เสียงปึงปังของแฟ้มเอกสารหนาปึกที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักทองราคาแพงระยับ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ของตระกูลใหญ่โต... ทว่าสำหรับลินินแล้ว มันเป็นเพียงเสียงของแมลงวันที่กำลังดิ้นรนอย่างไร้ค่าเท่านั้น
ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นกันแดดแบรนด์เนมสีชาค่อยๆ เลื่อนต่ำลง เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง ริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงกุหลาบยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้ใหญ่ในห้องประชุมตระกูลดังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน นัยน์ลินิน! ถึงกล้ากว้านซื้อหุ้นในเครืออสังหาริมทรัพย์ของเราด้วยเงินสกปรกพวกนั้น!"
เสียงตวาดด้วยความเกรี้ยวกราดดังมาจากประธานอาวุโสแห่งตระกูลใหญ่ผู้ผูกขาดตลาดที่ดินมานานหลายทศวรรษ ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว แต่ลินินกลับเพียงแค่ยกปลายนิ้วเรียวขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทผ้าไหมอิตาลีราคาหลักแสนอย่างใจเย็น
บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ นั่งตัวลีบ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เพราะต่างก็รู้ดีว่าพอร์ตหุ้นหมื่นล้านในมือของสตรีตรงหน้าไม่ได้มาจากการเล่นขายของ แต่มันคืออาวุธสังหารที่พร้อมจะกวาดล้างอาณาจักรแห่งนี้ให้ราบคาบภายในชั่วข้ามคืน
"เงินสกปรกเหคะ?" ลินินทวนคำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ทุกพยางค์กลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เธอลุกขึ้นยืนช้าๆ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ดวงตาสะท้อนภาพของชายแก่ผู้กำลังจนมุม "คุณท่านคะ กรุณาใช้คำให้มันถูกด้วย... เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฉันใช้ซื้อหุ้นของพวกคุณ มาจากผลกำไรที่สะอาดบริสุทธิ์ในตลาดหลักทรัพย์ และจากความโง่เขลาเบาปัญญาของพวกคุณเองที่เอาที่ดินติดจำนองเน่าๆ มาปล่อยกู้ต่อนั่นแหละค่ะ"
"เธอ...!" ประธานอาวุโสชี้หน้าเธอด้วยมือที่สั่นเทา
"อ้อ แล้วก็เลิกเรียกชื่อเก่าที่แสนจะเฉยเชยนั้นเสียทีนะคะ ตอนนี้ในทางกฎหมาย ฉันคือผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดในสัดส่วนร้อยละ 51.5 ของบริษัท 'รุ่งเรืองพร็อพเพอร์ตี้' แห่งนี้ และในฐานะ 'ประธานกรรมการบริหาร' คนใหม่ ฉันมีสิทธิ์ขาดทุกประการในการจะเก็บหรือจะเขี่ยใครให้พ้นทาง"
รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงพิษสงรอบตัวของลินิน ทำให้นลินดาที่นั่งตัวสั่นอยู่มุมห้องถึงกับปล่อยน้ำตาไหลพรากออกมา นางเอกโลกสวยผู้เคยใช้คราบน้ำตาเรียกร้องความสงสารจากคนรอบข้าง บัดนี้กลับไร้ซึ่งค่าใดๆ เมื่อเผชิญหน้ากับความจริงอันโหดร้ายและอำนาจเงินที่ลินินถือครอง
"พี่ลินินคะ... ฮือ... ทำไมพี่ต้องทำร้ายพวกเราขนาดนี้ด้วยล่ะคะ ครอบครัวเราเคยมีพระคุณ..." นลินดาเปล่งเสียงสะอื้นฮัก พยายามจะเดินเข้ามาเกาะแขนตามบทละครเดิมที่เธอถนัด
แต่ลินินกลับถอยหลังหลบหนึ่งก้าวอย่างรวดเร็ว รังเกียจราวกับรังเกียจเศษสวะ พร้อมกับส่งสายตาเฉียบคมกริบชนิดที่แทบจะเชือดเฉือนเนื้อหนังให้อีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก
"พระคุณเหคะ? พระคุณที่พวกคุณเคยผลักไสฉันให้ไปแต่งงานกับคนพิการเพื่อล้างหนี้บริษัทใกล้ล้มละลายของพวกคุณน่ะเหรอคะ? น่าเสียดายจริงๆ นะคะนลินดา ที่สามี 'พิการ' ที่พวก–คุณ–ดู–ถูก ในวันนั้น ตอนนี้เขากำลังกว้านซื้อหุ้นธนาคารใหญ่ที่ปล่อยกู้ให้พวกคุณอยู่เหมือนกัน และถ้าฉันจำไม่ผิด... เส้นตายการชำระหนี้ก้อนโตของพวกคุณคือ 'เที่ยงคืนนี้' ไม่ใช่เหคะ?"
คำพูดของลินินเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงกลางกลางกบาลของทุกคนในตระกูล นลินดาเข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นห้องประชุมอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรี เสียงร้องไห้โฮดังระงมด้วยความสิ้นหวัง เพราะพวกเธอรู้ดีกว่าใคร ว่าการถูกตระกูลใหญ่บีบในยามที่สภาพคล่องเป็นศูนย์ มันหมายถึงจุดจบของชีวิตและการถูกฟ้องล้มละลายจนไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท แต่ไม่มีใครกล้าปริปากบ่นสักแอนด์เดียว เมื่อร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามา
คิรากร... สามีผู้เงียบขรึมและมีอิทธิพลล้นพ้นในเงาของตลาดการเงิน ปรากฏกายขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้คนที่กำลังคุกเข่าร้องขอความเมตตาราวกับมองมดปลวก เขาก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างลินินอย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ พร้อมกับวางมือหนาลงบนไหล่บางของภรรยาอย่างอ่อนโยน เป็นการแสดงออกทางสถานะที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำประกาศใดๆ
"เรียบร้อยดีไหมครับที่รัก" เสียงทุ้มต่ำเอמהถามภรรยาด้วยความใส่ใจ แต่นัยน์ตากลับกวาดมองเอกสารบนโต๊ะด้วยความดูแคลน
"ก็แค่พวกสุนัขจนตรอกที่กำลังรอความเมตตาค่ะคุณ" ลินินตอบด้วยรอยยิ้มพึงใจ เอนกายพิงแผ่นอกกว้างของสามีอย่างสนิทสนม
คิรากรพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหยิบบัตรเครดิตสีดำสนิท ไร้ขีดจำกัดวงเงิน ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่รีบร้อน เขายื่นมันให้กับเลขานุการส่วนตัวที่ยืนรอคำสั่งอยู่ด้านหลัง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ทรงพลังจนทุกคนในห้องต้องหยุดหายใจ
"ไปจัดการซื้อตึกสำนักงานใหญ่ของพวกมันทั้งหมด แล้วเปลี่ยนป้ายชื่อบริษัทเป็น 'ลินิน กรุ๊ป' ให้เสร็จก่อนพระอาทิตย์ตกดินด้วยนะ... อ้อ แล้วก็ขับเฮลิคอปเตอร์มารับเราที่ดาดฟ้าได้เลย พอดีผมมีนัดพาภรรยาไปฉลองพอร์ตหุ้นหมื่นล้านที่เพิ่งทะลุเป้าหมายเสียหน่อยค่ะ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ชาเขียวแก้วร้าย" มาโดยตลอดนะคะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นหมื่นล้าน•ตอนที่ 14
ผู้บริหารหญิงผู้ทรงอิทธิพล
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นหมื่นล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!