แม้ว่าปากหนาๆ ของเขาจะยังคงหาจังหวะเหน็บแนมเธอเบาๆ ทุกครั้งที่มีโอกาสก็ตาม
จนกระทั่งการประชุมสิ้นสุดลง บรรดาผู้ทยอยเดินออกจากห้องทีละคน จนกระทั่งเหลือเพียงแค่เขากับเธอสองคนในห้องประชุมที่เงียบสงบ
คณินก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างบางที่กำลังเก็บเอกสารลงกระเป๋า กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของมินตราลอยเข้าแตะจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ ร่างสูงใช้มือข้างหนึ่งท้าวขอบโต๊ะ กักตัวเธอไว้ตรงกลางระหว่างพนักเก้าอี้กับอ้อมแขนของเขา
"เก่งนักนะวันนี้ ปากคอเราะร้ายขึ้นทุกวันจนชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าคุณเป็นภรรยาผม หรือเป็นเจ้าหนี้ที่พร้อมจะฟ้องล้มละลายผมกันแน่ครับ คุณมินตรา"
มินตราเงยหน้าขึ้นสบตา ร่างกายอยู่ใกล้กันเสียจนรับรู้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่ม หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่ภายนอกยังคงตีสีหน้านิ่งเฉย เชิดหน้าขึ้นท้าทายตามสไตล์
"ถ้ากลัวฉันฟ้องล้มละลายนัก ก็เลิกทำตัวปากเสียใส่ฉันสักทีสิคะ ท่านประธาน... หรือว่าที่ทำเป็นดุ เพราะกลัวว่าตัวเองจะเผลอใจตกหลุมรักผู้หญิงปากเก่งคนนี้เข้าจริงๆ กันแน่ล่ะคะ?"
คำพูดหยอกเย้าที่แทงใจดำทำเอาคณินนิ่งงันไปชั่ววินาที ดวงตาคมก้มมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับพูดจายียวนกวนประสาท เขาโน้มใบหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนบรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างกะทันหัน คณินโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยความอันตราย
"อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยมินตรา คนอย่างคณินไม่มีวัน..."
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อสูทของคณินดังขึ้นขัดจังหวะความใกล้ชิด ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยก่อนจะผละตัวออกห่างอย่างเสียดาย เขากดเปิดหน้าจอเพื่อดูข้อความสั้นๆ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรบรรทัดแรก สีหน้าของประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
มินตราสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอหรี่ตามองด้วยความสงสัย "มีเรื่องอะไรอีกคะ หรือว่าหุ้นตก?"
คณินเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาคมกริบฉายแววระแวดระวังอย่างที่มินตราไม่เคยเห็นมาก่อน ประโยคถัดมาที่หลุดจากปากของเขาทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงในพริบตา
"ไม่ใช่เรื่องงาน..." คณินเว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำเสียงจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "กรณ์เพิ่งส่งข้อความมา... มันบอกว่าตอนนี้มันยืนรออยู่ที่หน้าเพนต์เฮาส์ของเรา พร้อมกับเอกสารสำคัญที่จะแฉทุกอย่างเกี่ยวกับดีลลับของเราให้สื่อมวลชนฟัง"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เฮียคณินกับน้องมินตรามา ณ ที่นี้นะครับ
---
**ฟีนิกซ์สีทอง**
ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย•ตอนที่ 11
สงครามประสาทในห้องประชุม
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับสยบรักคุณหนูตัวร้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!