เอกสารงบประมาณห้าสิบล้านบาทถูกปัดตกโดยไร้เหตุผลทางวิศวกรรม มีเพียงลายเซ็นยึกยือของบอร์ดบริหารระดับสูงที่ประทับตรา ‘ไม่อนุมัติ’ ไว้หรา รินรดากำกระดาษแผ่นนั้นแน่นจนมุมกระดาษบาดเข้ากับฝ่ามือ เลือดซิบเป็นรอยแดงจางๆ แต่ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับก้อนสะสมความอัดอั้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอ
นี่คือโปรเจกต์โครงสร้างสะพานข้ามแยกที่เธอทุ่มเทสมองและหยาดเหงื่อมานานร่วมครึ่งปี
"ถ้าไม่มีปัญญาเซ็นอนุมัติด้วยเหตุผลทางวิชาการ ก็เอาเวลาไปนั่งพับถุงกระดาษขายเถอะค่ะท่านผู้มีเกียรติ"
เสียงหวานที่ลอดไรฟันออกมาไม่ได้ดังนัก แต่มันเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พร้อมเผาทุกอย่างให้เป็นจุล รินรดาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานในห้องพักผ่อนส่วนตัวของไซต์งาน ปล่อยให้แว่นสายตาไร้กรอบร่วงหล่นลงบนโต๊ะกระจก เสียงโลหะกระทบพื้นผิวเรียบดังขึ้นเบาๆ เผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้การปกปิด ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะซ่อนอยู่หลังเลนส์กรองแสงบัดนี้แดงก่ำ ขอบตาร้อนผ่าวอย่างคนที่พยายามกลั้นน้ำตามาถึงขีดสุด
แกร๊ก—
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงโปร่งของพายที่ก้าวเข้ามาอย่างคุ้นเคย หญิงสาวชะתักฝีเท้าลงทันทีเมื่อเห็นสภาพของคนตรงหน้า รอยยิ้มมั่นใจที่มักประดับอยู่บนริมฝีปากของนักบริหารสาวหุบลงในเสี้ยววินาที แววตาที่เคยอบอุ่นแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจริงจังขึ้นมาทันที
พายกวาดสายตามองเอกสารบนโต๊ะสลับกับใบหน้าที่พยายามแข็งกร้าวแต่สั่นเทาของวิศวกรสาว
"ใครทำอะไรคุณ"
น้ำเสียงของพายไม่ได้นุ่มนวลเหมือนทุกครั้ง แต่มันหนักแน่นและทรงพลังจนรินรดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง ปลายจมูกของคนตรงหน้าแดงเรื่อจากการพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ รินรดาสบตากับอีกฝ่ายที่มีแววตาเด็ดเดี่ยวจนน่ากลัว พายก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานตัวนั้นอย่างไร้ช่องว่าง มือเรียวยื่นออกไปหยิบกระดาษงบประมาณแผ่นปัญหาขึ้นมาพิจารณาเพียงแวบเดียว ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
"ฝีมือรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวางแผนสินะคะ... คนที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่เมื่อเดือนก่อน" พายเอ่ยชื่อออกมาอย่างแม่นยำ พร้อมกับขยำกระดาษแผ่นนั้นในมือจนยับยู่ยี่ในพริบตา "กล้ามากนะที่เอาอนาคตของคนทั้งไซต์มาเล่นการเมืองภายใน"
"คุณพาย... มันไม่ใช่เรื่องของคุณค่ะ" รินรดาพยายามดึงเสียงให้แข็งกร้าว แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับสั่นเครือจนน่าสมเพช เธอเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นความอ่อนแอที่เธอกลั้นมันไว้ไม่อยู่ "นี่มันเรื่องงานของฉัน เอกสารของวิศวกรโยธา ไม่ใช่มุมเล่นสนุกของนักบริหาร"
พายไม่ตอบคำถามนั้นทันที หญิงสาวสาวเท้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนระยะห่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ รินรดาผถอยหลังจนสะโพกชนกับขอบโต๊ะทำงาน แต่ไม่มีทางหนีพ้นเมื่อวงแขนเรียวของพายยกขึ้นมาทาบกับขอบโต๊ะทั้งสองข้าง ขังร่างของวิศวกรสาวไว้ตรงกลางอย่างสมบูรณ์แบบ
กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของพายปะปนกับกลิ่นฝนและไอแดดนอกหน้าต่าง มันเป็นกลิ่นที่รินรดารู้สึกว่าอันตรายเหลือเกินในยามที่หัวใจเธอกำลังเปราะบางถึงขีดสุด
"คุณคิดว่าฉันมองคุณเป็นแค่เรื่องสนุกเหรอคะ รินรดา" พายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำใส "คุณคิดว่าที่ฉันวิ่งตามวุ่นวายอยู่ทุกวันนี้ เพราะฉันว่างงานมากนักหรือไง"
"แล้วคุณต้องการอะไรจากฉันล่ะ!" รินรดาตวาดกลับเสียงดัง หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หยดลงมาอาบแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาทั้งวันระเบิดออกมาในวินาทีนั้น "คุณเข้ามาปั่นป่วนในชีวิตฉัน ทำเป็นรู้ดีทุกเรื่อง ทำเหมือนแคร์นักหนา ทั้งที่จริงคุณก็แค่... ฮຶก... คุณก็แค่คนใจร้ายคนหนึ่งที่ไม่ต่างจากคนพวกนั้น!"
คำพูดตัดพ้อหลุดออกมาพร้อมกับเสียงสะื้นที่รินรดาเกลียดนักเกลียดหนา เธอเกลียดตัวเองที่ดูน่าสมเพชต่อหน้าผู้หญิงคนนี้ เกลียดที่หัวใจเจ้ากรรมดันพ่ายแพ้ให้กับความอบอุ่นจอมปลอมที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้ และเกลียดที่สุดที่เธอรู้สึกโหยหาอ้อมกอดของพายในยามที่โลกทั้งใบกำลังพังทลาย
พายชะงักไปชั่วขณะเมื่อเห็นหยดน้ำตาบนแก้มเนียน ความเย็นชาในแววตาละลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความเจ็บปวดลึกซึ้งที่สะท้อนออกมาจากหัวใจของคนมอง มือเรียวที่เคยทาบไว้บนขอบโต๊ะเปลี่ยนเป็นเอื้อมขึ้นมาประคองใบหน้าเรียวของรินรดาไว้อย่างเบามือ นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาออกจากแก้มให้อย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นอ่อนโยนเสียจนรินรดายิ่งปล่อยโฮออกมาหนักกว่าเดิม
"ฉันอาจจะใจร้ายกับคนทั้งโลก..." พายกระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้ม "แต่กับคุณ... รินรดา ฉันไม่เคยใจร้ายลงเลยสักครั้ง"
หัวใจของวิศวกรสาวกระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวเร็วเสียจนเจ็บหน้าอก รินรดาลืมตาขึ้นมองอีกฝ่ายในระยะประชิด ริมฝีปากบางเฉียบของพายอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะื้นเบาๆ ของรินรดาและเสียงลมหายใจที่สอดประสานกัน
พายเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด สายตาจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากที่กำลังสั่นระริกของรินรดาก่อนจะเงยขึ้นสบตา บรรยากาศรอบตัวร้อนผ่าวราวกับมีเปลวไฟล้อมรอบ ตัวตนของพายในตอนนี้คือเซฟโซนที่อันตรายที่สุดในชีวิตของวิศวกรสาว เพราะมันพร้อมจะทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่เธอสร้างมาตลอดชีวิตให้พังทลายลงในพริบตา
"ถ้าคุณเหนื่อยนัก..." พายเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มนุ่มเต็มไปด้วยแรงดึงดูดสะกดจิต "ก็แค่พักพิงตรงนี้... ปล่อยให้ฉันแบกรับมันแทนคุณบ้าง จะเป็นไรไป"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองส่วนหนึ่งพยายามร้องเตือนสติว่านี่คือความหลงใหลชั่วคราว แต่นัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววเวทนาและคลั่งรักอย่างปิดไม่มิดของพายกลับทำให้เธอกลืนคำพูดปฏิเสธทั้งหมดลงคอ
นิ้วเรียวของพายเลื่อนลงมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้รินรดาเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น ดวงตาทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย ความลังเลใจฉายชัดอยู่ในแววตาของวิศวกรสาว ก่อนที่เธอจะค่อยๆ หลับตาลง ยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วงระหว่างกัน
ทว่า—
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีมารยาท ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาของบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญ
"คุณพายครับ เอกสารด่วนจากท่านประธาน— อุ๊ps!"
คินที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ร่างของเจ้านายสาวกับวิศวกรคนเก่งยืนแนบชิดกันจนแทบจะรวมร่าง แถมระยะห่างของใบหน้ายังเหลือไม่ถึงเซนติเมตร
พายตวัดสายตาคมกริบหันไปมองเพื่อนสนิทของรินรดาด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงสี่องศาเซลเซียส
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความคลั่งรักครั้งนี้นะคะ
เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 7
ความจริงหลังแว่นสายตา
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!