เสียงหัวเราะคิกคักจากโต๊ะแพนทรีสำนักงานในยามบ่ายแก่ๆ ไม่ได้ทำให้รินรดาอยากหันไปสนใจเลยแม้แต่น้อย นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายกำลังตวัดปลายดินสอลงบนแบบแปลนโครงสร้างอาคารสูงสามสิบชั้นด้วยความแม่นยำระดับมิลลิเมตร แต่สมาธิที่ควรจะมั่นคงกลับถูกรบกวนด้วยเศษเสี้ยวบทสนทนาจากกลุ่มเพื่อนร่วมงานฝ่ายบัญชีที่ดังลอดผนังกระจกใสเข้ามา
"แก... ฉันว่าช่วงนี้ผู้จัดการพายกับคุณรินรดาดูแปลกๆ ป่ะ?"
ประโยคสั้นๆ นั้นทำให้ปลายดินสอในมือรินรดาชะงักค้าง รอยเส้นกราไฟต์ลากยาวเกินขอบเขตที่ควรจะเป็นจนเผลอขมวดคิ้วมุ่นโดยอัตโนมัติ
"แปลกยังไง แกคิดมากไปหรือเปล่า เขาก็ร่วมงานกันในโปรเจกต์ใหญ่ตั้งหลายโปรเจกต์" เสียงเพื่อนร่วมงานอีกคนแย้งขึ้นเบาๆ
"ไม่หรอก ฉันไม่ได้คิดไปเองนะ วันก่อนตอนไปตรวจหน้างาน ฉันเห็นคุณพายยื่นแก้วชาเขียวให้คุณรินรดา แถมยัง... ยื่นเลยไปจนมือชนกัน แล้วคุณรินรดาก็ยอมรับมาหน้าตาเฉย ปกติยัยคุณหนูวิศوةสายดิ่งคนนั้นเคยรับของจากใครที่ไหนที่ไม่ได้สั่งเองซะที่ไหนล่ะ แถมสายตาที่เขามองกันนะ... มันไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้ากับลูกน้องอ่ะแก มันมีประกายวิบวับพิกล"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน หัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มรัวเร็วกระชั้นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ หูอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินประโยคซุบซิบถัดไปที่ตามมา ความลับที่พยายามปกปิดภายใต้ความเย็นชาและมาดมั่นกำลังถูกสายตาคนรอบข้างกะเทาะเปลือกออกทีละน้อยอย่างช้าๆ
"นั่งเหม่อแบบนี้ แบบแปลนจะงอกออกมาเป็นรูปหัวใจได้อยู่แล้วนะคะ คุณวิศวกร"
เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นข้างใบหู พร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของกระป๋องน้ำอัดลมที่แนบลงบนแก้มเนียนอย่างหยอกเย้า รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองผู้หญิงคนที่เพิ่งถูกนินทาเมื่อครู่ พายยืนพิงขอบโต๊ะทำงานของเธอด้วยท่าทางสบายๆ เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเรียวแขนเนียนและนาฬิกาเรือนหรู ดวงตากลมโตคู่สวยพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ
"คุณพาย! มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แล้วทำไมไม่เคาะประตูก่อน" รินรดาเอ็ดเสียงเบา รีบดึงกระดาษทิชชูมาลบรอยดินสอที่เลอะเทอะบนแบบแปลนกลบเกลื่อนความพิรุธ
"ประตูห้องทำงานเปิดอ้าซ่าขนาดนี้ จะให้ฉันเคาะผนังห้องเหรอคะ" พายยักไหล่บางอย่างไม่ยี่ห้อ ขยับกายเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ เจือจางผสมผสานกับกลิ่นกระดาษ ปลายจมูกโด่งรั้นโน้มเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเอนตัวหนีแทบไม่ทัน "แล้วเมื่อกี้... เห็นหน้าตึงๆ เหมือนคนอมพริกสิบเม็ด มีใครทำให้คุณวิศวกรสุดสวยของฉันอารมณ์เสียอีกแล้วล่ะคะ"
"เปล่าค่ะ ไม่มีใครทำอะไรทั้งนั้น" รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง หลบสายตาวาววับคู่นั้นด้วยการก้มหน้าเก็บอุปกรณ์เขียนแบบลงลิ้นชัก "แล้วนี่คุณพายไม่มีงานเคลียร์ที่ห้องทำงานตัวเองหรือไงคะ ถึงได้เดินมาป้วนเปี้ยนแถวโซนโครงสร้างบ่อยๆ"
"ก็คิดถึง... เลยแวะมาดูว่าคนแถวนี้แอบคิดถึงฉันอยู่หรือเปล่า" พายตอบหน้าตาเฉย น้ำเสียงติดจะอ้อนนิดๆ ตามสไตล์คนเอาแต่ใจที่ทำเอารินรดาต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ
"ถ้าว่างมากนัก เอาเอกสารงวดหน้าไปตรวจทานเองเลยดีไหมคะ ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อย"
"ใจร้ายจังเลยนะคะ" พายหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ก่อนจะย่อตัวลงเล็กน้อยให้ใบหน้าอยู่ในระดับเดียวกับรินรดาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตาคมกริบสำรวจร่องรอยความกังวลบนใบหน้าสวยเฉี่ยวอย่างรู้เท่าทัน "ว่าแต่... สีหน้าคุณตอนนี้มันฟ้องชัดเจนเลยนะว่าไม่ได้หงุดหงิดเรื่องงาน มีใครพูดอะไรให้คุณไม่สบายใจหรือเปล่า หื้ม?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังชั่งใจว่าจะเอ่ยเรื่องที่ได้ยินพวกพนักงานซุบซิบกันเมื่อครู่ดีหรือไม่ แม้เธอจะไม่ใช่คนแคร์คำนินทาของใคร แต่สำหรับพาย... มันคือเรื่องใหญ่ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนักบริหารสาวคนนี้ถูกจับตามองมากขึ้นทุกที และหากมีใครล่วงรู้ความจริงว่าเส้นกั้นระหว่างเจ้านายกับลูกน้องได้พังทลายลงไปไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานแล้วล่ะก็ แรงกระเพื่อมในบริษัทแห่งนี้คงไม่ธรรมดาแน่
"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่... คิดเรื่องโครงสร้างฐานรากตึก C อยู่" รินรดาเลือกที่จะโกหกคำโต แม้จะรู้ว่าคนฉลาดอย่างพายไม่มีวันเชื่อสนิทใจ
พายหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาครุ่นคิด มือเรียวยื่นออกไปหมายจะแตะปอยผมที่หลุดรุ่ยข้างแก้มของรินรดา แต่ทว่า...
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันสั้นๆ ก่อนที่บานกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างโปร่งของคิน เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ... อ๊ะ ไม่ใช่ เป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อตรงไหนกัน เป็นเพื่อนคู่คิดมิตรคู่บ้านต่างหากล่ะ! ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารกองโตในมือ
รินรดาผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติราวกับต้องกระแสไฟ เช่นเดียวกับพายที่ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้าของนักบริหารสาวเปลี่ยนจากโหมดคลั่งรักกลายเป็นเรียบตึงภายเสี้ยววินาที
"อ้าว คุณพายก็อยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย ขอโทษทีครับพอดีผมเอาสรุปงวดงานโยธามาให้รินตรวจสอบด่วนน่ะครับ" คินส่งยิ้มกว้างที่เป็นมิตรตามสไตล์ แต่สายตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตากลับกวาดมองระหว่างพายกับรินรดาด้วยความสงสัยระคนจับผิดอย่างชัดเจน
"ไม่เป็นไรค่ะ เชิญตามสบาย ฉันแค่เอาเครื่องดื่มมาให้คุณรินรดาเฉยๆ" พายตอบด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท รอยยิ้มการค้าถูกสวมกลับคืนบนใบหน้าอย่างรวดเร็ว "งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ พอดีมีประชุมสายกับทางบอร์ดบริหารต่อ"
พายหันมาสบตารินรดาแวบหนึ่ง แววตาคู่นั้นลึกล้ำและสื่อความหมายบางอย่างที่ทำเอารินรดาร้อนผ่าวไปทั้งอก ก่อนที่ร่างเพิ่งจะก้าวเดินผ่านโต๊ะทำงานออกไปอย่างสง่างาม ทิ้งให้รินรดายืนนิ่งอยู่กับที่
"ฮั่นแน่..." คินเอ่ยขึ้นทันทีที่ประตูห้องปิดลง สายตาเจ้าเล่ห์มองตามหลังพายก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้ารินรดาเขม็ง "ช่วงนี้ดูสนิทกันเป็นพิเศษนะแก ตั้งแต่โปรเจกต์ห้างสรรพสินค้าแล้ว เห็นเดินตามกันแจ ยิ่งกว่าเงาตามตัวซะอีก"
"อะไรของแกเนี่ยคิน ประจำหน้าที่ของตัวเองไปเลยนะ เอกสารเสร็จแล้วค่อยเอามาวาง" รินรดาแสร้งทำเป็นดุ กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู
"เปล่าสักหน่อย ฉันแค่สังเกตเห็น... แล้วก็เตือนด้วยความหวังดี" คินวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังปัง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น "คนในออฟฟิศเริ่มพูดกันหนาหูแล้วนะรดา ว่าผู้จัดการพายกับวิศวกรมือหนึ่งอย่างแกมีซัมติิงกัน แกก็รู้ว่าบริษทเรากฎเหล็กเรื่องชู้สาวในที่ทำงานมันเข้มงวดขนาดไหน โดยเฉพาะตำแหน่งระดับผู้บริหาร ถ้าท่านประธานรู้เข้า..."
คำเตือนของคินเหมือนน้ำเย็นที่สาดเข้าใส่หน้า รินรดานิ่งงัง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความหวานละมุนจากสัมผัสของพายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความหวาดหวั่นพรพรหม ความสัมพันธ์ที่ซ่อนเร้นและกำลังหอมหวานจนเผลอตัว กำลังเดินมาถึงจุดตัดที่เปราะบางที่สุด
รินรดานิ่งเงียบ ไม่กล้าสบตาเพื่อนสนิท ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้องทำงานจนน่าอึดอัด
ในจังหวะที่เธอกำลังคิดหาคำพูดมาแก้ตัวเพื่อกลบเกลื่อนพิรุธ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง... แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เสียงเคาะเบาๆ แบบคิน หากแต่เป็นการผลักเปิดเข้ามาอย่างไร้มารยาทของใครบางคน
"คุณรินรดาคะ! แย่แล้วค่ะ!" เลขานุการหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดยืนหอบหายใจโยนรายงานฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะ "ทางฝ่ายบุคคลเรียกตัวคุณพายกับคุณรินรดาเข้าพบด่วนค่ะ! มีคนส่งรูปถ่ายหลักฐาน..."
รินรดาเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนในทันทีที่ได้ยินประโยคต่อมา!
*(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - กลิ่นลิลลี่สีขาว)*
เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 18
รอยร้าวของความสัมพันธ์
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!