เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 5

ติดฝนกลางดงคอนกรีต

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
"คุณหมายความว่ายังไงคะ?" เสียงของรินรดาตวัดสูงขึ้นเล็กน้อย ทว่ายังคงไว้ซึ่งความเรียบนิ่งที่พยายามสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบัง ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นทรง The Row มองลอดผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของออฟฟิศสนามชั่วคราว ที่บัดนี้ด้านนอกถูกโอบล้อมด้วยม่านน้ำฝนสีเทาทึบ เม็ดฝนกระหน่ำซัดเข้าใส่กระจกจนเกิดเสียงดังสนั่นราวกับฟ้าถล่ม ตัดขาดไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองแห่งนี้ออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง พายไม่ได้ตอบคำถามทันที หญิงสาวยังคงยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานไม้ลามิเนต เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยรีดเรียบกริบตอนนี้ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการลุยหน้างานเมื่อช่วงบ่าย แต่กลับยิ่งขับเน้นให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าและเสน่ห์อันเย้ายวนแบบไม่ต้องพยายาม รอยยิ้มมุมปากที่มักจะปรากฏขึ้นยามที่เจ้าตัวรู้สึกสนุกยังคงแต้มอยู่บนเรียวปากอิ่ม "หมายความตามที่พูดนั่นแหละค่ะ คุณวิศวกรคนเก่ง" พายลากเสียงยาวอย่างจงใจ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้รินรดาอีกหนึ่งก้าว จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ "หรือว่าหูฝาดไปคะ... คำถามเมื่อกี้ ที่ฉันถามว่า *'ถ้าฉันจะจีบคุณจริงๆ คุณจะหาข้ออ้างทางวิศวกรรมข้อไหนมาปฏิเสธอีก'*... ชัดเจนพอไหมคะ หรือต้องให้ฉันทวนใหม่อีกรอบข้างๆ หูดี?" รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นฝนจางๆ ลอยแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นอายความมั่นใจที่แผ่ออกมาจากตัวของนักบริหารสาวคนนี้ มันเป็นกลิ่นที่เธอเผลอสูดดมเข้าไปทีไรเป็นต้องเสียศูนย์ทุกที มือบางที่กำลังถือแท็บเล็ตตรวจรับงานกำแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด "คุณเล่นอะไรของคุณคะพาย นี่ไม่ใช่เวลางานหรือไง หน้างานมีปัญหาเรื่องการระบายน้ำใต้ดิน แต่คุณกลับมานั่งหยอกล้อเรื่องไร้สาระแบบนี้เนี่ยนะ" รินรดาเลือกใช้ไม้ตายเดิม นั่นคือการดึงเรื่องงานขึ้นมาเป็นโล่กำบัง พร้อมกับก้าวถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ทว่า... ด้านหลังของเธอกลับติดกับชั้นวางแบบแปลนพิมพ์เขียวเสียแล้ว ไม่มีทางให้ถอยอีกต่อไป พายสังเกตเห็นอาการนั้น ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับด้วยความนึกสนุก ผู้หญิงคนนี้มักจะทำเป็นเก่ง ทำเป็นถือตัว ปากร้ายใส่เธอสารพัด แต่เวลาที่จนมุม... ร่างกายกลับซื่อตรงเสียยิ่งกว่าอะไร "เรื่องงานฉันเคลียร์กับผู้รับเหมาเรียบร้อยตั้งแต่ก่อนฝนตกแล้วค่ะ ริน..." พายจงใจเรียกชื่อเล่นอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงนุ่มทุบที่ชวนให้ขนลุกชัน สองมือเรียวยกขึ้นค้ำยันขอบโต๊ะและชั้นวางเอกสาร ปิดตายทางหนีทีไล่ของวิศวกรสาวไว้ตรงกลาง "ส่วนเรื่องที่เรากำลังคุยกันอยู่... ฉันไม่ได้ล้อเล่น และมันก็ไม่ใช่เรื่องไร้สาระด้วย" "พาย..." รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เผลอเงยหน้าขึ้นสบตาคู่สวยที่ฉายแววเอาจริงเอาจังจนน่ากลัว "เราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน..." "เพื่อนร่วมงานที่ไหนเขาจูบ... เอ๊ย ที่ไหนเขาจ้องจะกินตับ เอ๊ย ที่ไหนเขาจ้องจะดูแลกันพิเศษแบบนี้คะ" พายเกือบหลุดพูดเรื่องคืนนั้นออกไป แต่ก็เบรกตัวเองได้ทัน ทว่าใบหน้าสวยเฉี่ยวกลับขึ้นสีเรื่อด้วยความเขินอายที่แล่นริ้วขึ้นมาวูบหนึ่ง รินรดาหูผึ่ง ดวงตาดุหรี่ลงทันที "คุณเกือบพูดอะไรออกมากald... เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะพาย?" "เปล่าสักหน่อย หูฝาดไปเองหรือเปล่าค่ะคุณวิศวกร" พายปฏิเสธหน้าตาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มเสียอาการ "ว่าแต่... ติดฝนอยู่ในนี้ สองต่อสอง บรรยากาศเป็นใจ ไฟก็กะพริบๆ เหมือนจะดับอยู่รอมร่อ คุณไม่คิดว่ามันโรแมนติกบ้างเลยเหรอคะ?" เปรี๊ยะ! ราวกับฟ้าเป็นใจ (หรือแกล้งกันแน่) หลอดไฟนีออนบนเพดานออฟฟิศสนามกะพริบติดๆ ดับๆ อยู่สองสามครั้ง ก่อนที่ความมืดสนิทจะเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวทันที เนื่องจากระบบไฟฟ้าฉุกเฉินยังไม่ได้เชื่อมต่อสมบูรณ์ดี "กรี๊ด!" รินรดาที่เกลียดความมืดและสถานการณ์กะทันหันเผลอุทานออกมาเบาๆ ร่างเพรียวสะดุ้งสุดตัวตามสัญชาตญาณ มือบางคว้าหมับเข้าที่ชายเสื้อเชิ้ตของคนตรงหน้าโดยอัตโนมัติเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว พายที่ตั้งรับไม่ทันเซถลาเล็กน้อย แต่ก็คว้าเอวบางของรินรดาไว้ได้ทันเพื่อไม่ให้ล้มลงไปทั้งคู่ ความเงียบเข้าครอบงำชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอก ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันสนิทชนิดที่ว่าแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน รินรดารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนไม่รู้ว่าเป็นของใครกันแน่ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอและแก้มเนียนทำให้สติสัมปชัญญะของวิศวกรสาวกระเจิงไปไกลลิบ "ปล่อยฉันค่ะ..." รินรดากระซิบเสียงสั่น พยายามดันอกอีกฝ่ายออก แต่พายกลับกระชับวงแขนที่โอบเอวเธอให้แน่นขึ้นไปอีก "ไม่ปล่อยค่ะ... มืดจะตาย คุณมองไม่เห็นทางหรอก เกิดสะดุดล้มหัวฟาดพื้นขึ้นมา ใครจะมารับผิดชอบหัวใจฉันล่ะคะ" เสียงกระซิบพร่าพร่าดังอยู่ชิดริมหู ร้อนจนทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด "นี่มันคนละเรื่องกันแล้วนะพาย ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไฟสำรองน่าจะอยู่ตรง..." "ชูشต์..." ปายนิ้วเรียวนุ่มแตะลงบนริมฝีปากอิ่มของรินรดาอย่างแผ่วเบา เป็นเชิงห้ามปราม "เงียบก่อนค่ะริน... ฟังเสียงนี่สิ" รินรดาชะงัก ยอมหยุดพูดและเงี่ยหูฟังตามที่อีกฝ่ายบอก ท่ามกลางความมืดและเสียงฝน เธอกลับได้ยินเสียงหัวใจของพายที่เต้นโครมครามผ่านแผ่นอกที่แนบชิดกันอย่างชัดเจน มันเต้นแรงและเร็วไม่แพ้ของเธอเลยแม้แต่น้อย "คุณ... ตื่นเต้นเหรอพาย" รินรดาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความเยชาชาถูกความมืดและสัมผัสอุ่นร้อนหลอมละลายจนหมดสิ้น "ก็ใช่น่ะสิคะ..." เสียงของพายเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น แววตาในความมืดแม้จะมองเห็นไม่ชัดเจน แต่รินรดากลับรับรู้ได้ถึงความปรารถนาอันร้อนแรงที่ส่งผ่าน5ดวงคู่นั้น "อยู่ใกล้คุณทีไร หัวใจฉันไม่เคยทำงานปกติเลยสักครั้ง... รินรดา" นี่ไม่ใช่การหยอกล้อเล่นๆ เหมือนทุกที น้ำเสียงของพายจริงจัง หนักแน่น และเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานาน จนกระทั่งบรรยากาศบีบคั้นในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้เป็นใจให้ระเบิดออกมา รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ปากที่เคยบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย เกลียดคนเจ้าเล่ห์อย่างพาย บัดนี้กลับหนักอึ้งจนเอ่ยคำปฏิเสธไม่ออก ใบหน้าของพายค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงความรู้สึกของกันและกัน รินรดากลั้นหายใจ หลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วงที่ดึงดูดให้เธอเข้าหาอีกฝ่ายอย่างห้ามไม่อยู่ ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะกันในอีกไม่กี่มิลลิเมตรข้างหน้า... แกร๊ก! เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้นพร้อมกับแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาเต็มตา ทำลายบรรยากาศสีชมพูในพริบตา "คุณรินครับ! คุณพาย! อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ ผมเอาเบรกเกอร์สำรองมาซ่อมให้แล้— เฮ้ย!" เสียงทุ้มของลูกน้องในไซต์งานดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่ยืนแข็งทื่อ เบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า—วิศวกรสาวคนเกณฑ์มือหนึ่งกำลังถูกผู้บริหารสาวคนสวยโอบกอดแนบชิดติดชั้นวางเอกสารในสภาพหน้าตาแดงก่ำ พายถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างหัวเสีย รีบผละออกจากร่างของรินรดาด้วยความเสียดาย รินรดารีบจัดเสื้อผ้าและแว่นตาของตัวเองให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู "คะ... คิน! นายเข้ามาทำไมไม่เคาะประตู!" รินรดาแหวใส่เพื่อนสนิทที่ทำหน้าเหวอรับประทานทันที "อ้าว... ก็ประตูกลอนมันไม่ได้ล็อกนี่ครับ แล้วผมจะรู้ไหมล่ะว่าพวกคุณกำลัง... เอิ่ม... ตรวจงานกันอยู่" คินยิ้มแห้งๆ ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ พลางหลบสายตาดุๆ ที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อของเพื่อนสนิท พายปรายตามองคินด้วยสายตาพิฆาต ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่กำลังยืนเม้มปากแน่นด้วยความเขินอายปนหงุดหงิด นักบริหารสาวยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ กระซิบเสียงเบาข้างหูรินรดาที่ตอนนี้หน้าแดงแจ๋เป็นลูกลัดดาวัลย์ "เอาไว้เราค่อยมา 'ตรวจงาน' กันต่อ... คืนนี้ยังอีกยาวไกลค่ะคุณวิศวกร" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%