“ถ้าคิดว่าจะใช้มุกเด็กอนุบาลมาป่วนหน้างานโปรเจกต์ร้อยล้านนี้ล่ะก็... บอกไว้ก่อนนะคะว่าคุณคิดผิดมหันต์”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของรินรดาพุ่งตรงไปยังร่างสูงระหงที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องประชุมกระจกใส วิศวกรสาวกวาดสายตามองเอกสารแปลนโครงสร้างในมือสลับกับใบหน้าของคนตรงหน้าอย่างไม่ไว้หน้า ดวงตาคู่คมใสหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจระคนเยือกเย็น เธอเกลียดความไร้ระเบียบ และยิ่งเกลียดพวกไม่รู้กาลเทศะที่ชอบโผล่มาทำลายสมาธิในยามที่สมองกำลังประมวลผลตัวเลขและแรงอัดของคานคอนกรีต
แต่คนที่ถูกพาดพิงกลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด พายส่งยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ความมั่นหน้าเกินร้อยของนักบริหารสาวผู้กุมบังเหียนโครงการ—ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวรินรดาชนิดที่เรียกว่าแทบจะไม่มีช่องว่างให้ลมผ่าน ร่างโปร่งโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สบตาคู่ดื้อรั้นนั่นนิ่งสนิท
“เด็กอนุบาลที่ไหนเขาเดินตรวจงานด้วยสายตาดุๆ แบบนี้ล่ะคะคุณวิศวกร... หรือว่าจริงๆ แล้ว... กำลังเขินที่ฉันเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของเรากันแน่?”
พายกระซิบเสียงพร่า แกล้งลดระดับเสียงลงให้ได้ยินกันแค่สองคน กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดเจือจางจางกายอีกฝ่ายทำเอารินรดาเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมทรยศเต้นแรงจนน่าหงุดหงิด มือบางที่ถือแฟ้มเอกสารกำแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ รินรดาเบือนหน้าหนีความใกล้ชิดอันตรายนั้น ปากก็สวนกลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก
“หลงตัวเองเก่งเป็นที่หนึ่ง... ถอยไปค่ะ พาย ฉันมีงานต้องเคลียร์อีกกองโต ไม่ว่างมาเล่นเกมประสาทเสียกับคุณหรอกนะ”
“ปากแข็งจังเลยนะคะ...” พายหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างชอบใจ ดวงตากลมโตเป็นประกายพราวระยับด้วยความเอ็นดูผสมความเจ้าเล่ห์ “ทั้งที่เมื่อคืน... คนที่บอกว่าคิดถึงฉันแทบแย่ก็คือคุณไม่ใช่เหรอคะ ริน?”
ฉับพลัน บรรยากาศรอบตัวก็เหมือนจะมีประกายไฟแลบแปล๊บ รินรดาตวัดสายตากลับมามองคนขี้ตอดด้วยความเคืองจัด ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะอ้าออกเพื่อเตรียมสวนกลับด้วยประโยคที่แสบสันยิ่งกว่า
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมๆ กับบานกระจกที่ถูกผลักเปิดออกโดยคิน เพื่อนสนิทและสถาปนิกคู่ใจที่ถือแท็บเล็ตเดินเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ทว่า... ด้านหลังของคินไม่ได้มีแค่ความว่างเปล่า ร่างของใครอีกคนก้าวตามเข้ามาในห้องประชุมด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ทำเอารอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของพายแข็งค้างไปในทันที
“ขอโทษทีนะที่ขัดจังหวะ... พอดีมีแขกไม่ได้รับเชิญอยากพบคุณพายเขาน่ะ” คินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยความอยากรู้อยากเห็น
พายหันขวับไปมองผู้มาใหม่ รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตึงเครียดที่ฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่น
ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น—เรือนร่างสูงโปร่ง ใบหน้าสวยเฉี่ยวคมคาย ดวงตากลมโตคู่นั้นมองตรงมาที่พายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยเรื่องราว ความโหยหา และบางสิ่งที่รินรดาอ่านไม่ออก
“ไงคะ... พาย ไม่เจอกันนานเลยนะ จำกันได้หรือเปล่าว่าฉันคือใคร?”
เสียงหวานทุศเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมห้องประชุมทั้งห้อง รินรดาลอบสังเกตปฏิกิริยาของพายที่ยืนนิ่งค้างไปอย่างผิดวิสัย สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอทันทีว่า บุคคลที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางในเวลานี้... ไม่ใช่แค่นักลงทุนธรรมดา หรือแม้แต่คนรู้จักทั่วไปอย่างแน่นอน
พายกำมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตาที่เคยแพรวพราวด้วยความมั่นใจบัดนี้ไหววับชั่วขณะ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยแต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
“คุณมาทำไมที่นี่... มีน” พายเค้นเสียงถาม ร่างบางขยับตัวเข้ามาบังรินรดาไว้เล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องการปกป้องพื้นที่ส่วนตัวจากอดีตที่ตามมาหลอกหลอน
รินรดายืนกอดอกมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก ความเงียบโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องประชุม ก่อนที่สายตาคมกริบของอดีตคนรักที่เพิ่งมาใหม่จะเบนมาสบตากับเธอเข้าอย่างจัง พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความหมายบางอย่างไว้เต็มเปี่ยม
และในวินาทีนั้นเอง ที่รินรดารู้สึกได้ถึงลางสังขารบางอย่าง... ว่าความสงบสุขในเซฟโซนของเธอกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า
โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะคะ... กลิ่นลิลลี่สีขาวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมเต็มความฟินและความอินด้วยกันในทุกๆ ตอนนะคะ!
เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 26
คนนอกที่แทรกกลาง
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!