เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนในสตูดิโอดังขึ้นเป็นจังหวะที่คุ้นเคย จนกระทั่งมันหยุดกึก... พร้อมกับบรรยากาศรอบตัวที่ลดอุณหภูมิดิ่งฮวบราวกับถูกสาดด้วยไนโตรเจนเหลว เรนินเบิกตากว้าง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คืออดีตคนรักเก่าที่ทิ้งแผลเป็นไว้ในใจเธออย่างเจ็บแสบ และเป็นชนวนเหตุทั้งหมดที่ทำให้เธอปิดกั้นหัวใจมาจนถึงทุกวันนี้!
"ไง... เรนิน ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"
น้ำเสียงหวานฉ่ำที่เคยรินรดความอบอุ่นให้หัวใจในอดีต บัดนี้กลับฟังดูแปลกปลอมและน่าสะอิดสะเอียนในความรู้สึกของดีไซเนอร์สาว ร่างเพรียวในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปของ 'พิมพ์มาดา' ก้าวเข้ามาใกล้ทีละนิด ใบหน้าสวยเฉี่ยวยังคงประดับด้วยรอยยิ้มมั่นใจแบบที่ชอบทำ เสมือนว่าเวลาหลายปีที่ผ่านมาไม่ได้ทิ้งรอยแผลเป็นอะไรไว้บนความสัมพันธ์ที่เคยพังทลายลงด้วยน้ำมือของเจ้าตัวเลยแม้แต่น้อย
เรนินกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความชาหนึบลามเลียจากปลายนิ้วขึ้นมาถึงหัวใจ สมองที่เคยประมวลผลเรื่องชุดคอลเลกชันใหม่ได้อย่างรวดเร็ว กลับขาวโพลนขึ้นมาในชั่วพริบตา ภาพวันวานที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมแห่งความเย็นชาถูกกระชากขึ้นมากลางแสงไฟสว่างจ้าในสตูดิโอ ภาพวันที่เธอถูกหักหลังอย่างไร้เยื่อใยไหลวนซ้ำราวกับเทปที่ถูกกดกรอ
ทว่า... ก่อนที่เรนินจะทันได้ก้าวถอยหลังเพื่อตั้งหลัก ร่างของใครอีกคนก็ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับอดีตคนรักอย่างพอดิบพอดี
"อุ๊ย! ขอโทษทีนะคะ พอดีทางนี้ทางเดินแคบไปหน่อย คนบางคนถึงได้เดินล้ำเส้นเข้ามาโดยไม่ได้รับเชิญ"
จินนี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม นางแบบสาวปรายตามองผู้มาใหม่หัวจรดเท้าด้วยแววตาเหยียดหยามอย่างไม่คิดจะปิดบัง ร่างสูงระหงก้าวขยับเข้าไปใกล้เรนินอีกนิด จนไหล่เรียวเกือบจะแนบชิดกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของจินนี่ทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังชั้นดีที่ช่วยดึงสติของเรนินให้กลับคืนมา
พิมพ์มาดาชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าสะดุดกึก ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองนางแบบสาวซูเปอร์สตาร์หัวจรดเท้าเช่นกัน ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "อ๋อ... นางแบบประจำคอลเลกชันสินะคะ นึกว่าใคร ที่แท้ก็แค่นางแบบหน้าใหม่ที่ท่านดีไซเนอร์มือหนึ่งคอยประคบประหงมอยู่ตรอดเวลา... สนิทกันเกินงานไปหน่อยหรือเปล่าคะเนี่ย"
ประโยคเหน็บแนมเจือความเยาะเย้ยถูกพ่นออกมาอย่างไม่เกรงใจใคร บรรยากาศในห้องแต่งตัวที่เคยเงียบงันเริ่มคุกรุ่นด้วยประกายไฟแห่งความอิจฉาริษยาและปมเก่าที่ถูกสะกิดขึ้นมาอย่างจงใจ
จินนี่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากยกยิ้มร้ายกาจในแบบที่ทำเอาเรนินต้องลอบกลืนน้ำลาย แววตาของนางแบบสาววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธแทนคนที่ยืนแข็งทื่ออยู่ข้างๆ
"จะสนิทกันเกินงานหรือเปล่า มันก็เรื่องของเราค่ะ" จินนี่ก้าวเข้าไปประชิดพิมพ์มาดาอีกก้าว จนอีกฝ่ายต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าว "แต่คนที่หมดสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจร่วมห้องกับเขา... น่าจะเป็นคุณมากกว่านะคะ พิม... หรือว่าความจำเสื่อมจนลืมไปแล้วว่าตัวเองเป็นคนเดินออกไปจากชีวิตเขาเอง?"
คำพูดจี้จุดดำมืดทำเอาใบหน้าของพิมพ์มาดาเผือดสีลงทันที แววตาที่เคยถือดีฉายแววตื่นตระหนกก่อนจะเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง "เธอเป็นใคร มีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแบบนี้กับฉัน!"
"ฉันเป็นใครไม่สำคัญเท่ากับว่า... ตอนนี้คุณกำลังก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของ 'คนของฉัน' อยู่ค่ะ"
จินนี่สวนกลับทันควัน น้ำเสียงหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ จนเรนินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับสะดุ้ง หัวใจที่เคยเต้นผิดจังหวะด้วยความหวาดกลัวจากอดีต กลับเต้นรัวแรงด้วยความตกใจกับคำว่า 'คนของฉัน' ที่ออกจากปากนางแบบสาว
เรนินหันขวับไปมองเสี้ยวหน้าของจินนี่ หัวใจกระหน่ำซัดด้วยความสับสน ปะปนกับความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นพล่านเข้ามาแทนที่ความเย็นชาเมื่อครู่ จินนี่ไม่ได้หันกลับมามองเธอ นางแบบสาวยังคงยืนจ้องหน้าพิมพ์มาดาด้วยสายตานิ่งสนิท ท่าทางปกป้องที่แสดงออกมาอย่างเปิดเผยนั้นทำเอาเรนินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังมีเกราะเหล็กกล้าคอยคุ้ม
"หึ! คนของเธอเหรอ?" พิมพ์มาดาเค้นหัวเราะเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความเสียหน้า หันกลับมามองเรนินด้วยสายตาตัดพ้อแกมเยาะเย้ย "เรนิน... เธอปล่อยให้เด็กนี่มาเหิมเกราะใส่ฉันเนี่ยนะ? เธอยังใจอ่อนและอ่อนแอเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยสินะ ถึงได้ยอมให้ใครก็ไม่รู้มาคอยปกป้องแบบนี้"
เรนินสูดหายใจเข้าลึกๆ ความหวาดกลัวในอดีตถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นและความถือดีที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น ดีไซเนอร์สาวก้าวออกจากการบังเงาของจินนี่ ยืนเต็มความสูงด้วยท่าทีสง่างามและเย่อหยิ่งเช่นเดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองอดีตคนรักด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ราวกับมองคนแปลกหน้า
"คุณพิมพ์มาดาคะ..." เรนินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และทรงพลังจนอีกฝ่ายถึงกับชะงัก "สตูดิโอของฉันไม่ได้ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ และคนที่ไม่มีมารยาทพอที่จะเคาะประตูก่อนเข้าห้อง... ก็ไม่สมควรแม้แต่จะยืนอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำ"
"เรนิน..." พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะกล้าพูดจาตัดเยื่อใยและเย็นชาใส่เธอได้ถึงเพียงนี้
"เชิญออกไปค่ะ" เรนินผายมือไปยังประตูทางออกอย่างสุภาพแต่เฉียบขาด "แล้วก็กรุณาอย่ามารบกวนเวลาทำงานของฉันกับนางแบบของฉันอีก... เราไม่มีเรื่องอะไรต้องคุยกันแล้ว ตั้งแต่วันนั้น"
จินนี่ลอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจเมื่อเห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของดีไซเนอร์สาว นางแบบสาวขยับเข้าไปใกล้เรนินมากขึ้น จนไหล่ชนกันอย่างสนิทสนม เป็นการตอกย้ำสถานะและความสัมพันธ์ที่เหนือกว่าอดีตคนรักเก่าอย่างชัดเจน
พิมพ์มาดากัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้น กวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไปจากห้องจนประตูไม้บานใหญ่ปิดกระแทกเสียงดังสนั่น
ความเงียบสงบกลับคืนสู่สตูดิโออีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย เรนินยืนนิ่งอยู่กับที่ ลลมหายใจผ่อนเข้าออกช้าๆ เพื่อควบคุมสติที่เพิ่งผ่านพ้นพายุอารมณ์มาหมาดๆ
จินนี่หันมามองคนข้างตัวที่ยังคงยืนตัวเกร็งอยู่เล็กน้อย นางแบบสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือเรียวไปแตะที่ข้อศอกของเรนินเบาๆ เป็นการปลอบโยนที่เจ้าตัวมักจะซ่อนไว้ใต้รอยกวนประสาทเสมอ
"หมดฤทธิ์เลยนะคะ ดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้หยิ่งยโส" จินนี่กระซิบเสียงนุ่มข้างหู น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ "ไหนบอกว่าเก่งนักไงคะ ทำไมเจอแฟนเก่าทีไร ถึงได้ยืนแข็งเป็นหินให้ฉันต้องออกโรงปกป้องอยู่เรื่อย"
เรนินหันขวับมามองค้อนนางแบบสาวทันที ดวงตาคู่สวยฉายแววค้อนปะปนกับความซับซ้อนบางอย่างในอารมณ์ "ใครขอให้เธอออกโรงกันคะ? ฉันจัดการเองได้"
"ปากแข็งจริงนะคะ" จินนี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ ขยับเข้าไปใกล้จนเรนินต้องเผลอถอยหลังไปชนกับโต๊ะทำงานด้านหลัง "เมื่อกี้ใครนะที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนก... อ๊ะ! หรือว่ากลัวฉันจะหึงกันแน่คะ ถึงได้รีบไล่เขาออกไป?"
เรนินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาพราวระยับที่จ้องมองมาใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ความใกล้ชิดที่ระอุอุ่นทำให้หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับเต้นรัวแรงขึ้นมาอีกระลอกในทิศทางที่อันตรายกว่าเดิม
จินนี่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนเรนินต้องกั้นหายใจ ปลายนิ้วเรียวของนางแบบสาวเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มใสของดีไซเนอร์สาวออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาเรนินรู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกด ขยับตัวหนีไปไหนไม่ได้
"ขอบใจนะ..." เรนินพึมพำแผ่วเบาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าทุกครั้ง ดวงตาคู่คมไหวระริกอย่างปิดไม่มิด
จินนี่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอบคุณที่หาได้ยากยิ่งจากปากคนตรงหน้า รอยยิ้มยียวนบนใบหน้าสวยระงบลง เหลือเพียงแววตาที่ลึกซึ้งและจริงจังอย่างที่เรนินไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก
"ฉันไม่ได้ทำฟรีๆ หรอกนะคะ..." จินนี่กระซิบเสียงพร่าชิดริมหีบปากของเรนิน ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายเจ้าเล่ห์ "คืนนี้... เลี้ยงข้าวฉันเป็นการตอบแทนด้วยค่ะ แถมต้องตอบคำถามฉันมาด้วยว่า... ระหว่างฉันกับผู้หญิงคนนั้น ใครจูบเก่งกว่ากัน?"
เรนินเบิกตากว้าง ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหูทันทีกับคำถามหน้าไม่อายของนางแบบสาว!
"จินนี่! นี่ยัยเด็กบ้า...!"
ทว่าเสียงต่อว่าของเรนินยังไม่ทันได้หลุดออกจากริมฝีปาก ประตูสตูดิโอที่ควรจะถูกปิดสนิทไปแล้ว กลับถูกผลักเปิดผางเข้ามาอีกครั้งด้วยเสียงดังปัง! พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'เคท' ผู้จัดการส่วนตัวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบหน้าซีดเผือดจนเรนินและจินนี่ต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ
"เรนิน! จินนี่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เคทหอบหายใจรัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ภาพหลุดตอนที่พวกคุณสองคนยืนประจันหน้ากับพิมพ์มาดาเมื่อกี้... ถูกอัปโหลดลงโซเชียลมีเดียจนตอนนี้ติดเทรนด์อันดับหนึ่งไปแล้วค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุนความแซ่บนี้เสมอนะคะ!
ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น•ตอนที่ 16
ปมหลังที่ถูกสะกิด
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!