เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง•ตอนที่ 1

ไซต์งานนรกกับยัยตัวป่วน

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงเหล็กเส้นข้ออ้อยขนาด 25 มิลลิเมตรที่กระแทกเข้ากับพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ดังสะท้อนก้องกังวานจนแก้วหูแทบแตก แต่เสียงนั้นยังน่ารำคาญน้อยกว่าเสียงประกาศผ่านโทรโข่งพลาสติกสีส้มราคาถูก ที่กำลังแผดเสียงสั่งงานลูกน้องเสียงดังลั่นไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้นกลางใจเมือง รินรดากำลังยืนกอดอกอยู่บนชั้นที่สิบสอง โครงสร้างเปลือยเปล่าไร้ซึ่งฝ้าเพดานและกระจก ปล่อยให้ลมร้อนจัดของเดือนเมษายนพัดตีปะทะร่างจนเส้นผมสีดำสนิทที่มัดรวบไว้เป็นหางม้าสะบัดไหว หมวกนิรภัยสีขาวบนศีรษะถูกดึงต่ำลงเพื่อบังแสงแดดที่สาดส่องทะลุผ่านช่องเปิดโล่งเข้ามา ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบกำลังจดจ้องตัวเลขในแบบแปลนวิศวกรรมสลับกับรอยร้าวขนาดเล็กที่พาดผ่านเสาต้นหลัก คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม “บอกให้หยุดเทปูนตรงโซน B ไงคะ! คอนกรีตมันเริ่มเซ็ตตัวตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ถ้ายังดันทุรังเททับลงไปโครงสร้างตรงนี้พังแน่ พวกคุณหูหนวกหรือไงถึงไม่ฟังที่วิศวกรอย่างฉันพูด!” น้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่ได้ตวาดลั่น แต่มันเต็มไปด้วยพลังความกดดันและความเยือกเย็นที่เฉียบคมจนผู้รับเหมาช่วงวัยกลางคนถึงกับหน้าซีดเผือด รีบยกมือปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วหันไปตะโกนสั่งคนงานให้ปิดวาล์วท่อปูนกันอลหม่าน รินรดาถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเหนื่อยหน่าย เธอเป็นวิศวกรโยธาที่รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ และกฎเหล็กของเธอมีเพียงข้อเดียว—ความปลอดภัยต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ความผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียวคือเรื่องคอขาดบาดตาย แต่ดูเหมือนว่าคนพวกนี้จะไม่ค่อยเข้าใจคำว่า ‘มาตรฐาน’ เอาเสียเลย “โอ้โห… ดุเป็นหมาป่าเลยนะคะเนี่ย นึกว่ามายืนคุมงานก่อสร้างหรือมาคุมนักโทษประหารกันแน่คะเนยะ” เสียงหวานใสปนหัวเราะคิกคักดังขึ้นจากด้านหลัง น้ำเสียงนั้นกวนประสาทและไม่ได้เกรงกลัวบรรยากาศตึงเครียดรอบตัวเลยแม้แต่น้อย รินรดาชะงัก ชะתากรสมาธิทั้งหมดแล้วหันขวับไปมอง ต้นเสียงคือผู้หญิงร่างโปร่งในชุดสูทผ้าลินินสีเบจเข้ารูปที่ตัดกับสภาพแวดล้อมฝุ่นตลบอบอวล รองเท้าส้นสูงปักหมุดสีทองเลอะฝุ่นปูนขาวเล็กน้อย แต่เจ้าตัวกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ใบหน้าเรียวรูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กกำลังสนุกสนานกับของเล่นชิ้นใหม่ เส้นผมสีน้ำตาลคาราเมลลอนยาวสลวยถูกปล่อยเคลียไหล่ ตัดกับหมวกนิรภัยสีชมพูอ่อนที่สวมไว้บนหัวอย่างไม่ค่อยเรียบร้อยนัก พาย… นักบริหารโครงการคนใหม่ที่เพิ่งบินตรงมาจากสำนักงานใหญ่ และขึ้นชื่อเรื่องการ ‘บริหารยอดขายและงบประมาณ’ บนคราบน้ำตาของวิศวกรมานักต่อนัก “คุณเป็นใคร และขึ้นมาบนพื้นที่อันตรายนี่ได้ยังไงโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกันที่ถูกต้อง?” รินรดายิงคำถามใส่ทันที น้ำเสียงเยียบเย็นและเป็นทางการจนน่ากลัว ก้าวเท้าเข้าไปประชิดร่างบางที่สูงน้อยกว่าเธออยู่เล็กน้อย “นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะคะคุณผู้หญิง ถ้าสะดุดเศษเหล็กแล้วหัวฟาดพื้นตรงนั้น ฉันไม่มีงบมาทำศัลยกรรมคืนให้คุณหรอกนะ” พายไม่ได้ถอยหนี เธอกลับก้าวเข้าไปประชิดมากกว่าเดิมจนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไม้จางๆ เจือจางกลิ่นฝุ่นปูน ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองวิศวกรสาวตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัวริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีพีชยกยิ้มมุมปากนิดๆ “อ้าว… นี่ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่คะเนี่ย สถาปนิกและผู้บริหารโครงการคนใหม่ที่บริษัทส่งมาช่วยกู้ชีพโปรเจกต์นี้ไงคะ หรือว่าคุณรินรดาคนเก่ง จะมัวแต่ตรวจเสาจนลืมอ่านอีเมลแต่งตั้งที่ฉันส่งไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะคะ” พายจงใจลากเสียงยาวที่คำว่า *‘รินรดาคนเก่ง’* น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่ที่ทำให้คนฟังอยากจะยกมือขึ้นมาขยี้หัวอีกฝ่ายให้หายหมั่นไส้ รินรดากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นแนวคมชัด เธอจำได้แม่น อีเมลจากบอร์ดบริหารแจ้งว่าจะมี ‘ตัวปัญหา’ ย้ายมาคุมงานด้านการตลาดและการเงิน แต่ไม่คิดว่าจะมาไวแถมยังกวนประสาทได้เบอร์นี้ “ฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของกับคุณหรอกนะคะคุณพาย โปรเจกต์นี้กำลังจะพังเพราะงบที่คุณอนุมัติให้ตัดลดสเปกเหล็กเสริมคาน ถ้าไม่อยากให้ตึกนี้ถล่มลงมาทับหัวคุณตายคาที่ กรุณากลับห้องแอร์เย็นๆ ของคุณไปซะ” รินรดาเอ่ยเสียงเฉียบขาด พร้อมกับหมุนตัวเตรียมเดินหนีเพื่อไปตรวจหน้างานต่อ แต่ทว่า… เรียวแขนเนียนกลับถูกมือเรียวบางของพายคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกแรงพอสมควร “เดี๋ยupสิคะ ใจร้อนจังเลยวิศวกรคนสวย” พายก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ รอยยิ้มบนใบหน้าเปลี่ยนเป็นความเจ้าเล่ห์ที่ฉายชัดในแววตา “ที่ฉันยอมลดสเปกเหล็ก ก็เพื่อเอาเงินส่วนต่างมาโปะค่าการตลาดให้โปรเจกต์เราปิดการขายได้ทันไตรมาสนี้ต่างหากล่ะคะ ไม่อย่างนั้น… ต่อให้คุณสร้างตึกแข็งแรงทนทานระดับแผ่นดินไหว 9 ริกเตอร์แค่ไหน แต่ถ้าไม่มีใครซื้อห้อง คุณก็ตกงานอยู่ดี จริงไหมล่ะคะ?” คำพูดนั้นจี้ใจดำและมีความจริงปนอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่วิศวกรเจ้าระเบียบลดหย่อนเรื่องความปลอดภัยไม่ได้เด็ดขาด รินรดาสบตากับอีกฝ่ายอย่างดุดัน ไอร้อนจากอารมณ์กรุ่นโกรธปะทะเข้ากับความเยnยชาในแววตาของพายจนเกิดเป็นประกายไฟย่อมๆ ระหว่างคนทั้งคู่ “ปล่อยค่ะ” รินรดาเอ่ยเสียงต่ำ มือข้างหนึ่งพยายามแกะมือของพายออก แต่คนตัวเล็กกลับยิ่งกำแน่นขึ้นแถมยังขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบชิด “ไม่ปล่อยค่ะ จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง—อุ๊ย!” พายอุทานออกมาเบาๆ เมื่อสะดุดเข้ากับเศษลวดผูกเหล็กที่กองอยู่บนพื้น ร่างเพรียวเซถลาไปข้างหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว รินรดาด้วยสัญชาตญาณดิบของวิศวกรสนามจึงต้องคว้าเอวบางเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้มกระแทกพื้นปูน แรงเหวี่ยงทำให้ร่างทั้งสองร่างล้มลงไปพิงกับเสาคอนกรีตเปลือย รินรดาใช้แขนข้างหนึ่งยันพื้นไว้เพื่อรับน้ำหนัก ส่วนมืออีกข้างยังคงโอบเอวคอดของพายไว้แน่น ขณะที่พายตื่นตระหนกจนต้องเอามือทั้งสองข้างยันแผงอกของวิศวกรสาวไว้เพื่อพยุงตัว ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม กลิ่นน้ำหอมหวานละมุนตีเข้าจมูกรินรดาจนเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตของพายเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มพราวระยับที่เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าเดิม “แหม… วิธีต้อนรับสมาชิกใหม่ของที่นี่เร่าร้อนกว่าที่คิดนะคะเนี่ย” พายกระซิบเบาๆ ริมฝีปากอยู่ห่างจากมุมปากของรินรดาไม่ถึงเซนติเมตร “ชอบกอดแน่นแบบนี้… แปลว่าเริ่มถูกใจฉันแล้วใช่ไหมล่ะคะ คุณวิศวกรสายดิ่ง?” รินรดานิ่งค้าง หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะตกใจที่เกือบห้ม แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดและสายตากรุ้มกริ่มที่กำลังจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอต่างหาก ก่อนที่รินรดาจะทันได้อ้าปากตอกกลับอะไรออกไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเรียกของคินเพื่อนสนิทก็ดังขึ้นจากบันไดหนีไฟ “ริน! ทางโยธาติดปัญหาใหญ่อีกแล้ว—เฮ้ย!” คินชะงักกึก อ้าปากค้างจนแทบจะอมไข่ไก่ได้ทั้งใบ เมื่อเห็นภาพวิศวกรสาวมาดขรึมเจ้าระเบียบ กำลังคร่อมทับและกอดรัดอยู่กับผู้บริหารสาวคนใหม่กลางกองฝุ่นปูน รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอ รีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความรวดเร็ว จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเย็นชาดังเดิม แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างจะแดงก่ำจนปิดไม่มิดก็ตาม พายลุกขึ้นปัดฝุ่นตามกระโปรงอย่างใจเย็น เธอปรายตามองคินแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้รินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างเสา “เอาไว้เราค่อยมา ‘คุยงาน’ กันต่อคืนนี้นะคะ รินรดา…” พายกระซิบเสียงหวานทิ้งท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินนวยนาดผ่านหน้าคินลงไปข้างล่างอย่างอารมณ์ดี ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดประตูห้องหัวใจดวงนี้ไปพร้อมกับกลิ่นลิลลี่สีขาวนะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนสุดอันตรายของยัยวิศวกรสายดิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%