กลิ่นอายความชื้นของซากอิฐมอญและคราบไอน้ำจากท่อระบายความร้อนระดับเจ็ด ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นสนิมเหล็กในเขตสลัมใต้ดินของมหานครเซียนทารัส ท้องฟ้าจำลองเบื้องบนปรากฏเป็นเส้นตารางโค้ดสีแดงฉาน บ่งบอกถึงภาวะวิกฤตของระบบที่กำลังรวนเรอย่างหนักหน่วง รินกวาดสายตาคมกริบผ่านหน้าต่างสถานะโปร่งแสงที่กระพริบเตือนอัตราความคงตัวของจิตวิญญาณที่ร่วงหล่นลงมาแตะเส้นแดง
แปดสิบเปอร์เซ็นต์... เจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์...
"ถ้าอัตราการซิงโครไนซ์ลดลงต่ำกว่าหกสิบ ฉันคงได้กลายเป็นแค่ขยะข้อมูลที่ถูกระบบกวาดทิ้งไปพร้อมกับแคชไฟล์เก่าๆ แน่ค่ะ"
รินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับฉายแววแน่วแน่ มือเรียวบางกระชับ 'คทาศรัทธาโลหิต' อาวุธระดับแรร์ที่เธอเพิ่งปลดล็อกด้วยแต้มความดีความชอบจากการปิดรอยแยกของบั๊กในเขตสลัม ทว่าการเคลื่อนไหวของเธอกลับต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังใกล้เข้ามาจากมุมอับของซอกตึกโครงสร้างเหล็ก
*ตึง... ตึง... ตึง...*
เสียงโลหะกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้อง มันไม่ใช่เสียงของมอนสเตอร์ระดับต่ำ แต่เป็นรูปแบบการเดินที่มีระเบียบและผ่านการฝึกฝนยุทธวิธีทางทหารในโลกเสมือนมาอย่างโชกโชน รินดีดตัวถอยหลังไปแนบชิดกับผนังตึกคอนกรีตเก่าคร่ำคร่า ลมหายใจถูกผ่อนเข้าออกอย่างเป็นจังหวะเพื่อลดค่าความตื่นตระหนกในระบบอวตาร
สเตตัสพรีสต์สายปะทะของเธอถูกออกแบบมาให้เน้นพละกำลังทางกายภาพและความเร็วในการเข้าประชิดตัว มากกว่าการยืนร่ายเวทย์สนับสนุนอยู่แนวหลังเหมือนนักบวชทั่วไป แต่ทว่า ในสถานการณ์ที่ถูกล้อมกรอบด้วยผู้เล่นสังกัดกิลด์ใหญ่อย่าง 'ดิไวน์ชิลด์' การใช้กำลังเพียงอย่างเดียวคงไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้ากองไฟ
"นั่นไง! เป้าหมายอยู่ตรงนั้น!"
เสียงตะโกนก้องดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟฉายลำเบ้อเริ่มสาดส่องเข้ามาตรงจุดที่รินซ่อนตัวอยู่ เงาร่างนับสิบในชุดเกราะโลหะผสมคาร์บอนพุ่งทะยานออกมาจากหมอกควันสีเทา นำมาโดยหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนที่ถือโล่พลังงานแสงสีฟ้าเข้ม
รินไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอกลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อยในความมืด ดวงตากลมโตหรี่ลงประเมินการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ทันทีที่หอกพลังงานถูกแทงตรงเข้ามาหมายปลิดชีพ รินก็เบี่ยงตัวหลบอย่างเฉียดฉิว พร้อมกับใช้ด้ามคทากระแทกเข้าที่ข้อต่อหัวเข่าของศัตรูอย่างแม่นยำ
*เปรี้ยะ!*
ระบบคำนวณความเสียหายแสดงผลเป็นตัวเลขสีเหลืองสว่างวาบ ร่างของมือหอกล้มลงไปกองกับพื้นในชั่วพริบตา แต่นั่นไม่ได้ทำให้พวกที่เหลือหยุดชะงัก พวกมันกลับระดมยิงกระสุนเวทย์มนตร์อัดแน่นด้วยธาตุสายฟ้าเข้าใส่รินจากทุกทิศทาง
กระแสไฟฟ้าแรงดันสูงพุ่งแหวกอากาศเข้ามาใกล้จนเส้นผมสีดำสนิทของรินปลิวสعับ เธอยกแขนขึ้นไขว้กันเตรียมรับแรงกระแทก แม้จะรู้ว่าค่า HP จะต้องลดฮวบลงจนน่าใจหายก็ตามที
ทว่า... ก่อนที่กระแสไฟฟ้าจะสัมผัสถึงตัวเธอ ม่านพลังงานสีครามโปร่งใสรูปทรงเรขาคณิตก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศราวกับกำแพงแก้วหนาแน่น มันดูดซับแรงระเบิดทั้งหมดไว้ได้อย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับเสียงดีดนิ้วเบาๆ ที่ดังขึ้นจากมุมมืดของตรอกซอกซอย
"การต้อนรับแขกของกิลด์ใหญ่นี่ไร้รสนิยมเสียจริงว่าไหมครับคุณพรีสต์... หรือว่าคุณชอบให้ผู้ชายอกสามศอกมารุมล้อมต้อนรับแบบนี้ทุกวันกันแน่?"
เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเจือแววเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางละอองแสงเวทย์มนตร์ที่ค่อยๆ จางหายไป ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาเข้มปักลวดลายวงจรเวทย์สีเงินยวดยองก้าวเดินออกมาจากเงาไม้มืด มือเรียวข้างหนึ่งถือคัมภีร์โบราณที่เปิดลอยอยู่กลางอากาศ ขณะที่ดวงตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นโลหะทรงหยดน้ำกำลังมองตรงมาที่รินด้วยแววตาระคนความขบขัน
รินหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับโฟกัส เธอจำน้ำเสียงและรูปแบบโค้ดเวทย์นี้ได้ทันที แม้ว่าในโลกจริงพวกเขาจะไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนก็ตามที
"คานส์..." รินเอ่ยชื่อนั้นออกมาแผ่วเบา "นายมาทำอะไรที่นี่? นี่ไม่ใช่เขตพื้นที่ของนายสักหน่อย"
คานส์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวรินในระยะที่ปลอดภัยจากการโจมตีรอบด้าน ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองกลุ่มผู้เล่นกิลด์ดิไวน์ชิลด์ที่กำลังตั้งแนวรบใหม่อีกครั้งอย่างไม่ยี่หาระหว่างความเป็นความตาย
"ถ้าผมไม่มา คุณคงกลายเป็นปุ๋ยเคมีบำรุงโค้ดในระบบไปนานแล้วล่ะครับ" คานส์เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ "อีกอย่าง... ผมแค่เบื่อกับการนั่งแกะรหัสหลังคีย์บอร์ดคนเดียว ก็เลยกะว่าจะมาหาเพื่อนร่วมทีมที่สติปัญญาพอจะคุยกันรู้เรื่องสักหน่อย... ใครจะรู้ล่ะว่าเพื่อนคนนั้นจะเป็นตัวแสบที่ชอบวิ่งเข้าหาดงกระสุนแบบนี้"
ก่อนที่รินจะได้ทันต่อปากต่อคำกับความกวนประสาทของจอมเวทย์หนุ่ม เสียงแจ้งเตือนจากระบบส่วนกลางก็ดังขึ้นแทรกกลางบรรยากาศตึงเครียด เสียงแหลมสูงของ AI ควบคุมเขตพื้นที่สะท้อนก้องไปทั่วทั้งโครงข่าย
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงไฟล์ลับระดับ SSS 'โครงการโพรเมธีอุส' รหัสผ่านถูกปลดล็อกโดยผู้เล่น 'Rin' และ 'Kanz']
[คำเตือน: กำลังเริ่มต้นกระบวนการรีเซ็ตเซิร์ฟเวอร์ในอีก 180 วินาที... ผู้เล่นทั้งหมดจะถูกบังคับตัดการเชื่อมต่อหากไม่สามารถรักษาเสถียรภาพของแกนกลางได้]
คานส์หุบยิ้มทันที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังเฉียบคมในเสี้ยววินาที เขากวาดตามองหน้าจอสถานะที่ร่วงหล่นลงมาตรงหน้า ก่อนจะหันมามองรินด้วยสายตาที่สื่อความหมายบางอย่างร่วมกัน
"ดูท่าทาง... เราคงไม่มีเวลามาเถียงกันเรื่องเขตพื้นที่แล้วล่ะครับคุณพรีสต์" คานส์เอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับสะบัดมือขวา สร้างวงแหวนเวทย์ป้องกันขนาดใหญ่ครอบคลุมตัวพวกเขาทั้งสองคน "คุณจะยอมจับมือกับจอมเวทย์สายสนับสนุนอย่างผม เพื่อกู้ระบบบ้าๆ นี่ไปด้วยกัน... หรือจะยืนเถียงกันตรงนี้จนระบบลบตัวละครทิ้งดีล่ะครับ?"
รินมองหน้าสหายร่วมรบชั่วคราวคนนี้ นัยน์ตาสีเข้มฉายประกายไหววับด้วยความตัดสินใจเด็ดเดี่ยว เธอยกคทาศรัทธาโลหิตขึ้นแตะกับวงแหวนเวทย์ของคานส์ เกิดประกายไฟสีทองและสีฟ้าปะทะกันอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทกสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอุโมงค์ใต้ดิน
"อย่ามาสั่งฉันนะคานส์..." รinแย้มยิ้มบางๆ ที่มุมปากเป็นครั้งแรก "แต่ถ้าเป็นเรื่องพังระบบของพวกมัน... ฉันไปด้วยอยู่แล้วค่ะ!"
*ตูมมม!*
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากเบื้องบนพังทลายเพดานคอนกรีตลงมา พร้อมกับเงาดำมหึมาของบอสลับประจำเซิร์ฟเวอร์ที่ร่วงหล่นลงมาคั่นกลางระหว่างพวกเขากับกองกำลังศัตรู ดวงตาสสีแดงฉานนับร้อยคู่ในความมืดจ้องมองตรงมาที่รินและคานส์ พร้อมกับเสียงคำรามที่สั่นประสาทผู้เล่นทั้งเซิร์ฟเวอร์ให้หยุดหายใจ
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
อัลกอริทึมแห่งศรัทธา: กู้ระบบโลกเสมือนด้วยอาชีพพรีสต์สายปะทะ•ตอนที่ 4
พันธมิตรคนแรก
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งศรัทธา: กู้ระบบโลกเสมือนด้วยอาชีพพรีสต์สายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!