เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 2

สมการที่ไม่ลงตัว

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงปึกของแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำที่ถูกกระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมใหญ่ ดังสะท้อนก้องจนคินที่กำลังก้มหน้าตรวจแบบแปลนโครงสร้างสะดุ้งสุดตัว รินรดาไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนสนิทที่นั่งอ้าปากค้างอยู่ข้าง ๆ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่สวยฉายแววคุกรุ่นราวกับมีเปลวไฟสีฟ้ากำลังลุกโชนอยู่ข้างใน สันจมูกโด่งรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามแรงอารมณ์ที่พุ่งทะยานจนฉุดไม่อยู่ "คุณพายคะ... ช่วยอธิบายไอเดีย 'ลดต้นทุนโครงสร้างเหล็กคานชั้นสิบห้า' ในโปรเจกต์นี้ให้ฉันฟังใหม่อีกรอบสิคะ เอาแบบที่วิศวกรโยธาหัวโบราณอย่างฉันจะ 'เก็ต' และไม่เอาชีวิตรอดไปพร้อมกับตึกถล่มน่ะค่ะ" น้ำเสียงของรินรดาไม่ได้ดังตะคอก แต่มันเย็นเยียบและเฉียบคมราายใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ คำพูดทุกคำถูกเน้นย้ำทีละพยางค์ด้วยความอัดอั้นตันใจจากประโยคทิ้งท้ายกวนประสาทเมื่อคืนที่ยังคงติดค้างอยู่ในโสตประสาทไม่หาย รินรดาไม่ได้นอนทั้งคืน... ไม่ใช่เพราะเครียดเรื่องแบบแปลน แต่เป็นเพราะสมองเจ้ากรรมเอาแต่ฉายภาพรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กับน้ำเสียงกระซิบพร่าของคนที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ฝั่งตรงข้าม พายในชุดสูทสีเบจเข้ารูปก้าวเข้ามาด้วยท่าทางนวยนาดราวกับนางพญาที่กำลังเดินตรวจอาณาจักร ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความขบขัน รอยยิ้มมุมปากไม่ได้ลดความเย้ายวนลงเลยแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นรินรดาหัวฟัดหัวเหวี่ยงจนไรผมชื้นเหงื่อ พายก็ยิ่งนึกสนุก "โธ่... รินคะ จะซีเรียสอะไรกันแต่เช้าล่ะคะ" พายทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างไม่สะทกสะทะ เธอยื่นมือเรียวเรียบไปแตะมุมแฟ้มเอกสารที่รินรดาเพิ่งกระแทกใส่โต๊ะ "ตัวเลขที่ฉันเสนอไป มันผ่านการคำนวณจากทีมการตลาดและที่ปรึกษาการเงินระดับประเทศมาแล้วนะคะคุณวิศวกร พวกเขาบอกว่ามันเซฟงบไปได้ตั้งสิบล้าน..." "สิบล้านที่แลกกับความปลอดภัยของคนนับพันเนี่ยนะคะ!" รินรดาดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือบางทั้งสองข้างทาบลงบนขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาอีกฝ่ายจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนพายชะงักไปชั่ววินาที "คุณพายมองเห็นชีวิตคนเป็นตัวเลขบนกระดาษรึไงคะ? ถ้าคานตัวนี้รับน้ำหนักไม่ไหวตามที่คุณต้องการ ตึกทั้งหลังจะพับฐานลงมา! ถึงตอนนั้นต่อให้มีเงินสิบล้านหรือร้อยล้าน ก็ซื้อชีวิตคนที่ตายใต้ซากปรักหักพังกลับมาไม่ได้หรอกนะคะ!" คินลอบกลืนน้ำลายเอื้อมมือไปหยิบกาแฟขึ้นมาจิบเพื่อกลบเกลื่อนบรรยากาศมาคุที่หนาแน่นจนแทบจะใช้มีดตัดได้ สายตาของเพื่อนสนิทสลับมองหน้าหญิงสาวทั้งสองคนด้วยความรู้สึกระทึกใจ ระหว่างวิศวกรสาวสายดิ่งผู้ยึดมั่นในความถูกต้องราวกับไม้บรรทัดเหล็ก กับนักบริหารสาวสายซãตที่พร้อมจะพลิกแพลงทุกกฎเกณฑ์เพื่อผลกำไรสูงสุด เคมีที่ปะทะกันตรงหน้ามันร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเตาหลอมเหล็กกล้า พายไม่ได้ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นสู้สายตาที่ดุดันคู่นั้น รอยยิ้มยั่วเย้าเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่วาวโรจน์ขึ้นมาบ้าง ความดื้อรั้นและอีโก้ที่สูงลิ่วของรินรดานี่แหละที่ทำให้พายรู้สึกว่าเกมนี้มันน่าสนุก... และน่าเอาชนะ "คุณรินรดาคะ..." พายลุกขึ้นยืนช้า ๆ ขยับตัวเข้ามาประชิดจนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูเจือจางปะปนกับกลิ่นกายสะอาดๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนรินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "คุณคิดว่าฉันไม่รักชีวิตคนเหรอคะ? ฉันเป็นคนเซ็นอนุมัติงบ... ถ้าตึกถล่ม คนแรกที่จะติดคุกหัวโตไม่ใช่คุณหรอกค่ะ แต่เป็นฉัน! ฉันไม่เอาอนาคตตัวเองมาเสี่ยงกับเรื่องโง่ ๆ แน่นอน" "ถ้าคุณรู้ว่ามันเสี่ยง แล้วทำไมยังดันทุรังจะลดเกรดเหล็กคะ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน เสียงหวานเริ่มสั่นพร่าด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปจนทำให้สติสัมปชัญญะเริ่มกระเจิดกระเจิง) "คุณมัน... เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่ตั้ง! ไม่เคยฟังเหตุผลใคร!" "แล้วใครบอกว่าฉันไม่ฟังคะ?" พายเอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตแพรวพราวระยิบระยับขณะจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาคู่สวยที่ฉายแววสับสน "ฉันก็กำลังฟังคุณอยู่นี่ไงคะ... ฟังเสียงดุ ๆ ของคุณ ฟังความห่วงใยที่คุณพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเกรี้ยวกราด..." "ฉันไม่ได้ห่วงคุณ!" รินรดาเสียงสูงใส่ทันที ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอายที่ถูกอ่านทางออกอย่างทะลุปรุโปร่ง "ฉันห่วงความปลอดภัยของโปรเจกต์ต่างหาก อย่าสำคัญตัวผิดนะคะคุณพาย!" "ค่ะ... ไม่ได้ห่วงฉันก็ได้ค่ะ" พายอมยิ้มกริ่ม ขยับเข้าไปกระซิบชิดริมใบหูของคนปากแข็งจนรินรดาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "แต่เมื่อคืน... ตอนที่เรา 'คุยงาน' กันบนรถ คุณไม่ได้พูดจาแข็งกระด้างแบบนี้นี่คะรินรดา หรือว่าคุณลืมไปแล้วว่าเราตกลงอะไรกันไว้บ้าง..." ใบหน้าของรินรเจื่อนลงชั่วขณะ ความทรงจำเรื่องสัมผัสอุ่น ๆ และสายตาหวานเชื่อมเมื่อคืนย้อนกลับมาทุบตีหัวใจจนเต้นรำไม่เป็นส่ำ เธอกำมือแน่น พยายามจะถอยหลังหนีเพื่อตั้งหลัก แต่ทว่า... *แอ๊ด...* เสียงเปิดประตูห้องประชุมดังขึ้นขัดจังหวะความตึงเครียดที่กำลังเปลี่ยนเป็นความหวานอมเปรี้ยว รินรดาและพายผละออกจากกันแทบจะไม่ทัน คินที่ทำหน้าที่เป็นกาวใจจำเป็นรีบหันไปมองผู้มาใหม่ ร่างสูงโปรดของ 'ภาคิน' หัวหน้าฝ่ายสถาปนิกก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มแบบร่างในมือ สีหน้าของเขาดูเคร่งเครียดไม่แพ้กัน "ริน พาย... ฉันเพิ่งได้รายงานเรื่องดินทรุดตัวแปลง C มา สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีนัก..." รินรดาหน้าถอดสีทันที เธอลืมเรื่องการถกเถียงเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น สัญชาตญาณวิศวกรตื่นตัวขึ้นมาทันที พายเองก็หุบยิ้ม เปลี่ยนกลับมาเป็นนักบริหารสาวผู้เฉียบคมในพริบตาเดียว "เกิดอะไรขึ้นคะพี่ภาคิน?" รินรดาเอ่ยถามเสียงเครียด "ดินใต้ฐานรากแปลง C กำลังไหล..." ภาคินวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลธรณีวิทยาปรากฏต่อหน้าต่อตา "และถ้าเราไม่รีบตัดสินใจเสริมเสาเข็มด่วนที่สุดภายในวันนี้... โครงสร้างทั้งหมดที่พวกเธอสองคนกำลังเถียงกันเรื่องงบเมื่อกี้ จะพังครืนลงมาเป็นโดินอมิโนก่อนที่จะได้ตอกเสาเข็มต้นสุดท้ายเสียอีก!" รินรดานิ่งงัดไปทันที สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง ความขัดแย้งเรื่องงบประมาณเมื่อครู่ถูกพับเก็บใส่ลิ้นชักชั่วคราว เพราะตอนนี้... ปัญหาตรงหน้าไม่ใช่แค่เรื่องกำไรหรือความปลอดภัยในอนาคต แต่มันคือวิกฤตที่อาจทำลายล้างทุกอย่างให้พินาศภายในข้ามคืนนี้ พายหันมาสบตารินรดาอีกครั้ง แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป เหลือเพียงความเด็ดเดี่ยวและจริงจัง "ดูท่าทาง... คืนนี้เราคงต้อง 'คุยงาน' กันยาวจนเช้าจริง ๆ แล้วล่ะค่ะ คุณวิศวกรสายดิ่ง" [โปรดติดตามตอนต่อไป... วันพรุ่งนี้เวลาเดิมนะคะ รี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกคน!] ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความคลั่งรักแบบพริกสิบเม็ดนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%