"บอกเหตุผลมาก่อนค่ะ ว่าทำไมฉันต้องนั่งรถมากับคุณจนถึงจุดอับสัญญาณนี่ด้วย"
น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้เจือความหงุดหงิดเท่าที่ควรจะเป็น มันคือความระแวงที่เคลือบด้วยความอยากรู้อยากเห็นในปริมาณที่เท่ากัน วิศวกรสาวเจ้าของระเบียบวินัยเคร่งครัดอย่างเธอ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองหลุดจากแพลนชีวิตประจำวันแบบนี้—ไม่ใช่ในวันทำงาน และยิ่งไม่ใช่กับการนั่งเบาะข้างคนขับให้ 'พาย' นักบริหารโครงการสาวผู้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เป็นอาวุธ พาซิ่งลัดเลาะขึ้นมาบนเส้นทางคดเคี้ยวของหุบเขาด้านหลังไซต์งานโปรเจกต์ใหญ่
มันไม่ใช่แค่เรื่องความลับของเธอกับพายอีกต่อไปแล้ว... ความคิดนั้นยังคงวนเวียนตอกย้ำอยู่ในหัวตั้งแต่วินาทีที่คิน เพื่อนสนิทตัวดีของเธอยื่นคำขาดทิ้งท้ายไว้ก่อนพวกเขาจะแยกย้ายกันเมื่อวาน ความลับที่ว่าคืออะไร? ระหว่างเธอกับพาย มันมีเส้นบางๆ เส้นไหนที่พวกเธอกำลังก้าวข้ามไปโดยไม่รู้ตัวกันแน่
"ก็บอกแล้วไงคะว่าอยากพามา 'เซฟโซน' ของฉัน" พายเหลือบสายตาจากพวงมาลัยมามองคนข้างๆ ชั่วพริบตา รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายยกขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ "หรือว่าคุณรินกลัวคะ? กลัวว่าถ้าอยู่กับฉันสองต่อสองในที่ที่ไม่มีสัญญาณมือถือ คุณจะเผลอใจทำอะไรฉันก่อน"
"หลงตัวเองค่ะ" รินรดาแค่นเสียงในลำคอเบาๆ เบนสายออกไปมองทัศนียภาพนอกกระจกหน้าต่างเพื่อซ่อนรatureความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม "วิศวกรอย่างฉันไม่เคยกลัวอะไรทั้งนั้น ยกเว้นพวกชอบรื้อโครงสร้างแล้วไม่ยอมส่งแบบแปลนแก้ไขให้ตรงเวลาแบบคุณ"
รถยนต์คันหรูหักเลี้ยวเข้าสู่พื้นที่โล่งกว้างแห่งหนึ่งที่ถูกบังด้วยแนวต้นสนสูงใหญ่ ปลายทางของพวกเขาไม่ใช่ไซต์งานก่อสร้าง ไม่ใช่คาเฟ่ชิคๆ ในเมือง แต่เป็นโกดังเก่าโครงสร้างเหล็กกล้าผสมปูนเปลือยที่ถูกรีโนเวทใหม่จนกลายเป็นสตูดิโอส่วนตัวผสมผสานกับห้องสมุดขนาดย่อม ด้านหน้าหันรับวิวทิวเขาแบบพาโนรามาที่ไม่มีสิ่งกีดขวาง
พายดับเครื่องยนต์ ความเงียบสงบเข้ามาแทนที่เสียงเครื่องยนต์ทันที มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของรินรดา
"ลงมาสิคะ" พายก้าวลงจากรถ เปิดประตูฝั่งรินรดาด้วยตัวเองอย่างสุภาพ ทว่าแววตาคมกริบนั้นกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย "นี่คือเขตหวงห้ามในใจฉัน... ที่ๆ ฉันไม่เคยพาใครมาเหยียบมาก่อน แม้แต่คินก็ยังไม่รู้ว่ามีที่นี่"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อก้าวเท้าลงมาสัมผัสกับพื้นคอนกรีตขัดมัน กลิ่นอายของกระดาษเก่า กลิ่นกาแฟคั่ว และกลิ่นหอมอ่อนๆ เฉพาะตัวของพายลอยวนอยู่ในอากาศ บรรยากาศรอบตัวมันเงียบสงบจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองชัดเจนเกินไป
"ทำไมต้องพาฉันมาที่นี่?" รินรดาหันไปถาม น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว
"เพราะที่ผ่านมา... เราต่างคนต่างต้องใส่หน้ากากเข้าหากันในที่ทำงาน" พายก้าวเข้าไปใกล้ทีละก้าว บีบช่องว่างระหว่างกันให้แคบลงจนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับตัวรถด้านข้าง "คุณต้องทำตัวเป็นวิศวกรผู้เย็นชาและไร้ที่ติ ส่วนฉันต้องเป็นผู้บริหารสาวจอมเนียบที่ห้ามแสดงความอ่อนแอ... แต่ที่นี่ ไม่มีใครต้องเก่ง ไม่มีใครต้องแข็งแกร่งค่ะ"
ดวงตากลมโตของพายสะท้อนภาพใบหน้าของรินรดาอย่างชัดเจน มันเป็นแววตาที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ไม่มีมายาคิจอมปลอม มีเพียงความเวิ้งว้างและความต้องการที่จะถูกเติมเต็ม ซึ่งรินรดาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้หญิงคนนี้
หัวใจของวิศวกรสาวเต้นระรัวราวกับโครงสร้างตึกสูงที่กำลังรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวเผลอจิกชายเสื้อโค้ทของตัวเองแน่นเพื่อระงับความสั่นเทา
"คุณพาย... ถอยไปหน่อยค่ะ คุณเริ่มเข้าใกล้เขตอันตรายเกินไปแล้วนะ" รินรดาเตือนเสียงสั่น แม้จะรู้ดีว่าคำเตือนของเอไม่มีน้ำหนักเอาเสียเลยเมื่ออีกฝ่ายก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังแนบสนิทกับตัวรถ
"เขตอันตรายเหรอคะ?" พายโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านลาดไหล่จนรินรดาต้องหลับตาลงด้วยความวาบหวาม "แต่ฉันคิดว่า... นี่คือเขตเดียวที่คุณอยากให้ฉันเข้ามาลึกที่สุดต่างหากล่ะคะ ริน..."
นิ้วเรียวของพายเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้มของรินรดาอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นเบาราวกับขนนก แต่กลับสร้างกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง รินรดาลืมตาขึ้นสบประสานสายตาที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตรายคู่นั้น ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงทีละน้อยภายใต้บรรยากาศที่โอบล้อมพวกเขาไว้
ทันใดนั้นเอง...
*กริ๊ก!*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่เหยียบลงบนเศษกิ่งไม้แห้งบริเวณทางเข้าโกดัง ดังแทรกความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงประตูเหล็กบานใหญ่ที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท
"พาย! อยู่ข้างในรึเปล่า ฉันมีเรื่องด่วนต้อง—"
เสียงทุ้มของบุคคลมาใหม่ชะงักกึกทันทีเมื่อก้าวเข้ามาเห็นภาพเบื้องหน้า รินรดารีบผลักอกพายออกตามสัญชาตญาณ ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตกใจ ขณะที่พายหันขวับไปมองผู้มาเยือนด้วยแววตาหงุดหงิดระคนตกตะลึงไม่แพ้กัน
และเมื่อรินรดาเงยหน้าขึ้นมองบุคคลที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตู หัวใจของเธอก็ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม—
รินรดากลั้นหายใจทันทีเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'คนคนนั้น'... คนที่รู้ความลับทั้งหมดเกี่ยวกับอุบัติเหตุในอดีต และเป็นคนเดียวกับที่เธอพยายามหนีหน้ามาตลอดหลายปี
"พี่ริน..." เสียงสั่นพร่าเอ่ยทักขึ้น พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งตรงมาถึงเธอ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเขตหวงห้ามนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
— กลิ่นลิลลี่สีขาว
เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 17
เขตหวงห้ามในใจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!