“ถอยออกไปหน่อยค่ะคุณพาย ตรงนี้มัน... แคบไป”
รินรดากระซิบพลางเบี่ยงตัวหนี แรงกดดันจากร่างสูงที่ต้อนเธอเข้ามุมระเบียงท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองปิดโปรเจกต์ไม่ได้มาจากขนาดของพื้นที่ แต่มันมาจาก ‘สายตา’ ที่ร้อนแรงเหมือนจะแผดเผาคนตรงหน้าให้ละลายไปกับชุดราตรีผ้าซาตินที่เธอสวมใส่อยู่
พายไม่ได้ถอยหนี ซ้ำยังขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกรั้นแทบจะแตะกับแก้มใสของวิศวกรสาว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงประจำตัวของพายตีวนอยู่ปลายจมูกรินรดา มันไม่ใช่กลิ่นหวานเลี่ยน แต่เป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกว่า ‘เจ้าของกำลังล่าเหยื่อ’
“แคบตรงไหนคะริน? ฉันว่ามันกว้างพอจะทำอะไรได้อีกเยอะเลยนะ” พายเอ่ยเสียงพร่า มือเรียวสวยเอื้อมไปจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยของรินรดาอย่างถือวิสาสะ
รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจในอกเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกร่าง เธอพยายามจะก้าวถอย แต่แผ่นหลังกลับปะทะเข้ากับราวระเบียงเหล็กดัดเย็นเฉียบ “คุณพาย... เราอยู่ในงานนะคะ คนมองอยู่”
“มองก็ให้มองไปสิคะ” พายยักไหล่ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของรินรดา “หรือว่ารินกลัว... กลัวว่าถ้าคนอื่นเห็นว่าคุณกำลังหวั่นไหวกับฉัน แล้วความลับที่ว่า ‘วิศวกรสาวผู้เย็นชา’ จะพ่ายแพ้ให้กับ ‘นักบริหารขี้อ้อน’ มันจะถูกเปิดเผย?”
คำพูดนั้นจี้จุดรินรดาจนเธอต้องเชิดหน้าขึ้นโต้ “อย่าสำคัญตัวผิดค่ะ ฉันแค่ไม่ชอบอะไรที่มันวุ่นวาย”
“เหรอคะ?” พายหัวเราะในลำคอ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมใบหู “ถ้าไม่ชอบ แล้วทำไมมือคุณถึงสั่นล่ะรินรดา...”
สัมผัสอุ่นร้อนที่ข้างหูทำเอาคนฟังขนลุกซู่ รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เธอกับพายอยู่ในสถานะที่ ‘เกินเลย’ กว่าเพื่อนร่วมงานมาพักใหญ่แล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พายรุกหนักจนเธอแทบตั้งรับไม่ทัน
ในจังหวะนั้นเอง คินที่เดินถือแก้วไวน์เข้ามาใกล้ระเบียงก็ชะงักฝีเท้าลง เขาเห็นแผ่นหลังของพายที่กางกั้นรินรดาจากสายตาคนในงานเอาไว้ คินทำเพียงยิ้มมุมปากแล้วหมุนตัวกลับเดินเลี่ยงไปอีกทางอย่างรู้หน้าที่
“ริน...” พายเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงจนน่าใจหาย ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความปรารถนาที่ปิดไม่มิด “เราอยู่ในที่แบบนี้มานานเกินไปแล้ว... ไปที่ที่ไม่มีใครรู้จักเราไหมคะ คืนนี้ฉันไม่อยากเป็นนักบริหาร และคุณก็ไม่ต้องเป็นวิศวกร”
รินรดานิ่งค้าง สายตาของพายในตอนนี้ไม่ได้มีความเจ้าเล่ห์หลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความจริงจังที่บีบคั้นหัวใจ จนรินรดาเผลอพยักหน้าตอบรับไปโดยไม่รู้ตัว
“ได้ค่ะ... แต่ต้องหลังจากที่ฉันจัดการเรื่องเอกสารหน้างานให้จบ...”
“ไม่เอาค่ะ” พายขัดขึ้นทันควัน แววตาเปลี่ยนกลับมาเป็นความเอาแต่ใจดังเดิม “ตอนนี้... เดี๋ยวนี้ ถ้าคุณก้าวตามฉันไป นั่นคือคำตอบว่าคุณพร้อมจะเปลี่ยนสถานะของเราจริงๆ”
รินรดาลอบกลืนน้ำลาย เธอรู้ดีว่านี่คือเส้นขนานที่กำลังจะบรรจบกัน เธอเป็นคนเจ้าระเบียบ เป็นคนรักษากฎ แต่กับผู้หญิงตรงหน้า ทุกกฎเกณฑ์ในหัวเหมือนจะพังทลายลงเพียงแค่ถูกสัมผัส
ทว่า ก่อนที่รินรดาจะได้เอ่ยปากตกลง หรือก่อนที่พายจะได้พาเธอออกไปจากพื้นที่นี้ เสียงประตูระเบียงทางเข้าด้านในก็เปิดออกกะทันหัน
“คุณพายคะ! เกิดเรื่องแล้วค่ะ โปรเจกต์ที่ไซต์งานโดนระงับกะทันหัน มีคนแอบเอาข้อมูลไปปล่อย!”
เสียงของเลขาฯ ประจำตัวพายดังขึ้นทำลายบรรยากาศจนสิ้นซาก พายชะงักค้างทันที ใบหน้าที่เคยอ่อนโยนกลับมาถมึงทึงด้วยความโกรธจัด ขณะที่รินรดาเบิกตากว้างเมื่อได้ยินชื่อโปรเจกต์ที่เธอเพิ่งเซ็นชื่อรับรองไป
พายหันมาสบตารินรดาอีกครั้ง ความเสียดายฉายชัดในแววตา แต่ก่อนที่เธอจะเอ่ยอะไรขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายคนก็ดังไล่หลังเลขาฯ เข้ามา พร้อมกับร่างของชายชุดดำที่เดินตรงมาทางพวกเธอด้วยสีหน้าคุกคาม
“คุณพายครับ/คะ... ขอเชิญไปให้ปากคำกับทางเราด้วยครับ/ค่ะ เพราะคุณคือผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีนี้”
รินรดาช็อกไปชั่วขณะ เธอหันมองพายที่ยืนนิ่งสนิท มือที่เคยจับชายเสื้อเธอค่อยๆ ปล่อยลง ทว่าในจังหวะที่มือของพายร่วงลงจากเสื้อของเธอ พายกลับกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนรินรดาใจหล่นวูบ
“ริน... อย่าเพิ่งเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น เพราะคนที่จะพาเราพังพินาศไปด้วยกัน ไม่ใช่ฉัน... แต่เป็นคนที่ยืนอยู่หลังคุณนั่นแหละ”
รินรดารีบหันกลับไปด้านหลังทันที ทว่าสิ่งที่เห็นกลับทำให้เธอต้องหยุดหายใจ...
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวใจเต้นแรงไปกับรินรดาและพายนะคะ
เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 13
ก้าวแรกที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!