เสียงกระแทกของปลายนิ้วลงบนแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดกลไกดังสะท้อนก้องห้องทำงานที่มืดสลัว แสงสีฟ้าสะท้อนวาบจากจอภาพขนาดใหญ่สามจอที่เรียงรายโค้งรับสายตา บนหน้าจอเหล่านั้นไม่ได้แสดงแผนผังของดันเจี้ยนหรือค่าสถานะตัวละครในเกม *“Aethelgard Online”* แบบที่ผู้เล่นทั่วไปคุ้นเคย หากแต่มันคือโค้ดโปรแกรมสีเขียวมรกตที่กำลังวิ่งพล่านด้วยอัตราความเร็วที่สูงจนน่าตกใจ
รินขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นกรองแสงจ้องเขม็งไปยังกราฟเส้นสีแดงที่กำลังพุ่งทะยานขึ้นอย่างไร้การควบคุม บนมุมขวาของจอหลัก ข้อความแจ้งเตือนสีเลือดจากระบบยังคงกะพริบเตือนซ้ำๆ หลังจากการนับถอยหลัง 10 วินาทีในเกมสิ้นสุดลงเมื่อคืนนี้... และนั่นไม่ใช่แค่เรื่องของตัวเลขในโลกเสมือนอีกต่อไป
“ริน กาแฟอุ่นๆ ค่ะ... ถ้ายังฝืนใช้งานสมองติดต่อกันเกินสี่สิบแปดชั่วโมงแบบนี้ เกรงว่าระบบประสาทของเธอคงจะได้รีเซ็ตตัวเองก่อนที่พวกเราจะได้กู้เซิร์ฟเวอร์สำเร็จเสียอีกนะคะ”
เสียงทุ้มนุ่มนวลดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสอุ่นของแก้วเซรามิกที่ถูกวางลงบนโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง คานส์ยืนอยู่ข้างกาย ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนดูผ่อนคลาย ทว่าดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด เขากวาดตามองหน้าจอที่เต็มไปด้วยโค้ดแปลกปลอม ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
“ขอบใจนะคานส์ แต่ฉันหยุดไม่ได้...” รินเอ่ยเสียงแหบพร่า ปลายนิ้วยังคงรัวลงบนแป้นพิมพ์อย่างไม่หยุดยั้ง “เธอเห็นความผิดปกตินี้ไหม... โค้ดของ *‘โปรเจกต์พุธ’* มันไม่ได้อยู่ในเซิร์ฟเวอร์เกมอย่างเดียวแล้ว มันกำลังกัดกินโครงสร้างพื้นฐานของระบบโครงข่ายประสาทเทียมในโลกจริงด้วย”
คำพูดของรินทำให้บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที คานส์ดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ โน้มตัวไปมองหน้าจอที่แสดงแผนผังเมืองหลวงในโลกความเป็นจริง ซ้อนทับกับแผนผังของมหานครเอเธลการ์ดในเกม
จุดสีแดงนับร้อยที่เคยกระพริบอยู่เฉพาะในพื้นที่ดันเจี้ยนลับ ตอนนี้กลับลุกลามออกมายังพิกัด GPS ของโรงพยาบาล สถานีรถไฟใต้ดิน และย่านธุรกิจใจกลางเมืองใหญ่ในโลกจริง และที่แย่ยิ่งกว่านั้น—ค่าความหนาแน่นของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในย่านที่อยู่อาศัยกำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ
“ระบบประสาทของผู้เล่นที่เชื่อมต่อผ่านเนورالไดรฟ์ (Neural Drive) รุ่นใหม่... กำลังถูกใช้เป็นสะพานเชื่อม” คานส์พึมพำด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้น “หมายความว่า บั๊ก หรือจะพูดให้ถูกคือตัวตนปริศนาที่ซ่อนอยู่ในโปรเจกต์พุธ กำลังพยายามดึงพลังงานและข้อมูลจากสมองของมนุษย์จริงๆ ไปประมวลผลในโลกเกมสินะคะ”
“ใช่ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมฉันถึงต้องรีบเปิดประตูห้องทดลองต้องห้ามชั้นที่ 13 ให้เร็วที่สุด” รินหยุดมือที่กำลังพิมพ์ เธอหันมาสบตากับคู่คิดคนสนิท แววตาของเธอมีความเจ็บปวดรวดร้าววับผ่านไปชั่วขณะเมื่อนึกถึงใบหน้าของพี่ชายผู้ล่วงลับ “เพราะห้องนั้น... คือจุดเริ่มต้นทั้งหมดของโครงการวิจัยเมื่อห้าปีก่อน และมันอาจเป็นกุญแจเดียวที่จะปิดตายประตูนี้ได้ ก่อนที่จิตสำนึกของผู้เล่นนับล้านคนจะถูกลบหายไปตลอดกาล”
ตู้ม!
จู่ๆ เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากภายนอกอาคาร แรงสั่นสะเทือนทำเอาแก้วกาแฟบนโต๊ะสั่นระริกจนของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมา หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งสามจอดับวูบลงไปพร้อมกัน ก่อนจะติดขึ้นมาใหม่อย่างกะทันหัน แต่ทว่า... หน้าจอทั้งหมดไม่ได้แสดงโค้ดโปรแกรมอีกต่อไปแล้ว มันกลับถูกแทนที่ด้วยหน้าต่างสีดำทมิฬที่มีข้อความวิ่งผ่านช้าๆ ด้วยอักษรเรืองแสงสีแดงฉาน
[ตรวจพบการเข้าถึงจากภายนอก: IP Address ไม่ระบุตัวตน]
[สถานะระบบในโลกจริง: ตึกรามบ้านช่องในรัศมี 3 กิโลเมตรกำลังสูญเสียการควบคุมระบบไฟฟ้า]
[คำเตือนจากระบบถึงผู้ดูแลสูงสุด: คุณเหลือเวลาอีกเพียง 3 นาทีในการยืนยันตัวตน มิฉะนั้น โครงข่ายประสาททั้งหมดจะถูกฟอร์แมตโดยสมบูรณ์]
รินผุดลุกขึ้นยืนทันที หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นตระหนก เธอรีบหยิบเนรัลไดรฟ์รุ่นต้นแบบที่วางอยู่ข้างโต๊ะขึ้นมาสวมเข้าที่ขมับอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้ว่ามันอันตรายถึงชีวิต แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“ริน! เดี๋ยวก่อน เธอจะทำอะไรน่ะ!” คานส์พยายามจะยั้งมือไว้ แต่รินชิงกดปุ่มเชื่อมต่อเสียก่อน
“ฉันต้องกลับเข้าไปในเกม... ในพื้นที่ของห้องทดลองชั้นที่ 13 เดี๋ยวนี้” รินหันมามองคานส์ด้วยรอยยิ้มเศร้าสร้อยแต่เด็ดเดี่ยว “ฝากดูแลร่างกายฉันด้วยนะคานส์ ถ้าฉันไม่กลับมาภายในสิบนาที... ให้ตัดกระแสไฟของตึกนี้ทิ้งซะ”
ภาพตรงหน้าของรินเริ่มพร่ามัว เสียงอื้ออึงของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าดังระเบิดในโสตประสาท ขณะที่สติของเธอกำลังถูกดูดกลืนเข้าไปในโลกดิจิทัล ทว่าก่อนที่วิสัยทัศน์จะดับมืดลงจนหมดสิ้น เธอกลับได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังวิ่งตรงเข้ามาที่หน้าประตูห้องทำงานของเธอ... พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
และเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่ดังลอดเข้ามาผ่านบานประตูไม้หนา—เสียงที่รินไม่คาดคิดว่าจะได้ยินในสถานที่ปลอดภัยแห่งนี้เด็ดขาด
*“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... คุณน้องสาว”*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับก้าวสำคัญของรินในบทนี้นะคะ
อัลกอริทึมแห่งศรัทธา: กู้ระบบโลกเสมือนด้วยอาชีพพรีสต์สายปะทะ•ตอนที่ 21
รอยร้าวของโลกจริง
ผลงานโดย พรีสต์สายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พรีสต์สายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมแห่งศรัทธา: กู้ระบบโลกเสมือนด้วยอาชีพพรีสต์สายปะทะ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!