แฟ้มแปลนโครงสร้างอาคารนับสิบเล่มถูกกองสุมไว้จนเกือบมิดหัว รินรดาถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันเธอกםจำไม่ได้แล้ว รู้แต่เพียงว่ากลิ่นกระดาษเก่าๆ และกาแฟดำรสขมปี๋ในแก้วเซรามิก ไม่ได้ช่วยให้สมองที่รันงานมาสิบสองชั่วโมงเต็มของเธอปลอดโปร่งขึ้นเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งตอกย้ำว่าเธอกำลังพยายาม ‘หนี’ บางอย่างอย่างสุดชีวิต
หนีจากสายตาคู่คมคายคู่นั้น หนีจากสัมผัสอุ่นจัดที่ยังคงวนเวียนอยู่บนข้อมือ และหนีจากความรู้สึกประหลาดที่เริ่มกัดกินพื้นที่ความสุขุมเยือกเย็นทีละน้อย
“ถอยมากเกินไปหน่อยไหมคะ, คุณวิศวกรคนเก่ง”
เสียงทุ้มหวานที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดที่ลอยมาแตะจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะปรากฏกายเสียอีก รินรดาไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมองก็รู้ว่าเป็นใคร พาย... ผู้หญิงที่นิยามคำว่า ‘ื้อรั้น’ ได้สมบูรณ์แบบที่สุดในรัศมีสามกิโลเมตร
“ฉันทำงานค่ะคุณพาย กรุณาให้เกียรติพื้นที่ส่วนตัวของฉันด้วย” รินรดาตอบเสียงเรียบ พยายามก้มหน้าลงจดตัวเลขยุกยิกบนกระดาษคำนวณโดยไม่ยอมสบตา
“พื้นที่ส่วนตัวอะไรกันคะ ในเมื่อโต๊ะทำงานของเราห่างกันแค่ก้าวเดียว แถมคุณยังทำตัวเป็นเม่นแคระใส่ฉันมาสามวันเต็มๆ แล้วนะ” พายไม่เพียงแต่ไม่ถอยหลังกลับไป แต่เธอกลับใช้มือเรียวบางกดลงบนขอบโต๊ะทำงานของรินรดาโน้มตัวเข้ามาใกล้ จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดเข้าที่ข้างแก้มจนคนตัวเล็กกว่าต้องชะงัก
รินรดาขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนพนักเก้าอี้ ดวงตากลมโตตวัดขึ้นมองอย่างเอาเรื่อง “ฉันไม่ได้เป็นเม่น และฉันก็แค่กำลังเคลียร์งานด่วนที่คุณ... ใช่ค่ะ คุณนั่นแหละที่เป็นคนโยนโปรเจกต์นี้มาให้ฉันรับผิดชอบเพิ่มแบบไม่ทันตั้งตัว”
พายหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย้ายวนและจงใจกวนประสาทในเวลาเดียวกัน หญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเบจส่งยิ้มมุมปาก ยิ้มแบบที่ทำให้รินรดาอยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดสักทีสองทีให้หายหมั่นไส้
“ก็งานมันเร่งนี่คะ หรือว่า... จริงๆ แล้วคุณไม่ได้กลัวงานไม่ทัน แต่คุณกำลังกลัว ‘ฉัน’ ต่างหากล่ะ, ริน”
น้ำเสียงที่จงใจลดระดับลงจนกระซิบข้างใบหู ทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติของวิศวกรสาวกระตุกวูบ รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเกลียดความจริงข้อนี้ เกลียดที่พายมักจะอ่านเกมเธอทะลุปรุโปร่งเสมอ เกลียดที่อีกฝ่ายทำให้เธอสูญเสียการควบคุมตัวเองได้ง่ายๆ เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส
“อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยค่ะคุณพาย ฉันไม่มีเวลามาเล่นเกมประสาทเสียกับคุณหรอกนะ” รินรดาเชิดหน้าขึ้น พยายามดึงเกราะป้องกันความเย็นชามาสวมทับไว้อย่างรวดเร็ว มือบางยกขึ้นดันไหล่บางของอีกฝ่ายให้ออกห่าง “เชิญกลับไปฝั่งของคุณได้แล้วค่ะ งานฉันกองเป็นภูเขา”
แต่พายไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ ยิ่งรินรดาผลักไส พายก็ยิ่งดึงรั้ง... มือเรียวคว้าข้อมือเล็กของรินรดาเอาไว้ทันที แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่กุมแน่นพอที่จะทำให้ไปไหนไม่ได้ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับพยายามค้นหาคำตอบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีแข็งกระด้างนั้น
“ถ้าบอกว่าไม่ได้เล่นเกม... แล้วทำไมมือของคุณถึงได้สั่นขนาดนี้ล่ะคะ, ริน”
คำทักทายนั้นราiกับสายฟ้าที่ผ่าเปรี้ยงลงกลางใจ รินรดารีบดึงมือกลับทันทีราวกับถูกไฟลวก เธอกำหมัดแน่นซ่อนไว้ใต้โต๊ะเพื่อปกปิดความสั่นเทาที่ทรยศความตั้งใจทั้งหมด พายถอนหายใจเบาๆ แววตาที่เคยพราวระยับด้วยความสนุกเมื่อครู่ เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกล้ำจนน่ากลัว
“เราคุยกันดีๆ ไม่ได้เลยเหรอคะ ทำไมต้องสร้างกำแพงสูงลิบลิ่วขนาดนั้น ฉันแค่อยาก... เข้าใกล้คุณมากกว่าเดิมแค่นั้นเอง มันผิดมากเหรอ”
น้ำเสียงที่อ่อนลงและแฝงความตัดพ้อนิดๆ นั้น ทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกปั่นป่วนในท้องตีรวนขึ้นมาจนเธอต้องเบือนหน้าหนีไปมองนอกกระจกหน้าต่างออฟฟิศที่ตอนนี้ฝนเริ่มปรอยลงมาอีกครั้ง
มันไม่ใช่ความผิดของพายเลย... ความผิดทั้งหมดอยู่ที่ตัวเธอเองต่างหาก ที่เผลอใจปล่อยให้อีกฝ่ายก้าวข้ามเส้นกั้นระหว่าง ‘เพื่อนร่วมงาน’ เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวเกินกว่าที่ควรจะเป็น และถ้าปล่อยให้มันลึกซึ้งไปมากกว่านี้ คนที่จะเจ็บที่สุดก็คือเธอเอง
“เราเป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันนะคะคุณพาย... และฉันก็ไม่อยากเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับเรื่องงาน” รินรดาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ราบเรียบที่สุด แม้ว่าข้างในจะสั่นไหวรุนแรงแค่ไหนก็ตาม
พายมองนิ่งอยู่นาน ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดแต่ละคำของรินรดา บรรยากาศรอบตัวเริ่มอึมครึมลงเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ออก ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มบางเบาจะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากอิ่มอีกครั้ง ยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนเคย แต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่พร้อมจะชนทุกกำแพง
“งั้นเหรอคะ... ถ้าคุณคิดแบบนั้นจริงๆ งั้นเรามาลองพิสูจน์กันไหมล่ะ ว่าเส้นที่คุณขีดไว้นน... มันจะพังทลายลงมาก่อนที่งานชิ้นนี้จะเสร็จ หรือว่าฉันจะต้องเป็นฝ่ายถอยไปเอง”
พายโน้มตัวเข้ามาใกล้กว่าเดิม กระซิบประโยคสุดท้ายชิดริมฝีปากของรินรดาด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง ก่อนจะผละออกไปอย่างอ้อยอิ่ง ทิ้งให้รินรดานั่งหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ลำพังหน้ากองเอกสาร
รินรดายกมือขึ้นสัมผัสแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวราวกับมีไข้ เธอกำลังจะพ่ายแพ้... เธอรู้ตัวดี
“ก๊อกๆ! รินจ๋า อยู่ไหมเอ่ย... ตายแล้ว บรรยากาศมาคุอะไรเนี่ย ฉันขัดจังหวะอะไรพวกเธอหรือเปล่า?”
เสียงใสๆ พร้อมกับการผลักประตูห้องทำงานเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทของ ‘คิน’ เพื่อนสนิทตัวดี ทำเอารินรดาสดุ้งโหยงรีบดีดตัวออกจากเก้าอี้ทันที ส่วนพายก็แค่ยืนกอดอกพิงผนังด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่สายตาที่คินส่งสลับไปมาระหว่างเธอกับพายนั้น... เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามตัวโตๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะขุดคุ้ยความลับสุดยอด
“คิน! มาทำไมไม่เคาะห้องก่อนฮะ!” รินรดาแหวใส่เพื่อนสนิทเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ
คินเลิกคิ้วสูง เดินน่องเข้ามากอดอกมองหน้าเธอด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม “ฉันก็แค่จะเอาเอกสารมาให้... แต่ดูจากทรงแล้ว ฉันว่าฉันมา ‘ขัดเวลาสำคัญ’ ของพวกเธอเข้าเต็มๆ ใช่ไหมล่ะเนี่ย หืม?”
พายหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี ผิดกับรินรดาที่อยากจะเอาหัวโขกโต๊ะทำงานให้มันจบๆ ไปเสียตอนนี้เลย
“เปล่าสักหน่อย!” รินรดาปฏิเสธเสียงสูง หน้าแดงก่ำ
“เหรอจ๊ะ... งั้นที่หน้าแดงๆ หูแดงๆ นี่คือแพ้อากาศเหรอแม่วิศวกรคนเก่ง?” คินหรี่ตามองอย่างรู้ทัน ก่อนจะหันไปยิ้มหวานให้พาย “ว่าแต่คุณพายขา... เมื่อกี้คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ ดูท่าทางเคร่งเครียดกันจังเลยน้า”
พายปรายตามองรินรดาก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มละมุน “เปล่าหรอกค่ะ... เราแค่กำลังคุยเรื่อง ‘วิธีพังกำแพง’ กันอยู่”
“ฮะ? พังกำแพงอะไรนะ?” คินทำหน้าสงสัย แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้ตอบอะไร เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินรดาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
หน้าจอแสดงชื่อสายเรียกเข้า... ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของทั้งสามคนแข็งค้างในทันที
รินรดาก้มลงมองเบอร์แปลกที่โชว์อยู่บนหน้าจอ หัวใจที่เต้นรัวอยู่แล้วจากเหตุการณ์เมื่อครู่ กลับหล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อจำเสียงปลายสายที่เพิ่งส่งข้อความเข้ามาพร้อมกับรูปถ่ายปริศนาบนหน้าจอ... รูปถ่ายของสถานที่แห่งหนึ่งที่เธอกำลังควบคุมการก่อสร้าง และคำขู่สั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายเย็นเฉียบ
*“ถ้าไม่อยากให้ตึกถล่มลงมาก่อนส่งมอบ... ก็เตรียมตัวรับผลที่จะตามมา, คุณวิศวกร”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปกับรินรดาและพายนะคะ
เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 12
เส้นกั้นระหว่างงานกับใจ
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!