หน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือของเคทสั่นระรัวราวกับมันกำลังจะระเบิด แสงสีฟ้าสะท้อนกระทบกับแว่นตาเฟรมบางของผู้จัดการสาว ขณะที่เธอกวาดสายตาอ่านคอมเมนต์นับพันที่ไหลทะลักเข้ามาในฟีดข่าวด้วยความเร็วระดับไฮสปีด ท่ามกลางห้องแต่งตัวหลังเวทีแฟชั่นวีคที่ตอนนี้เงียบกริบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน
“อันดับหนึ่ง… เทรนด์ทวิตเตอร์โลกไปแล้วค่ะ!” เคทกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสองสาวที่ยืนอยู่ตรงข้ามกัน “ภาพที่พิมพ์มาดาพยายามเข้ามาประชิดตัวคุณเรนินเมื่อสิบนาทีមុน ถูกปาปารัสซี่ตาดีแชะไว้ได้ แถมมุมกล้องยัง… เอえ… ค่อนข้างชวนเข้าใจผิดว่าพวกคุณกำลังยืนเคลียร์ปัญหารักสามเส้ากันอยู่ค่ะ!”
เรนินไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าจอสมาร์ทโฟนเครื่องนั้น ดีไซเนอร์สาวมือฉมังผู้ยืนรักษาฟอร์มเป๊ะทุกองศากำลังไขว่ห้างพิงสะโพกกับขอบโต๊ะเครื่องแป้ง แว่นกันแดดสีชาถูกดันขึ้นไปประดับบนกลุ่มผมลอนสลวย เผยให้เห็นดวงตาสีนิลที่กำลังฉายแววเยียบเย็นอย่างที่ไม่มีใครเดาใจถูก
“พิมพ์มาดาว่างมากหรือไง ถึงได้หาเรื่องมาใส่ตัวไม่เว้นแต่ละวัน” เรนินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่ทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความเฉียบคม ปลายเล็บที่ได้รับการทำมาอย่างประณีตเคาะเบาๆ ลงบนพื้นโต๊ะ “ปล่อยให้สำนักข่าวพวกนั้นเต้นไปเดี๋ยวก็เบื่อกันไปเอง ฉันไม่มีเวลามานั่งแก้ข่าวไร้สาระแบบนี้หรอกนะคะ”
“แต่ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่สำนักข่าวหรอกนะคะคุณเรนิน…” เคทลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง เหล่สายตาไปทางนางแบบสาวเบอร์หนึ่งที่ยืนเงียบมานาน “เพราะตอนนี้… ใต้โพสต์นั้นมีคนคอมเมนต์เชียร์เคมี ‘ดีไซเนอร์กับนางแบบคู่กัด’ มากกว่าคู่กรณีตัวจริงเสียอีกค่ะ!”
พรึบ!
ร่างสูงโปร่งของจินนี่ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาบุนวมตัวยาวขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทแนบเนื้อขับเน้นสัดส่วนเย้ายวนจนน่ามอง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่มักจะแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มยียวนในยามปกติ ตอนนี้กลับเรียบนิ่งสนิทจนน่ากลัว ดวงตากลมโตคู่คมกริบกวาดมองเรนินด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
จินนี่ไม่ได้ปริปากพูดอะไรสักคำ เธอก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาประชิดตัวเรนินในระยะประชิด ชนิดที่ว่ากลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมวานิลลาอันเป็นเอกลักษณ์ลอยวนอยู่ปลายจมูกของดีไซเนอร์สาว
เรนินชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา ไม่ยอมแสดงอาการหวาดหวั่นให้อีกฝ่ายได้ใจ “อะไรคะจินนี่ เดินเข้ามาใกล้ขนาดนี้ อยากได้ไอเดียชุดใหม่สำหรับรันเวย์ครั้งหน้าหรือไง”
“ชุดใหม่เหรอคะ?” จินนี่แค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าแต่ทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องลดฮวบลงไปหลายองศา นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ปกเสื้อสูทสีขาวสะอาดตาของเรนิน ปัดฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงออกอย่างจงใจ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาไล้เบาๆ บริเวณกรอบหน้าของดีไซเนอร์สาว “ฉันไม่ได้สนใจเสื้อผ้าบนราวแขวนพวกนั้นหรอกค่ะ… แต่ฉันสนใจคนที่กำลังยืนตีหน้าตายอยู่ตรงนี้มากกว่า”
สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วของนางแบบสาวทำเอาเรนินหัวใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ แต่กระนั้น เธอก็ยังเลือกที่จะปัดมือนั้นออกด้วยความนุ่มนวลแต่เด็ดขาด “รักษามารยาทด้วยค่ะจินนี่ เรากำลังอยู่ในเวลางาน และภาพลักษณ์ของคุณในตอนนี้ก็กำลังเป็นเป้าสายตาของคนทั้งประเทศ อย่าหาเรื่องให้เคทต้องปวดหัวไปมากกว่านี้เลยนะคะ”
“ภาพลักษณ์เหรอคะ?” จินนี่โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหางตาของอีกฝ่าย ลลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดข้างแก้มจนเรนินต้องแอบเกร็งกล้ามเนื้อลำคอ “คนที่ควรจะห่วงภาพลักษณ์ตัวเองตอนนี้ไม่ใช่ฉันหรอกค่ะเรนิน… แต่เป็นคุณต่างหาก ที่ทำหน้าเหมือนคนกำลังจะกินหัวใครก็ตามที่กล้าเข้าใกล้ฉันเกินรัศมีสองเมตรเมื่อกี้ต่างหากล่ะคะ”
“ฉันไม่ได้…”
“อย่าปฏิเสธเลยค่ะ!” จินนี่สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ข้างใน “สายตาที่คุณมองพิมพ์มาดาเมื่อกี้ มันไม่ใช่สายตาของดีไซเนอร์ที่หวงผลงานบนร่างนางแบบหรอกนะคะ… แต่มมันคือสายตาของ ‘ผู้หญิง’ ที่กำลังหึงหวงต่างหากล่ะคะ!”
คำว่า ‘หึงหวง’ ถูกเน้นย้ำด้วยน้ำเสียงกึ่งกระซิบที่ทรงพลังจนเรนินรู้สึกเหมือนถูกศรปักเข้าที่กลางอก ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแต่งตัวชั่วขณะ เคทที่ยืนเป็นสักขีพยานอยู่มุมห้องถึงกับต้องแอบลอบถอยหลังออกไปเงียบๆ พร้อมกับปิดประตูกระจกฝ้าทิ้งให้สองสาวเผชิญหน้ากันตามลำพัง
เรนินแค่นยิ้มหยันออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในใจที่เริ่มควบคุมยาก “คุณนี่ช่างจินตนาการเก่งสมกับเป็นนางแบบมืออาชีพจริงๆ นะคะจินนี่ คิดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว พิมพ์มาดาก็แค่คนคุ้นเคยเก่าๆ ที่น่ารำคาญเท่านั้น ไม่มีค่าพอให้ฉันต้องเอาความรู้สึกไปแลกด้วยหรอกค่ะ”
“จริงเหรอคะ?” จินนี่เลิกคิ้วสูง รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง “ถ้าไม่มีค่า… แล้วทำไมเมื่อกี้คุณถึงต้องเดินเข้าไปแทรกกลางระหว่างฉันกับเธอด้วยล้ำเส้นล่ะคะ? แถมยังเอ่ยปากไล่เธอกลับแบบไม่ไว้หน้าสื่อสักนิด”
“ฉันแค่ทำหน้าที่ดูแลนางแบบในสังกัดของแบรนด์ก็เท่านั้นเองค่ะ!” เรนินเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาเกราะป้องกันตัวสุดท้าย พลางถอยหลังหนีเมื่อร่างเพรียวบางของจินนี่ขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากับกระจกบานใหญ่
“ดูแลในฐานะบอส… หรือดูแลในฐานะ ‘คนรัก’ กันแน่คะเรนิน?”
จินนี่ใช้มือทั้งสองข้างยันขอบกระจกโอบล้อมร่างของเรนินเอาไว้โดยสมบูรณ์ กักขังดีไซเนอร์สาวผู้เย่อหยิ่งให้อยู่ในอาณัติของเธอเพียงผู้เดียว ระยะห่างระหว่างใบหน้าที่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตรทำให้ทั้งคู่สามารถสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วจนแทบจะประสานเป็นจังหวะเดียวกัน
เรนินเม้มริมฝีปากแน่น เธอยอมรับไม่ได้… หรือไม่อยากยอมรับกันแน่ ว่าสิ่งที่จินนี่พูดมันคือความจริง? ภาพของพิมพ์มาดาที่โน้มตัวเข้าหาจินนี่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวราวกับหนามแหลมที่คอยทิ่มแทงความรู้สึกส่วนลึกในใจ และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้เธอสติหลุดเดินเข้าไปขัดจังหวะแบบไม่ไว้ฟอร์มเอาเสียเลย
“คุณมัน… ร้ายกาจจริงๆ จินนี่” เรนินเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาสีนิลหลุบมองริมฝีปากอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำอย่างเผลอไผล
“ถ้าร้ายแล้วได้คุณมาเป็นของฉันคนเดียว… ฉันก็ยอมร้ายให้สุดเหวี่ยงเลยล่ะค่ะ” จินนี่กระซิบชิดริมฝีปากของอีกฝ่าย ปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกันอยู่รำไร เรนินหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อบรรยากาศที่เร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดหายใจ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับเสียงของเคทที่ตะโกนทะลุกระจกเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกยิ่งกว่าเดิม
“คุณเรนินคะ! คุณจินนี่! เกิดเรื่องใหญ่อีกแล้วค่ะ! ตอนนี้ประธานบริหารจากสำนักงานใหญ่บินตรงมาที่สตูดิโอแบบไม่บอกกล่าวล่วงหน้า… และเธอก กำลังเดินตรงมาที่ห้องนี้แล้วค่ะ!”
จินนี่ชะงัก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ส่วนเรนินลืมตาโพรงด้วยความตกใจ รีบดันร่างของนางแบบสาวให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัวทันที มือเรียวรีบจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของหัวหน้าทีมดีไซเนอร์
แต่ก่อนที่เรนินจะทันได้ก้าวไปเปิดประตู ประตูห้องแต่งตัวก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของบุคคลที่ไม่คาดฝัน…
ร่างระหงในชุดสูทแบรนด์เนมระดับโลกก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ ดวงตาคู่คมกวาดมองสภาพที่ชวนเข้าใจผิดของทั้งคู่ด้วยแววตาสสมเพชแกมเยาะเย้ย
“อุ๊ย… ฉันคงไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวอะไรของสองคนนี้หรอฃนะ?” เสียงทุ้มกังวานของ ‘พิมพ์มาดา’ ที่ควรจะอยู่ข้างนอก กลับยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา พร้อมกับเอกสารคำสั่งย้ายด่วนที่ถืออยู่ในมืออย่างมั่นใจ!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนความแซ่บนี้เสมอนะคะ ❤️
ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น•ตอนที่ 17
หึงหวงอย่างมีชั้นเชิง
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!