แสงไฟแฟลชจากสื่อมวลชนหลายสำนักระเบิดแสงวับวาวราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ถูกดาวตกถล่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงชัตเตอร์ดังระรัวไม่ขาดสายราวกับห่าฝนที่ตกลงมาอย่างไร้ความปรานี ทว่าศูนย์กลางของพายุแห่งความสนใจในค่ำคืนนี้ กลับไม่ใช่คู่รักมหาเศรษฐีที่ใครๆ ต่างพากันคาดการณ์อย่างนفินดาและคุณชายตระกูลดัง แต่เป็นร่างระหงของหญิงสาวที่เพิ่งก้าวลงจากรถยนต์หรูยี่ห้อดังระดับโลก
ลินินกวาดสายตาคมกริบมองบรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงสุดอลังการของโรงแรมหรูใจกลางเมือง รอยยิ้มมุมปากของฉันปรากฏขึ้นอย่างเยือกเย็นและทรงพลัง ทันทีที่ข้อความปริศนาจากระบบอัจฉริยะเด้งเตือนขึ้นมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว พร้อมพิกัดลับที่ระบุว่า ‘พวกมันกำลังวางแผนเหยียบย่ำคุณให้จมดินในงานกาลาคืนนี้’ ฉันก็ตัดสินใจเปลี่ยนแผนจากการนอนนับกำไรหุ้นหมื่นล้าน มาเป็นการเดินเข้าสู่ถ้ำเสือด้วยตัวเองแบบสตรีผู้เหนือกว่า
ชุดราตรีผ้าไหมสีดำสนิทปักคริสตัลระยิบระยับเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ไม่ใช่ความเซ็กซี่เย้ายวน หากแต่เป็นออร่าแห่งความเย่อหยิ่งและทรงอำนาจที่แผ่ออกมาจากทุกย่างก้าวที่ฉันเดินผ่าน เครื่องประดับเพชรแท้ชุดใหญ่บนลำคอระหงระยิบระยับสะท้อนแสงไฟจนแทบแสบตา นั่นคือของขวัญชิ้นโตที่ได้จากการเก็งกำไรในตลาดอนุพันธ์เมื่อสัปดาห์ก่อน เงินสดที่พวกมันไม่มีวันหามาได้ชั่วชีวิต
“นั่น… นั่นมันลินินไม่ใช่เหอะ? ผู้หญิงที่เพิ่งถูกปลดออกจากกองมรดกไม่ใช่หรือไง ทำไมถึงกล้าโผล่มาที่นี่ได้ แถมยังใส่ชุดคอลเลกชันพิเศษจากมิลานที่แม้แต่นลินดาकिยังจองไม่ทันอีก!”
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นจากกลุ่มไฮโซสาวที่ยืนถือแก้วแชมเปญอยู่ริมเสา พวกเธอมองฉันด้วยสายตาริษยาเจือความตกตะลึง ปากที่เคยอ้าค้างพยายามกลืนคำนินทาลดลงทันทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีนิลที่จ้องมองกลับมาอย่างเรียบเฉยแต่น่าเกรงขาม
ฉันไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาพวกนั้น ปลายส้นสูงสีดำสนิทก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคง ทว่าสายตากลับกวาดมองหาเป้าหมายหลักในค่ำคืนนี้—นลินดา หญิงสาวผู้ใช้คราบน้ำตาและรอยยิ้มแสนหวานหลอกลวงผู้คนมานับไม่ถ้วน ยืนโอบกอดแขนอยู่กับชายหนุ่มผู้เคยเป็นคู่หมั้นของฉัน ภาพนั้นตั้งใจจัดฉากขึ้นเพื่อตอกย้ำความน่าสมเพชของลินินคนเก่า แต่พวกมันคงลืมไปว่า... ลินินคนเดิมได้ตายไปจากโลกนี้ตั้งแต่คืนที่ถูกพวกมันหักหลังแล้ว
“อ้าว ลินิน… เธอ กล้ามาที่นี่ด้วยเหรอจ๊ะ?” เสียงหวานหยดย้อยที่ดัดจนน่าสะอิดสะเอียนดังขึ้น นลินดาผละออกจากแขนของคู่หมั้นเก่าด้วยท่าทางตกใจราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ ดวงตากลมโตคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเสแสร้งทันที “ฉันนึกว่าเธอจะเสียใจจนไม่กล้าสู้หน้าใครเสียอีกนะ… ชุดนี้ สวยจังเลยจ่ะ ไปยืมใครมาใส่หรือเปล่า หรือว่า…”
คำพูดกำกวมที่จงใจให้คนอื่นเข้าใจว่าฉันไปเกาะผู้ชายกินหรือหยิบยืมของคนอื่นมาสวมใส่ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากรอบข้างได้ทันที บรรดาแขกเหรื่อเริ่มซุบซิบกันอีกครั้งด้วยความสนุกสนานบนความพินาศของผู้อื่น
ฉันหยุดยืนตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างเราไม่ถึงก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูก แต่กลับกลบความเน่าเฟะภายในจิตใจของเธอไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ฉันยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ช้าๆ และสง่างาม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มั่นCใจ “ยืมเหรอคะ? นลินดา ตาเธอนี่แย่ลงทุกวันนะ หรือสมองส่วนที่ใช้ประมวลผลมันเสื่อมตามอายุไปแล้ว ถึงดูไม่ออกว่าเพชรแท้เม็ดนี้กับชุดมูลค่าแปดหลักนี่… ฉันใช้เงินสดซื้อขาดด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง”
รอยยิ้มบนใบหน้าของนลินดาแข็งค้างทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจและไม่เชื่อหู “เธอ… เธอเอาเงินมาจากไหนตั้งมากมายขนาดนั้น แค่ค่าใช้จ่ายส่วนตัวเธอยังต้องขอคนอื่นเลยไม่ใช่เหรอ!”
“นั่นมันอดีตค่ะ นลินดา คนเราถ้ามัวแต่มองยิ่งอดีต ก็คงโง่งดงามไปวันๆ แบบเธอนี่แหละนะ” ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ ก่อนจะปรายตามองชายหนุ่มข้างกายเธอที่ยืนหน้าซีดเผือดด้วยความอับอาย
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงก้าวฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก็ดังแทรกขึ้นจากทางเข้าหลักของห้องจัดเลี้ยง เสียงพูดคุยรอบตัวเงียบลงฉับพลันราวกับมีใครกดปุ่มปิดเสียง ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษเข้ารูป รัศมีความเยือกเย็นและทรงอำนาจแผ่ซ่านออกมาจนทุกคนต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
คิรากร... คู่ชีวิตผู้ยืนหยัดเคียงข้างฉันมาตั้งแต่ในวันที่เราไม่มีแม้แต่บาทเดียว ก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างร่างของฉันอย่างสง่างาม มือหนายื่นมาโอบเอวคอดของฉันไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคงและประกาศความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจนต่อหน้าทุกคนในที่นี้
“ภรรยาผมพูดถูกทุกประการครับ” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัน “และถ้าใครยังสงสัยเรื่องความสามารถทางการเงินของเธอละก็… ผมยินดีให้พวกคุณตรวจสอบพอร์ตการลงทุนรวมสี่หมื่นล้านบาทในบัญชีของเธอได้ทุกเมื่อ”
เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง นลินดาหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดจนแทบจะเป็นลมล้มพับลงไปกองกับพื้น ส่วนฉันเพียงแค่ซบใบหน้าลงกับไหล่กว้างของคิรากรเล็กน้อย พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้อดีตคู่หมั้นและนางเอกโลกสวยที่ตอนนี้ได้แต่ยืนตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
ทว่า... ในวินาทีที่ฉันกำลังจะเอ่ยคำพูดเชือดเฉือนประโยคสุดท้ายเพื่อปิดเกม หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าคลัตช์แบรนด์หรูของฉันก็สั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบอัจฉริยะที่เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ไร้ตัวอักษรใดๆ นอกจากพิกัดตำแหน่งปัจจุบัน... ที่กำลังพุ่งตรงมายังห้องจัดเลี้ยงแห่งนี้อย่างรวดเร็ว และชื่อของบุคคลลึกลักที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ... ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของฉันต้องชะงักค้างทันที
—โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ—
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บสายเปย์ของ "ชาเขียวแก้วร้าย" ค่ะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นหมื่นล้าน•ตอนที่ 6
งานสังคมที่ไร้ค่า
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!