แฟ้มผลงานออกแบบโครงสร้างอาคารในมือของรินรดานั้น ถูกพลิกเปิดผ่านด้วยความเร็วที่มากเกินกว่าอัตราการอ่านปกติจะรับไหว เสียงกระดาษหนาๆ เสียดสีกันเบาๆ ในห้องทำงานส่วนตัวที่เงียบกริบ กลายเป็นจังหวะดนตรีแห่งความหงุดหงิดที่ดังวนซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาท
วิศวกรสาวเจ้าระเบียบขมวดคิ้วแน่นจนแทบจะผูกเป็นปม ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่ตัวเลขคำนวณแรงเฉือนหรือน้ำหนักบรรทุกบนหน้ากระดาษเลยแม้แต่น้อย หากแต่ภาพเหตุการณ์เมื่อสิบนาทีที่แล้วตรงล็อบบี้หน้าลิฟต์ต่างหาก ที่กำลังฉายซ้ำวนเวียนอยู่ในหัวสมองอย่างน่ารำคาญ
ภาพที่พาย... นักบริหารโครงการสาวผู้มีรอยยิ้มพราวเสน่ห์เป็นอาวุธ กำลังยืนหัวเราะต่อกระซิบอย่างสนתสนิทสนมกับ ‘คุณกรณ์’ ผู้บริหารหนุ่มจากบริษัทที่ปรึกษาโครงการคู่แข่ง ท่าทางที่โน้มตัวเข้าไปใกล้กันเกินความจำเป็น และรอยยิ้มที่พายมักจะใช้พร่ำเพรื่อกับคนอื่นนั่นแหละ มันคือชนวนเหตุที่ทำให้เซฟโซนอันสงบสุขของรินรดาเกิดรอยร้าวขึ้นมาโดยไม่ต้องใช้ค้อนทุบ
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูเบาๆ สองครั้งดังขึ้น ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกด้วยความคุ้นเคย พร้อมกับร่างระหงของคนที่กำลังตกเป็นจำเลยในความคิดของรินรดา ก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมคุ้นจมูกที่มักจะทำให้เธอใจสั่นอยู่เสมอ... แต่ไม่ใช่ในตอนนี้
"รินคะ แฟอมเอกสารงบประมาณของเฟสสองที่ขอไว้—"
"วางไว้ตรงนั้นแหละค่ะ"
เสียงหวานที่เอ่ยแทรกขึ้นมาทันทีมีความเย็นชาผสมอยู่จนเกือบจะเป็นน้ำแข็ง รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองผู้มาใหม่แม้แต่น้อย เธอยังคงก้มหน้าก้มตาตรวจแบบแปลนในมือราวกับว่ามันเป็นสิ่งที่มีชีวิตจิตใจน่าสนใจกว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลายร้อยเท่า
พายชะงักฝีเท้าลง รอยยิ้มที่มักจะประดับบนใบหน้าสวยเฉี่ยวจางหายไปวูบหนึ่ง ดวงตาคู่คมกวาดมองปฏิกิริยาแข็งกระด้างนั้นด้วยความฉงน ก่อนจะเดินนิ่มๆ เข้ามาใกล้โต๊ะทำงานแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต
"เป็นอะไรคะเนี่ย หน้าบึ้งเชียว โครงสร้างคานรับน้ำหนักมีปัญหา หรือว่า... ใครทำอะไรให้วิศวกรคนเก่งของเราอารมณ์เสียตั้งแต่เช้า?" พายลองหยั่งเชิง น้ำเสียงเจือความอ้อนนิดๆ ตามสไตล์คนแพรวพราวที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่า
รินรดาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น ราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ยากจะคาดเดาความลึกได้ เธอมองสบตาพายตรงๆ ผ่านเลนส์แว่น สายตานั้นคมกริบและห่างเหินเสียจนคนถูกมองถึงกับใจกระตุกวูบ
"ไม่มีอะไรค่ะ ฉันแค่กำลังคิดว่า... เวลาทำงานในเวลางาน ควรจะใช้สมาธิกับงาน ไม่ใช่ไปเสียเวลาหัวร่อต่อกระซิกกับคนนอกโครงการจนเสียงานเสียการ"
ประโยคที่พ่นออกมานั้นคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดคัตเตอร์ที่ใช้ตัดโมเดล พายกะพริบตาปริบๆ สมองอันปราดเปรื่องของนักบริหารสาวประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความหึงหวงที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งๆ นั้น ชัดเจนเสียจนพายเกือบจะหลุดยิ้มออกมาด้วยความมันเขี้ยว
ให้ตายเถอะ... แม่วิศวกรสายดิ่งของเธอ กำลังหึงจนตัวสั่นแต่ปากแข็งสุดๆ อยู่นี่เอง
"อ๋อ..." พายลากเสียงยาวในลำคอ แววตาพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เธอนั่งไขว่ห้างแล้วเอามือเท้าคาง มองสำรวจใบหน้าบึ้งตึงของคนตรงข้ามด้วยความเอ็นดูระคนหมั่นไส้ "หมายถึงตอนที่ฉันยืนคุยกับคุณกรณ์เรื่องปรับลดงบประมาณวัสดุก่อสร้างเมื่อกี้เหรอคะ?"
"ฉันไม่ได้เจาะจงชื่อใครค่ะ" รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง หลบสายตาวับวามคู่นั้นไปมองแจกันดอกลิลลี่บนโต๊ะแทน "แต่ถ้าคุณพายรู้สึกร้อนตัว ก็ตามใจค่ะ"
"แหม รินก็..." พายลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะทำงานตัวใหญ่เข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างรวดเร็วก่อนที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว มือเรียวเอื้อมไปแตะที่พนักพิงเก้าอี้ทำงานของรินรดา กักกันร่างบางไว้ในวงแขนกลายๆ "หึงก็บอกว่าหึงสคะ ทำมาเป็นพูดจาเหน็บแนม ฉันกับคุณกรณ์เราก็แค่คุยเรื่องงานกันตามมารยาทธุรกิจน่า"
"ใครหึงคะ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ดวงตากลมโตตวัดกลับมามองหน้าคนที่อยู่ใกล้แค่คืบ "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะคุณพาย ฉันแค่พูดตามหน้าที่ในฐานะหัวหน้าวิศวกรที่ไม่อยากเห็นใครมาเดินเล่นอู้ฟู่ในเวลางานก็เท่านั้น"
"ปากแข็งจังนะคะ" พายโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นหอมอ่อนๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของรินรดา ทำให้หัวใจที่พยายามเต้นให้เป็นจังหวะปกติเริ่มรวนเร "ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำไมต้องทำเสียงดุใส่ ตั้งแต่เดินเข้าห้องมายังไม่ยอมมองหน้าฉันตรงๆ เลยสักครั้งล่ะหึ?"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อระยะห่างระหว่างกันมันน้อยเกินไปจนสมองสั่งการอะไรไม่ถูก กลิ่นอายความดุดันและเย่อหยิ่งเมื่อครู่เริ่มระเหยกลายเป็นไอความร้อนที่แผดเผาจนแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด
"ถอยไปเลยนะคะพาย คุณไม่มีสิทธิ์มาเข้าใกล้ฉันขนาดนี้ในเวลางานนะ" เธอพยายามดันไหล่บางของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่มีหรือที่คนเจ้าเล่ห์อย่างพายจะยอมถอยง่ายๆ
"ไม่มีสิทธิ์ตรงไหนคะ ในเมื่อสัญญาใจระหว่างเรามัน—"
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานปนพายุอารมณ์ในห้องทำงานอย่างไม่รู้เวลาน้ำเวลาร่วม ทำเอาทั้งสองสะดุ้งผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน พายถอยหลังกลับมายืนตั้งหลักด้วยสีหน้าขัดใจเล็กน้อย ส่วนรินรดารีบก้มหน้าลงจัดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความเขินอายที่เห่อร้อนขึ้นมาถึงใบหู
"เข้ามาค่ะ!" รินรดาตะโกนบอกเสียงเข้ม พยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติที่สุด
แผงประตูเปิดออก พร้อมกับการปรากฏตัวของคิน เพื่อนสนิทและคู่คิดมือขวาของรินรดา ที่เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แต่พอเจ้าตัวกวาดสายตามาเห็นบรรยากาศตึงเครียด (ที่ซ่อนความหวานเลี่ยน) ระหว่างวิศวกรสาวกับผู้บริหารโครงการแล้ว คินก็ถึงกับชะงักฝีเท้า ปากที่กำลังจะอ้าพูดหุบฉับทันที
"อุ๊ย... ฉันเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าเนี่ย?" คินหรี่ตามองเพื่อนรักสลับกับพายด้วยรอยยิ้มรู้ทัน "หน้าแดงเชียวนะริน แอร์เสีย หรือว่าโดนใครแถวนี้แกล้งอะไรอีกแล้วล่ะ?"
รินรดาเงยหน้าขึ้นส่งค้อนวงใหญ่ให้เพื่อนสนิททันที "แกมีอะไรก็ว่ามาเลยนะคิน อย่ามาแซว"
"เปล่าๆ ฉันแค่อิรุธจะเอาเอกสารอนุมัติสั่งซื้อเหล็กเส้นล็อตใหม่มาให้แกเซ็น..." คินยิ้มแห้งๆ เดินเข้าไปวางแฟ้มลงบนโต๊ะ แต่ก่อนที่รินรดาจะได้เอื้อมมือไปหยิบปากกา คินก็โน้มตัวลงกระซิบกระซาบข้างหูเพื่อนด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
"อ้อ... แล้วก็ข้างล่างอ่ะนะ แฟนคลับเบอร์หนึ่งของแก... คุณกรณ์คนเดิม เพิ่มเติมคือถือช่อดอกกุหลาบช่อโตมารอพบคุณพายเขาที่ล็อบบี้อีกรอบแล้วว่ะ เห็นว่ามีเรื่องคุยกันต่อนอกรอบ... โห บรรยากาศโคตรจะโรแมนติกเลยแก"
สิ้นคำกระซิบของคิน... อุณหภูมิในห้องทำงานที่เพิ่งจะลดลงมาหน่อย กลับพุ่งสูงปรี๊ดขึ้นจนทะลุปรอทในเสี้ยววินาทีเดียว
รินรดาชะงักค้าง ปากกาในมือเกือบจะหลุดร่วงลงพื้น ดวงตากลมโตตวัดขวับกลับไปมองหน้าพายทันทีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยประกายไฟโทสะที่ลุกโชนขึ้นมาใหม่อย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
ส่วนพายที่ได้ยินคำพูดของคินเต็มสองหู ถึงกับเบิกตากว้างเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์หายวับไปกับตา เมื่อหันกลับมาสบเข้ากับดวงตาวาวโรจน์ของรินรดาที่กำลังมองมาด้วยสายตาประเภท 'กล้าออกไปสิ ตายแน่!'
พายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ขณะที่รินรดากระแทกแฟ้มเอกสารในมือปิดดังปังสนั่นห้อง ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยสีหน้าที่เย็นเยียบราศีกระจายเสียยิ่งกว่าเดิม
"เชิญค่ะคุณพาย..." รินรดาเอ่ยเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตาเลยสักนิด "แขกคนสำคัญของคุณ... รออยู่ข้างล่างนานแล้วนะคะ"
กลิ่นลิลลี่สีขาวขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 27
ความหึงที่ไร้คำพูด
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!