เสียงปิดประตูปังสนั่นตามด้วยฝีเท้าที่ถอยกรูดออกไปจนสุดทางเดินของคิน คือเสียงดนตรีประกอบความพินาศของความพยายามทั้งหมดที่รินรดาเพิ่งสร้างขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยความเขินอายเมื่อครู่
ให้ตายสิ... ยัยเพื่อนตัวดีเลือกเวลาโผล่หัวเข้ามาได้เหมาะเจาะราวกับติดกล้องวงจรปิดไว้รอบทิศทางเสียจริง
บรรยากาศภายในห้องนอนที่เคยอบอวลไปด้วยความเงียบงันอันชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความอึดอัดที่เจือปนไปด้วยความกระดากอาย รินรดายืนนิ่งแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงาน สองมือเกร็งแน่นจนข้อต่อนิ้วซีดขาว เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนที่ยังคงนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟาตัวโปรดของเธอด้วยท่าทางสบายอกสบายใจเกินเหตุ
"เพื่อนเธอนี่... รู้เวลางานดีจังนะคะ"
เสียงทุ้มหวานที่เจือรอยยิ้มขบขันดังขึ้นทำลายความเงียบ พายขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด ช้าๆ ทว่ามั่นคง ราวกับเสือสาวที่กำลังยدเยื้องเข้าหาเหยื่อผู้หมดทางหนี
"คินมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ชอบทำตัวเป็นซุ่มซ่ามหาเรื่องใส่ตัวอยู่เรื่อย" รินรดาเสมองไปทางอื่น หลบเลี่ยงดวงตากลมโตที่จ้องมองมาอย่างรู้ทัน หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเมื่อระยะห่างระหว่างเธอกับคนตรงหน้าลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง
"เหรอคะ? แต่ฉันว่า... คินเขาเข้ามาขัดจังหวะตอนที่เรากำลัง 'คุยกัน' ถึงไหนต่อไหนแล้วต่างหากล่ะ"
พายหยุดยืนอยู่ตรงหน้าวิศวกรสาวคนเก่ง ระยะห่างเพียงคืบทำให้รินรดารับรู้ได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เอกลักษณ์ประจำตัวของนักบริหารสาวลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิดกระเจิงไปหมด
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด พยายามงัดเอาความเย็นชาและมาดมั่นทั้งหมดในฐานะผู้ควบคุมโครงการก่อสร้างกลับคืนมา ทว่ามันช่างยากเย็นเหลือเกินในเมื่อหัวใจเจ้าระเบียบดวงนี้กลับทรยศด้วยการเต้นรัวแรงเสียจนควบคุมไม่ได้
"เราไม่ได้กำลังคุยอะไรกันสักหน่อยค่ะ คุณต่างหากที่พูดจาแปลกๆ ออกมาเอง" รินรดายังคงดึงดันเชิดหน้าเถียง แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างจะแดงก่ำลามไปจนถึงต้นคอแล้วก็ตาม
"ปากแข็งจังเลยนะคะ..." พายโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความซุกซนและความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "ทั้งๆ ที่เมื่อกี้... เกือบจะยอมรับอยู่รอมร่อแล้วแท้ๆ ว่าเป็นห่วงฉันจนเนื้อเต้น"
"ฉันไม่ได้..."
"ปฏิเสธสคะว่าไม่ได้แอบมองฉันตอนประชุมเครียดเมื่อวานนี้" พายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความอ้อนเย้าที่ทำเอาคนฟังถึงกับไปไม่เป็น "ปฏิเสธสคะว่าไม่ได้ใจหายตอนที่ฉันบอกว่าจะย้ายไปดูไซต์งานที่เชียงใหม่สัปดาห์หน้า"
รินรดาชะงักกึก คำแก้ตัวที่เตรียมไว้กลืนหายลงคอไปทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อพบว่าทุกการกระทำของตนเองอยู่ในสายตาของอีกฝ่ายมาโดยตลอด
ให้ตายสิ ยัยนี่มันร้ายกาจเป็นบ้า!
"คุณ... รู้ได้ยังไงคะ" รินรดาเผลอหลุดปากถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ความเย่อหยิ่งทระนงตนถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าผู้หญิงเจ้าเล่ห์คนนี้
พายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มมุมปากของเธอนั้นช่างทรงเสน่ห์และเย้ายวนใจเสียจนคนมองแทบละสายตาไม่ได้ มือเรียวเอื้อมออกไปอย่างถือวิสาสะ ปลายนิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่เส้นผมลอนสลวยที่ตกลงมาเคลียแก้มของรินรดา ก่อนจะทัดมันไว้หลังใบหูให้อย่างทะนุถนอม
สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้รินรดาสะấuเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกมนต์สะกด เธอหลุบตาลงมองริมฝีปากอิบอิ่มของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกโหยหาบางอย่างที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงน้ำแข็งมาเนิ่นนาน บัดนี้กำลังกร่อนเซาะพังทลายลงทีละน้อย
"ก็เพราะว่าสายตาของวิศวกรคนเก่งคนนี้... ไม่เคยโกหกฉันได้เลยสักครั้งยังไงล่ะคะ" พายกระซิบแผ่วเบาริมใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้างสูง "รินรดา... รู้ไหมคะว่าการต้องทำเป็นนิ่งเฉยใส่คนที่เรารู้สึก0ด้วยมันทรมานแค่ไหน"
คำพูดนั้น... ไม่ใช่คำถามเพื่อต้องการคำตอบ แต่มันคือการสารภาพความรู้สึกที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจของทั้งคู่ออกมาอย่างหมดเปลือก เส้นขนานที่เคยวิ่งสวนทางกันมาตลอด บัดนี้ได้โค้งเข้าหากันและเริ่มทาบทับเป็นเส้นทางเดียวกันทีละน้อยแล้ว
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตากับพายอีกครั้ง แววตาคู่คมที่เคยฉายแววดื้อรั้นและระแวดระวัง บัดนี้อ่อนแสงลงเหลือเพียงความยอมจำนนต่อความรู้สึกของหัวใจตัวเอง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันก่อนจะยอมพ่นถ้อยคำที่ยากที่สุดในชีวิตออกมา
"คุณนี่มัน... เอาแต่ใจตัวเองชะมัดเลยนะคะ" เสียงหวานเอื้อnเอ่ยออกมาเบาราวกับเสียงกระซิบ ทว่าชัดเจนพอที่จะทำให้คนฟังยิ้มกว้างจนแก้มปริ
"เพิ่งรู้เหรอคะ?" พายยิ้มรับหน้าตาเฉย ดวงตาเป็นประกายวิบวับด้วยความพึงพอใจ "แต่ก็นะ... ฉันรู้ว่าคุณเองก็ยอมตามใจฉันมาตลอดเหมือนกันแหละน่า"
รินรดาถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อผ่อน ะบายความเขินอายที่อัดแน่นอยู่ในอก เธอยอมรับก็ได้... ยอมรับแพ้ให้กับความใส่ใจและความตื๊อที่ไม่เคยลดละของนักบริหารสาวคนนี้อย่างราบคาบ
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและหัวใจของทั้งสองดวงกำลังจะเชื่อมเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบนั้นเอง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นติดต่อกันสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนโวยวายของคินที่ดังทะลุเข้ามาจากนอกห้องด้วยความตกใจสุดขีด
"ริน! แกแย่แล้ว! รีบเปิดประตูออกมาดูนี่ด่วนเลย! แม่แก... แม่แกมาโผล่อยู่ที่ล็อบบี้คอนโดแล้วโว้ย!"
ร่างของรินรดาสะارتสุดแรงเกิด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าที่กำลังเคลิบเคลิ้มเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดลงในพริบตาเดียว
แม่รึ! มากะทันหันอะไรตอนนี้วะเนี่ย!
พายชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่จางหายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาประหลาดใจแกมระแวดระวัง ทว่ามือเรียวยังคงคว้าข้อมือของรินรดาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยในยามที่สถานการณ์กำลังพลิกผันไปสู่จุดวิกฤตอีกครั้ง
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมกำลังใจให้ยัยวิศวกรกับคุณนักบริหารคนสวยนะคะ ตอนหน้ามารอลุ้นกันค่ะว่าจะรอดพ้นเงื้อมมือคุณแม่ยายไปได้ยังไงนะคะ!
เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 21
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!