"ถ้าคุณคินยังไม่เลิกทำตัวเป็นปลิงเกาะแกะว่าที่ภรรยาชาวบ้าน ฉันคงต้องทบทวนสัญญาโปรเจกต์นี้ใหม่ทั้งหมด… แบบที่ไม่มีชื่อบริษัทของคุณอยู่ในนั้นอีกเลย"
น้ำเสียงเรียบเรื่อยที่เอื้อiนเอ่ยออกมาไม่ได้ดังนัก ทว่ากลับทรงพลังพอจะทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะประชุมเงียบกริบลงทันตาเห็น รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างโปร่งของพายไม่ได้เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่มันคือความจริงจังระดับที่พร้อมจะดีดนิ้วทำลายล้างคู่แข่งทางธุรกิจได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องกะพริบตา
คินถึงกับชะงัก รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าเจื่อนลงไปถนัดตา ดวงตาหลังกรอบแว่นไหววูบด้วยความตระหนักรู้ว่าผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้กำลังเล่นขายของ พายคือ ‘ฉลาม’ ของจริงในวงการอสังหาริมทรัพย์ และเธอกำลังแสดงความเป็นเจ้า M่าเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งจนน่าหมั่นไส้
"อุ๊ย… คุณพายใจร้อนจังเลยนะคะ ฉันก็แค่แซวเล่นกับรินตามประสาเพื่อนสนิทสมัยเรียน" คินหัวเราะกลบเกลื่อน รีบยกแก้วกาแฟขึ้นจิบเพื่อซ่อนพิรุธ ก่อนจะหันไปส่งสายตาเจ้าเล่ห์ให้รินรดาที่นั่งนิ่งเป็นหิน "งั้นฉันขอตัวไปเคลียร์หน้างานก่อนดีกว่า ปล่อยให้คนคลั่งรักเขาเคลียร์พื้นที่ส่วนตัวกันตามสบายเถอะนะ"
พูดจบ พ่อหนุ่มตัวแสบก็รีบสาวเท้ากึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องประชุม V.I.P ทันที ทิ้งให้รินรดานั่งหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ลำพังกับยัยตัวอันตรายที่เพิ่งประกาศิตสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเธอไปหมาดๆ
ประตูกระจกปิดสนิทลงพร้อมกับเสียงล็อกอัตโนมัติที่ดังคลิเบาๆ ในความเงียบ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อว่าอะไร ร่างโปร่งบางของพายก็เคลื่อนกายเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ขยับตะครุบเหยื่อ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดที่เจือด้วยความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้วิศวกรสาวผู้เจ้าระเบียบต้องเผลอเอนหลังหนีตามสัญชาตญาณ
ทว่า… ไม่มีทางหนี
พายวางมือเรียวลงบนพนักพิงเก้าอี้ทำงานของรินรดา олกข้าง กักขังร่างของอีกฝ่ายให้อยู่ในอาณาเขตของเธอเรียบร้อย ใบหน้าสวยคมโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์และความคลั่งรักที่ถูกปลุกเร้าจนพุ่งทะยานถึงขีดสุด
"เมื่อกี้… คุณหึงฉันเหรอคะ คุณริน" เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ชิดริมใบหู ร้อนผ่าวจนขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง
"ฉันจะไปหึงคุณทำไม เลอะเทอะน่าคุณพาย" รินรดาเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาฟอร์ม ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มแก้เขิน พยายามตอกย้ำความแข็งกร้าวใส่ดวงตาคู่สวยที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน "คุณใช้อำนาจเกินขอบเขต ขู่กรรโชกคู่ค้าแบบนั้น เดี๋ยวก็เป็นเรื่องหรอกค่ะ"
"ห่วงฉันเหรอคะ?" พายเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ "เมื่อกี้ไม่ได้ยินที่คุณคินพูดเหรอคะ เขาบอกว่าให้ฉันเคลียร์พื้นที่ส่วนตัวกับ... ว่าที่ภรรยา"
"คุณพาย!" รินรดาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงใบหู สีเลือดฝาดที่แต้มบนพวงแก้มขาวผ่องทำให้คนมองใจกระตุกวูบ "ใครเป็นภรรยาคุณ พูดจาพล่อยๆ อีกแล้วนะ"
"ก็คุณไงคะ" พายตอบหน้าตาเฉย น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความดื้อรั้นเอาแต่ใจแบบสุดๆ "หรือต้องให้ฉันประกาศออกไมโครโฟนทั้งบริษัทคะว่า วิศวกรคนเก่งผู้เย็นชาคนนี้ เป็นคนเดียวที่นอนบนเตียงของฉันมาสามคืนติดกันแล้ว"
"เงียบเลยนะ!" รินรดารีบยกมือขึ้นปิดปากอิ่มของอีกฝ่ายด้วยความตกใจกลัวว่าใครจะได้ยิน ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "ถ้ามีใครมาได้ยินเข้า คุณจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน"
สัมผัสอุ่นจากเรียวปากนุ่มที่แนบอยู่ใต้ฝ่ามือทำให้พายชะงักไปชั่วขณะ แทนที่จะถอยหนี นักบริหารสาวกลับพลิกฝ่ามือของรินรดาออกช้าๆ ก่อนจะกดจูบเบาๆ ลงบนกลางฝ่ามือของอีกฝ่ายอย่างถือวิสาสะ รินรดาสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง รีบดึงมือกลับแทบไม่ทัน
"ฉันไม่แคร์หรอกค่ะว่าใครจะคิดยังไง" พายยืดตัวขึ้นเล็กน้อย แต่สายตายังคงล็อกเป้าหมายไว้อย่างมั่นคง "เพราะเป้าหมายในชีวิตตอนนี้ของฉัน มีแค่การทำให้คุณยอมแพ้ต่อความรู้สึกตัวเอง แล้วตอบตกลงเป็นแฟนกับฉันซะที… ริน"
นี่ไม่ใช่การขอร้อง แต่มันคือการประกาศิตคำสั่งจากเจ้าแม่โปรเจกต์ที่ชีวิตนี้ไม่เคยรู้จักคำว่า 'พ่ายแพ้'
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกำแพingอก ความใกล้ชิดที่รุกไล่เข้ามาทุกทีทำให้เซฟโซนที่เธอสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตกำลังพังทลายลงทีละน้อย ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเริ่มละลายหายไป เหลือเพียงความหวาดหวั่นปนหวานล้ำที่ตีรวนอยู่ในอกจนหายใจไม่ออก
"คุณมัน... เอาแต่ใจตัวเองเป็นบ้าเลย" รินรดากัดฟันเอ่ยออกมา น้ำเสียงสั่นพร่าโดยไม่สามารถควบคุมได้
"เพิ่งรู้เหรอคะ?" พายหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาพราวเสน่ห์กวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่กำลังขึ้นสีระเรื่อด้วยความเอ็นดูระคนคลั่งรัก "และฉันก็ไม่ได้มีนิสัยชอบรออะไรนานๆ ซะด้วยสิ โดยเฉพาะเรื่องของคุณ..."
นิ้วเรียวของพายเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาเคลียแก้มให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับทิ้งร่องรอยความร้อนรุ่มไว้บนผิวเนื้อราวกับถูกไฟลน รินรดานิ่งงัง ปลายทางสายตาประสานเข้ากับนัยน์ตาคู่สวยที่ฉายชัดถึงความจริงจังจนเธอไม่กล้าหลบตา
ในจังหวะที่หัวใจของวิศวกรสาวกำลังเต้นระส่ำและยอมจำนนต่อแรงกดดันอันแสนหวานนั้นเอง…
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้อณุญาตจากคนข้างใน
"คุณพายคะ เอกสารสรุปงบประมาณด่วนที่สุดจากท่านประธาน... อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวหรือเปล่าคะ?"
ร่างของเลขาสาวหน้าใหม่หยุดชะงักกึกอยู่หน้าประตู ดวงเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นภาพเจ้านายสาวคนเก่งกำลังกักขังหัวหน้าวิศวกรโยธาไว้แนบชิดกับพนักพิงเก้าอี้ในระยะประชิด ชนิดที่เรียกว่าถ้าขยับอีกนิดเดียวริมฝีปากคงจะได้สัมผัสกันจริงๆ
รินรดาหน้าถอดสี รีบออกแรงผลักไหล่พายให้ออกห่างจากตัวทันทีด้วยความตกใจสุดขีด
ทว่าพายกลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างขัดเคืองใจ ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองเลขาสาวด้วยรังสีอำมหิตที่ถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้งอย่างไม่สบอารมณ์
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมฟินไปด้วยกันเสมอนะคะ
---
เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 8
รุกหนักให้พักหายใจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!