“รหัสข้อผิดพลาดเจ็ดศูนย์สอง… การประสานงานของเอนทิตีข้ามเซิร์ฟเวอร์เริ่มเสื่อมถอยแล้วค่ะ ริน”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เจือร่องรอยความกังวลของคานส์ดังลอดผ่านอุปกรณ์สื่อสารชิ้นเล็กที่แนบอยู่ข้างหู ขณะที่ดวงตาสสีนิลของรินกำลังกวาดมองหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ หน้าจอเหล่านั้นไม่ได้แสดงผลราคาตลาดหรือภารกิจประจำวันของมหานครเซียนทิสราว 01 เหมือนเช่นเคย ทว่ามันกำลังสั่นกระพริบเป็นเส้นสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความเตือนภัยระดับวิกฤตที่วิ่งวนซ้ำไปมาจนชวนเวียนหัว
กลิ่นอายความผิดปกติไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในตอนนี้ค่ะ แต่มันสะสมมาตั้งแต่ช่วงเวลาที่รินสูญเสียพี่ชายไปในโครงการทดลองระบบประสาทรุ่นแรก รอยแผลเป็นทางจิตใจนั้นทำให้เธอเรียนรู้ที่จะไม่มองโลกเสมือนจริงแห่งนี้ว่าเป็นเพียงแค่ ‘เกม’ อีกต่อไป นานมาแล้วที่เธอเข้าใจดีว่า ทุกบรรทัดโค้ด ทุกตรรกะของอัลกอริทึม และทุกชีวิตจำลองในโลกใบนี้ ล้วนมีน้ำหนักและผลกระทบที่แท้จริงไม่แพ้โลกภายนอก
“ฉันเห็นแล้วค่ะคานส์” รินตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุขุม มือเรียวภายใต้ถุงมือหนังสีดำขשלจรดลงบนคีย์บอร์ดเสมือนเพื่อป้อนคำสั่งรีเซ็ตโครงสร้างฐานข้อมูลเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว “แต่ดูเหมือนว่าระบบป้องกันขั้นพื้นฐานจะถูกเขียนทับด้วยชุดคำสั่งแปลกปลอม… ไม่ใช่ฝีมือของผู้เล่นทั่วไปแน่ๆ”
โครม!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากมุมถนนฝั่งตะวันออกตัดบทสนทนาของทั้งคู่ลงอย่างฉับพลัน แรงสั่นสะเทือนระดับริกเตอร์ย่อมๆ ส่งผลให้พื้นถนนลาดยางสังเคราะห์ของมหานครลอยฟ้าสั่นไหวจนหินประดับทางเดินแตกร้าวเป็นทางยาว ฝูงชนนับร้อยที่กำลังเดินซื้อขายไอเทِمต่างกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกและวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ภาพความโกลาหลเบื้องหน้าสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่คมของพรีสต์สาวอย่างชัดเจน
นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างกิลด์ หรือบั๊กการแสดงผลกราฟิกธรรมดาอย่างที่เจ้าหน้าที่ดูแลระบบมักจะอ้างเพื่อปัดความรับผิดชอบ
สิ่งที่กำลังพังทลายลงมาผ่านม่านหมอกควันสีเทาคล้ำคือ ‘การหลุดพ้นจากการควบคุม’ ของมอนสเตอร์ระดับบอสเขตแดน ซึ่งตามกำหนดการเดิมแล้ว พวกมันควรจะถูกกักเก็บไว้ในดันเจี้ยนปิดตายห่างจากเขตชุมชนนับร้อยกิโลเมตร การที่สิ่งมีชีวิตดิจิทัลขนาดมหึมาที่มีค่าพลังโจมตีเกินกว่าขีดจำกัดของผู้เล่นทั่วไปถึงสามเท่ามาเดินเพ่นพ่านอยู่กลางย่านการค้าใจกลางเมืองได้นั้น หมายความว่ามีบางคนจงใจเปิดประตูหลัง (Backdoor) ให้พวกมันหลุดรอดออกมา
“ริน ระวังทางซ้าย!” เสียงตะโกนเตือนของคานส์ดังลั่นพร้อมกับแสงสีฟ้าครามของเวทมนตร์สนับสนุนที่พุ่งวาบมาคลุมร่างของเธอไว้ทันท่วงที เกราะป้องกันเวทมนตร์ระดับกลางถูกสร้างขึ้นเสี้ยววินาทีก่อนที่กรงเล็บมหึมาเคลือบเรืองแสงสีม่วงเข้มจะฟาดลงมาตรงจุดที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่
ตู้ม!
แรงปะทะสร้างคลื่นกระแทกจนฝุ่นตลบอบอวล รินอาศัยจังหวะที่ฝุ่นควันพรางตา ดีดตัวถอยหลังสามก้าวอย่างคล่องแคล่ว ปลายเท้าแตะลงบนขอบน้ำพุกลางลานกว้างอย่างนุ่มนวลราวกับลูกแมว ดวงตากวาดสำรวจเป้าหมายตรงหน้าอย่างพิจารณา ‘คิเมร่ากลายพันธุ์รหัสซีโร่’ มอนสเตอร์ลูกผสมที่มีหัวเป็นสิงโต ร่างกายเป็นเสือดาว และหางเป็นงูพิษดิจิทัล ดวงตาของมันเปล่งประกายสีแดงก่ำด้วยความกระหายเลือดที่ถูกปรุงแต่งขึ้นจากระบบโค้ดที่เสียหาย
ตามหลักการแล้ว อาชีพ ‘พรีสต์’ หรือนักบวชในเกม VRMMO นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อให้การสนับสนุน รักษาอาการบาดเจ็บ และบัฟพลังให้แก่สมาชิกในปาร์ตี้ หน้าที่ของพวกเขาคือการยืนอยู่แนวหลัง คอยคำนวณมานาและจังหวะร่ายเวทย์อย่างใจเย็น ไม่ควรมีพรีสต์คนไหนสติแตกวิ่งเข้าไปประชิดตัวมอนสเตอร์ระดับวิกฤตด้วยซ้ำ…
แต่นั่นคือทฤษฎีสำหรับคนอื่นค่ะ ไม่ใช่สำหรับ ‘พรีสต์สายลุย’ อย่างริน
รินสูดหายใจเข้าลึก Sceptre หรือคฑาศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวถูกกระชับแน่นในมือขวา ปลายคฑาไม่ได้ส่องแสงสีขาวนวลเพื่อการรักษาเยียวยาเช่นพรีสต์ทั่วไป ทว่ามันกลับปรากฏประจุไฟฟ้าสีทองสว่างวาบจากการรีดเร้นพลังงานเวทย์มารวมกันที่แกนกลาง
“คานส์ รบกวนตรึงการเคลื่อนไหวของหางมันไว้สามวินาทีค่ะ ฉันจะทำการตัดวงจรการส่งผ่านข้อมูลของมันจากจุดนี้” รินเอ่ยสั่งการด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ แม้สถานการณ์รอบตัวจะคับขันเพียงใดก็ตาม
“รับทราบ… ยัยตัวแสบเอ๊ย ใช้ฉันเป็นแรงงานทาสอีกแล้วนะ” ปลายสายหัวเราะในลำคอเบาๆ แต่การตอบสนองกลับรวดเร็วดั่งใจคิด เปลวเพลิงสีครามพวยพุ่งจากฟากฟ้าลงมาพันธนาการหางงูของคิเมร่าไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้
รินไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป ร่างเพรียวพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่เหนือกว่าค่ามาตรฐานของอาชีพพรีสต์ถึงสองเท่า เธอกระโดดเหยียบซากปรักหักพังเพื่อส่งแรงส่ง ร่างกายหมุนตัวกลางอากาศสามรอบก่อนจะตวัดคฑาในมือฟาดเข้าใส่จุดอ่อนใต้คางของคิเมร่ากลายพันธุ์อย่างแม่นยำ
เปรี้ยง!
เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดดังสนั่นลั่นเมือง ตัวเลขความเสียหายสีแดงฉานขนาดมหึมาปรากฏขึ้นกลางอากาศเหนือหัวของมอนสเตอร์ พร้อมกับรอยร้าวของเกราะดิจิทัลที่แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงกระแทกจากการโจมตีครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลดพลังชีวิตของบอสลงไปเกือบสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ยังส่งผลให้ระบบประมวลผลของมันเกิดอาการชะงักงันไปชั่วขณะ
“นี่คือบทเรียนราคาแพงสำหรับการเดินออกมาเร่ร่อนผิดที่ผิดทางนะคะ” รินพึมพำเบาๆ กับตัวเองขณะที่เธอยืนหยัดเผชิญหน้ากับเงาขนาดมหึมาที่กำลังเงื้อมมือเตรียมสวนกลับด้วยความคลุ้มคลั่ง
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่ระบบกำลังจะประมวลผลการโจมตีโต้กลับของบอส หน้าต่างแจ้งเตือนสีดำสนิทไร้ที่มาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของรินอย่างกะทันหัน ไม่มีเสียงเตือนล่วงหน้า ไม่มีสัญญาณชีพจรจากศูนย์ควบคุมหลัก ข้อความตัวอักษรสีแดงเข้มข้นขนาดใหญ่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละบรรทัดด้วยความเร็วที่ชวนให้หัวใจหยุดเต้น
[ระบบตรวจพบการแทรกแซงจากผู้ดูแลระบบนิรนาม]
[คำเตือน: ภารกิจลับระดับ SSS "รอยแยกแห่งปฐมกาล" ได้ถูกบังคับเริ่มต้นก่อนกำหนด]
[เป้าหมาย: กำจัดผู้บุกรุกทั้งหมด หรือร่วมมือกับ "บุคคลที่สาม" ที่กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบ ณ บัดนี้]
รินชะงักค้างไปเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเมื่อเงาสลับซับซ้อนของใครบางคนค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากม่านหมอกดิจิทัลที่กำลังฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ เบื้องหลังร่างของคิเมร่าที่สงบลง…
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ!
อัลกอริทึมแห่งศรัทธา: กู้ระบบโลกเสมือนด้วยอาชีพพรีสต์สายปะทะ•ตอนที่ 3
บั๊กกลางเมืองเริ่มขยับ
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งศรัทธา: กู้ระบบโลกเสมือนด้วยอาชีพพรีสต์สายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!