"ถ้าคุณยังกล้าส่งสายตาพิฆาตแบบนั้นมาอีกสักครั้ง ฉันจะถือว่าคุณอยากเปลี่ยนสถานะจาก 'หัวหน้าโครงการ' มาเป็น 'เด็กฝึกงาน' ที่ต้องนั่งพับกระดาษรายงานบนพื้นห้องฉันแทนนะคะ, คุณรินรดา"
น้ำเสียงของพายไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบข้างใบหู แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ลมหายใจของวิศวกรสาวเจ้าของระเบียบวินัยสะดุดกึก รินรดานิ่งงัดขมับ หันขวับไปจ้องหน้าพายทันที ขณะที่คนต้นเรื่องกลับทำลอยชาย ส่งยิ้มหวานหยดให้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปขยับเข้าประชิดโต๊ะทำงานจนพื้นที่ส่วนตัวแทบไม่เหลือช่องว่าง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนเจือกลิ่นฝนจางๆ จากตัวพายลอยวนอยู่ปลายจมูก ชวนให้ประสาทสัมผัสของรินรดาที่ปกติเฉียบคมเป็นทุนเดิมต้องรวนเรอย่างน่าหงุดหงิด
นี่คือบทลงโทษสำหรับคนที่ชอบทำหน้าดุใส่คนอื่นตั้งแต่แปดโมงเช้าหรืออย่างไรกันคะ?
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อปลายนิ้วเรียวของพายยื่นมาเคาะเบาๆ บนแฟ้มเอกสารคำนวณโครงสร้างที่เธอนั่งตรวจซ้ำมาสามรอบ การกระทำนั้นไม่ได้มีเจตนาคุกคามในเชิงธุรกิจ แต่มันคือการคุกคามหัวใจคนมองอย่างชัดเจน ดวงตากลมโตคู่สวยของพายพราวระยับราวกับแมวตัว M เจ้าเล่ห์ที่กำลังสนุกกับการต้อนหนูให้จนมุมในเขาวงกต
"เอกสารหน้าแปด... คุณลืมตรวจสอบค่าความต้านทานแรงดึงของเหล็กเสริมเสาเข็มโซน C นะคะ" พายเอ่ยทวนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตายังคงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาสีเข้มของรินรดา "หรือว่าสมองส่วนการคำนวณของคุณกำลังถูกรบกวนด้วยเรื่องอื่นอยู่คะ... เช่น เรื่องที่เราเถียงกันเรื่องแปลนห้องประชุมเมื่อวานนี้?"
"ฉันไม่ได้เถียงอย่างไร้เหตุผลค่ะ, คุณพาย" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามดึงความเยือกเย็นทั้งหมดในฐานะวิศวกรอาวุโสกลับคืนมา แต่มันยากเหลือเกินเมื่อพายจงใจโน้มตัวต่ำลงอีกนิด จนเส้นผมยาวสลวยเคลียไหล่บางของเธอ "เหตุผลทางวิศวกรรมมันคานกับงบประมาณที่คุณพยายามจะตัดทอน ถ้าโครงสร้างทรุดตัวขึ้นมา คนที่จะรับผิดชอบไม่ใช่แค่บริษัท แต่คือใบประกอบวิชาชีพของฉันนะคะ"
"โอ้... เป็นห่วงใบประกอบวิชาชีพ หรือว่าเป็นห่วงความรู้สึกฉันกันแน่คะที่บอกว่าแบบของคุณมันเชยสะบัด?"
พายหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทำเอารินรดาอยากจะยกแฟ้มเอกสารฟาดหน้าผากสวยๆ นั้นสักทีให้หายหมั่นไส้ แต่ติดตรงที่ว่า... หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปเสียก่อนแล้วนี่สิคะ
บรรยากาศในห้องทำงานกระจกใสส่วนตัวของรินรดาอบอวลไปด้วยความอึดอัดที่ชวนให้ใบหน้าร้อนผ่าว ความเงียบงันระหว่างพวกเธอมันไม่ใช่ความเงียบแบบมืออาชีพ แต่มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิต พายไม่ยอมถอยหลังกลับไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ร่างเพรียวบางยังคงยืนค้ำยันโต๊ะทำงาน พลิกหน้ากระดาษเอกสารในมือทีละแผ่น ช้าๆ อย่างจงใจยืดเยื้อราวกับกำลังทรมานวิญญาณคนใจร้อน
รินรดากวาดสายตามองสันจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากที่กำลังแย้มยิ้มอย่างได้ใจของผู้หญิงตรงหน้า สมองประมวลผลฉับไวว่าควรจะไล่อีกฝ่ายออกไปจากห้องอย่างไรดี แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากไล่ พายก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน
"เย็นนี้..." พายกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มละมุนจนคนฟังขนลุกซู่ "ฉันจองร้านอาหารริมน้ำไว้แล้วค่ะ อย่าแม้แต่จะคิดปฏิเสธแล้วอ้างเรื่องโอทีเด็ดขาด เพราะถ้าคุณยังดื้อดึงไม่ยอมไป ฉันจะถือวิสาสะหิ้วปิ่นโตมานั่งกินข้าวเคลียร์แบบแปลนโครงสร้างบนตักคุณมันตรงนี้แหละค่ะ"
คำขู่หน้าไม่อายนั้นทำเอารินรดาเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจะเอ่ยปฏิเสธ แต่พายไวกว่า ร่างระหงผละตัวออกไปยืนตรงทันทีพร้อมส่งยิ้มพราวเสน่ห์ ทิ้งให้รินรดานั่งแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ด้วยความรู้สึกปั่นป่วนในท้องแบบที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลายปี
ยัยวิศวกรสาวกัดริมฝีปากล่าง พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อควบคุมสติที่กระเจิดกระเจิงไปหมดแล้วให้กลับเข้าที่ แต่ทว่า... กลิ่นวานิลลาจางๆ ที่อีกฝ่ายทิ้งไว้ในห้อง กลับยังคงอวลติดอยู่ที่ปลายจมูก และชวนให้หัวใจเต้นรัวเกินกว่าจะสงบลงได้ง่ายๆ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดต่อกันก่อนที่บานกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต รินรดารีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นระเบียบเรียบร้อยในเสี้ยววินาที ขณะที่พายหันไปมองผู้มาใหม่ด้วยรอยยิ้มราบเรียบตามวิสัยนักบริหาร
"คุณรินคะ... แย่แล้วล่ะค่ะ!" เสียงหอบหายใจของคิน เพื่อนสนิทและสถาปนิกคู่ใจดังลั่นห้อง สีหน้าของคินซีดเผือกจนผิดปกติ "ผู้รับเหมาหลักโทรมาแจ้งด่วนเมื่อกี้... ไซต์งานโซน A เกิดปัญหาใหญ่แล้วค่ะ!"
รินรดาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ทันที ความรู้สึกปั่นป่วนจากเกมหยอกล้อเมื่อครู่หายวับไปกับตา แทนที่ด้วยความตึงเครียดระดับวิกฤต "เกิดอะไรขึ้นคะคิน?"
"ดินทรุดตัวค่ะ... และเสาเข็มต้นหลักที่เพิ่งตอกไปเมื่อวาน เกิดรอยร้าวลึกถึงแกนกลางแล้วค่ะ!"
คำพูดนั้นทำให้รินรดาหน้าถอดสี ขาเรียวเตรียมจะพุ่งตัวออกไปที่ประตูห้องทันที แต่ทว่า... ข้อมือซ้ายกลับถูกมืออุ่นของพายคว้าเอาไว้แน่น พายไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยหวานยังคงนิ่งสงบ แววตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยประกายความนิ่งลึกที่น่ากลัว
"ใจเย็นก่อนค่ะ, คุณรินรดา..." พายเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจแต่แฝงความหมายบางอย่างที่ทำให้รินรดาต้องชะงักงัน "เรื่องที่ไซต์งานน่ะ... ฉันรู้ก่อนที่คุณคินจะวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเสียอีกค่ะ"
รินรดาหันขวับกลับมามองหน้าพายทันที หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกประหลาด
"คุณหมายความว่ายังไงคะ?"
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักครั้งนี้นะคะ!
เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 4
กลิ่นอายของความปั่นป่วน
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!