เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 24

อุ่นไอในอ้อมกอด

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงล็อกกลอนประตูดัง *คลิก* เบาหวิว ทว่ากลับก้องกังวานเสียยิ่งกว่าเสียงระเบิดในความรู้สึกของรินรดา วิศวกรสาวเจ้าของระเบียบวินัยเหล็กชะงักค้างในท่ากึ่งยืนกึ่งนั่ง มือข้างหนึ่งยังคงค้ำขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่เพื่อต้อนพายให้จนมุม ขณะที่ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองร่างสูงโปร่งของ 'ผู้มาใหม่' ที่ยืนก้าวเข้ามาขวางกั้นเส้นทางหนีทีไล่ทั้งหมดในห้องควบคุมระบบโครงสร้างชั้นใต้ดิน บรรยากาศอึมครึมระหว่างเธอกับพายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดระดับวิกฤตที่ทำเอาลมหายใจสะดุด "คิดจะทำอะไรกันคะ... สองคนนี้" น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากดต่ำจนน่ากลัวดังขึ้นจากริมฝีปากของคิน เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ—หรืออาจเป็นสายัณห์วิปริตที่จู่ๆ ก็สวมวิญญาณผู้ตรวจการกะทันหัน—เจ้าตัวกอดอกพิงสะโพกกับบานประตูที่ปิดสนิท แว่นกรอบทองสะท้อนแสงไฟนีออนวابวับจนรินรดาอยากจะคว้าแฟ้มเอกสารปาใส่หน้าสักตั้งให้รู้แล้วรู้รอด รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เผลอถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัวเมื่อตระหนักว่าแผนการเก็บกวาดหลักฐานความผิดพลาดเรื่องงบประมาณโครงการที่เธอกับพายร่วมมือกันจัดฉากขึ้นเมื่อสิบนาทีที่แล้ว กำลังจะกลายเป็นหมัน... แถมพวกเธอยังถูกคาบลูกคาบดอกคาหนังคาเขาในท่าทางที่ชวนเข้าใจผิดคิดไปไกลถึงดาวอังคาร "คิน... เธอมาทำอะไรที่นี่ ดึกดื่นสัปดาห์นี้ไม่ใช่เวรตรวจตึกของเธอ" รินรดาปรับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ พยายามซ่อนร่องรอยความกระอักกระอ่วนบนพวงแก้มที่เห่อร้อนขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ "ถ้าฉันไม่มา ฉันคงพลาดฉากเด็ดตอนที่ท่านผู้บริหารคนเก่งกำลังพยายาม ‘โน้มน้าว’ วิศวกรคนสวยให้ยอมเซ็นเอกสารอนุมัติงบส่วนเกินสินะคะ" คินปรายตามองพายที่ยังคงลอยหน้าลอยตา ยืนกอดอกพิงโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสบายอกสบายใจราวกับไม่ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีลักลอบแก้แบบโครงสร้าง พายแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตแพรวพราวด้วยประกายความท้าทายที่มักทำให้รินรดาอยากจะหยิกให้เนื้อเขียวอยู่เรื่อย หญิงสาวร่างสูงยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างรินรดากับประตูที่มีคินยืนขวางอยู่ ส่งผลให้รินรดาจำต้องถอยหลังกลับไปชิดกับขอบโต๊ะทำงานโดยปริยาย "คุณคินคะ มาถูกจังหวะเสียจริง... หรือว่าแอบซุ่มดูพวกเราอยู่ตั้งนานแล้วคะเนี่ย" พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน กวนประสาทจนคินถึงกับคิ้วกระตุก "แต่เสียใจด้วยนะคะ แผนการที่เราคุยกันเมื่อกี้... เป็นความลับทางราชการค่ะ เกรงว่าจะเปิดเผยให้บุคคลภายนอกฟังไม่ได้" "บุคคลภายนอกเหรอคะ? หึ... คนที่กำลังจะเซ็นอนุมัติงบรั่วไหลห้าสิบล้านอย่างคุณนี่นะ ที่มีสิทธิ์มาไล่ฉันซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายตรวจสอบความปลอดภัยออกจากห้องนี้" คินก้าวฉับๆ เข้ามาใกล้ รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากทำเอารินรดาต้องรีบยกมือขึ้นปราม "พอก่อนค่ะ ทั้งสองคนเลย!" รินรดาโพล่งขึ้น เสียงหวานติดจะดุแต่สั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงไออุ่นจากแผ่นหลังของพายที่ขยับเข้ามาประชิดเพื่อ ‘ปกป้อง’ ทางอ้อม—ใช่ พายกำลังใช้ร่างสูงใหญ่ของตัวเองบังเธอไว้จากสายตาจับผิดของคิน และนั่นก็ทำให้หัวใจเจ้ากรรมของวิศวกรสาวเต้นรัวผิดจังหวะยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์แผ่นดินไหวเสียอีก ปัง! จังหวะนั้นเอง เสียงระเบิดตูมสนั่นจากชั้นบนก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งตึก แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนโคมไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่สาดส่องสลับไปมา บรรยากาศในห้องควบคุมเปลี่ยนเป็นความโกลาหลในเสี้ยววินาที ระบบไฟฟ้าสำรองตัดการทำงานอัตโนมัติ เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยดังแหลมสูงบาดแก้วหู น้ำจากสปริงเกอร์บนเพดานเริ่มพรั่งพรูลงมาละอองฝอยเย็นเฉียบสาดกระเซ็นใส่พวกเธอทั้งสามคนจนเปียกปอน "เกิดอะไรขึ้น!" คินอุทานลั่น สีหน้าเปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันทีเมื่อหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักดับสนิท ในความมืดสลัวและเสียงอึกทึกครึกโครม รินรดายังไม่ทันได้ตั้งสติ ร่างเพรียวบางก็ถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลให้เซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของใครบางคน กลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกปะปนกับกลิ่นฝนและเหงื่อจางๆ บ่งบอกชัดเจนว่าคือพาย "อย่าขยับค่ะริน!" เสียงกระซิบดุๆ ดังชิดริมหู ท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังหนวกหู พายรวบเอวคอดของเธอไว้แน่นด้วยมือข้างเดียว ขณะที่มืออีกข้างคว้าเอาท่อดับเพลิงขนาดเล็กข้างผนังมาถือไว้เตรียมพร้อม "ปล่อยฉันนะพาย ชั้นบนอาจจะมีคนติดอยู่..." รินรดาพยายามดิ้นรน ขยับตัวจะผละออกเพราะสัญชาตญาณวิศวกรสั่งให้เธอต้องรีบไปดูความเสียหายของโครงสร้างตึก แต่พายกลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก แน่นจนแผ่นอกนุ่มแนบชิดกับแผงอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างไร้ช่องว่าง "บอกให้อยู่เฉยๆ ไงคะ! ตอนนี้ข้างบนอันตรายเกินไป แรงระเบิดเมื่อกี้มันจุดสำคัญของคานรับน้ำหนัก ถ้าเราสุ่มสี่สุ่มห้าขึ้นไป มีหวังได้ถูกฝังกลบอยู่ใต้ซากตึกแน่ๆ!" พายตวาดแข่งกับเสียงสัญญาณเตือน สายตาคมกราบกรานมองไปทางประตูก่อนจะดึงรินรดากดให้หลบหลังเสาคอนกรีตเสริมเหล็กหนาด้วยกัน คินที่ตั้งสติได้ไว รีบวิ่งเข้ามาหลบมุมเดียวกัน ใบหน้าสวยเฉี่ยวนั้นเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำจากสปริงเกอร์ "ระบบเซฟตี้หลักถูกล็อกด้วยรหัสผ่านฉุกเฉินจากภายนอก... มีคนจงใจวางระเบิดเพื่อทำลายหลักฐานการทุจริตโครงการนี้จริงๆ ด้วย!" รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับไปมองพายในความมืด ท่าทีขี้เล่นกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาดุดันและจริงจังของนักบริหารหญิงที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อใครก็ตามที่กล้ามาลูบคมเธอ "ไม่ใช่ฝีมือฉันแน่ๆ ค่ะคุณคิน" พายเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ มือข้างที่ว่างเอื้อมมากุมมือเรียวเย็นเฉียบของรินรดาไว้แน่น บีบกระชับเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นใจ "แต่ดูเหมือนว่า... 'พวกมัน' จะรู้ว่าเรากำลังจะสาวไปถึงตัวการใหญ่ คืนนี้พวกมันเลยไม่อยากปล่อยให้เรามีชีวิตรอดออกไปจากตึกนี้ทั้งสามคน" คำพูดนั้นทำให้ห้องควบคุมตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงน้ำไหลและสัญญาณเตือนภัยเป็นฉากหลัง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตื่นกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ ไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่เพราะตระหนักว่าสถานการณ์ตอนนี้มันเกินกว่าที่พวกเธอคาดการณ์ไว้หลายเท่าตัว ทว่า... ท่ามกลางวิกฤตหน้าสิ่วหน้าขวาน ฝ่ามืออุ่นจัดของพายที่กุมมือเธอไว้กลับสั่นน้อยๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความแนบแน่นมั่นคง ปลายนิ้วเรียวไล่เกลี่ยหลังมือเธอเบาๆ อย่างปลอบประโลม ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสาดส่องลงมาสะท้อนหยดน้ำบนเส้นผมและใบหน้าของพาย รินรดากลับพบว่าหัวใจของเธอกลับเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่ตึกถล่มเสียอีก ความใกล้ชิดอย่างไร้ระยะห่างและอ้อมกอดที่โอบล้อมเธอไว้ราวกับเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง ทำให้พื้นที่แคบๆ ตรงนี้กลายเป็น ‘เซฟโซนสุดอันตราย’ ที่เธอไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าหัวใจตัวเองกำลังพ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นนี้อย่างราบคาบ "ถ้าเราต้องติดอยู่ที่นี่ด้วยกันจริงๆ..." พายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเจ้าเล่ห์นิดๆ แม้ในยามวิกฤต "รินมีอะไรอยากจะสารภาพกับฉันเป็นครั้งสุดท้ายไหมคะ... เช่นว่า จริงๆ แล้วแอบหลงเสน่ห์ยัยวิศวกรปากร้ายคนนี้มานานแล้วล่ะไรงี้" รินรดาหมั่นไส้จนเผลอค้อนขวับให้ในความมืด แม้หัวใจจะเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "คนบ้า! เวลาแบบนี้ยังจะมาเล่นอีก!" "ไม่ได้เล่นค่ะ... ฉันพูดจริง" พายกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและนุ่มนวลอย่างประหลาดจนรินรดาต้องชะงัก "เพราะถ้าเราได้ออกไปจากที่นี่... ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้รินรอดเงื้อมมือฉันไปไหนอีกแล้วนะ" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากเถียงหรือด่าทออะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องควบคุม พร้อมกับเสียงโลหะกระแทกบานประตูดังโครมใหญ่จนกลอนประตูเริ่มปริแตกออกทีละนิด! ดวงตาสองคู่ของรินรดากับพายประสานกันนิ่งในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย... และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว ประตูห้องก็ถูกถีบจนพังกระเด็นหลุดออกจากวงกบ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาปริศนาในชุดดำสนิทสามคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ! รินรดากลั้นหายใจ หัวใจกระตุกวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม... ________________________________ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแซ่บ ทั้งฟิน และอันตรายของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ! ❤️✨ - กลิ่นลิลลี่สีขาว
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%