ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น•ตอนที่ 15

รันเวย์แห่งความกดดัน

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
“ถ้าคุณยังเอาแต่มองเข็มกลัดบ้าบอั่นนี่ด้วยสายตาพิฆาตแบบนั้น เกรงว่าชุดราตรีผ้าซิลค์ชีฟองมูลค่าหกหลักตัวนี้ อาจจะขาดสะบั้นคามือดีไซเนอร์คนเก่งก่อนจะได้ขึ้นรันเวย์นะคะ เรนิน” เสียงหวานใสติดจะยียวนกวนประสาทดังขึ้น ท่าىมกลางความชุลมุนวุ่นวายหลังเวทีแฟชั่นโชว์ระดับประเทศ กลิ่นอายของเครื่องสำอาง สเปรย์จัดแต่งทรงผม และความกดดันที่ลอยเคคว้างอยู่ในอากาศราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิต ไม่ได้ทำให้บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เรนินสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ความคิดอันดำมิ่งของตนเอง ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่มักจะนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นน้ำแข็งหันขวับมามองต้นเสียง นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นตากันแดดดีไซน์เก๋หรี่ลงอย่างจับผิด ก่อนจะถอดแว่นออกเผยให้เห็นดวงตาคมกริบที่พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ “ถ้าปากของคุณว่างมากพอที่จะมาต่อAปากต่อคำกับฉัน จินนี่... เอาเวลาไปฝึกเดินลงน้ำหนักที่ส้นเท้าให้มันมั่นคงกว่านี้จะดีกว่าไหมคะ? โชว์นี้ไม่ใช่แคทเดินเล่นตามห้างสรรพสินค้า แต่เป็นงานเปิดคอลเลกชันที่ชี้ชะตาแบรนด์ของฉัน ถ้าคุณทำพัง ฉันนี่แหละที่จะเป็นคนฉีกชุดที่คุณใส่อยู่คามือคุณจริงๆ ด้วย” จินนี่แย้มยิ้ม มุมปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีแดงก่ำยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้ายกาจ นางแบบสาวสุดฮอตในชุดซิลค์สีมรกตแนบเนื้อก้าวเข้ามาประชิดตัวดีไซเนอร์สาวมือหนึ่งอย่างไม่เกรงกลัว ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมอำพันลอยแตะจมูกเรนินจนลมหายใจสะดุดไปวูบหนึ่ง “ปากร้ายจังเลยนะคะ... แต่แปลกจ้า ที่ยิ่งคุณดุ ฉันกลับยิ่งอยากลองดีทุกที” จินนี่กระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าชวนใจสั่น ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะปกเสื้อสูทสีดำสนิทของเรนินอย่างถือวิสาสะ ไล้ปลายนิ้วผ่านเนื้อผ้าอย่างจงใจยั่วเย้า “ห่วงชุดกลัวพัง หรือห่วงอย่างอื่นกันแน่คะ ดีไซเนอร์คนสวย... หรือกลัวว่าถ้าฉันใส่ชุดนี้เดินออกไปสะกดทุกสายตาบนรันเวย์ คุณจะละสายตาจากฉันไม่ได้จนเผลอใจสั่นกันล่ะ?” เรนินปัดมือนั้นออกทันควัน หัวใจในอกเต้นรำด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปอย่างน่าหงุดหงิด เธอเกลียดรอยยิ้มท้าทายแบบนั้น เกลียดแววตาแพรวพราวที่เหมือนรู้ทันความรู้สึกซ่อนเร้นในใจ เกลียดที่ผู้หญิงตรงหน้ามีอิทธิพลต่อระบบประสาทของเธอได้มากขนาดนี้ ทั้งที่ผ่านมาเธอสร้างกำแพงน้ำแข็งกั้น0ความรู้สึกเอาไว้หนาเตอะ ปราศจากช่องโหว่ให้ใครเจาะเข้ามาได้ “เพ้อเจ้ออะไรของคุณ จินนี่! กลับไปเตรียมตัว เดี๋ยวเคทจะมาตามขึ้นเวทีแล้ว” เรนินเบือนหน้าหนี ซ่อนร่องรอยความไหววูบในแว่นตาไว้ใต้มา LดNความเย่อหยิ่ง “อย่าคิดว่าคุณเป็นนางแบบเบอร์หนึ่งแล้วฉันจะเกรงใจนะ ถ้าโชว์นี้ล่ม ฉันจะขึ้นบัญชีดำคุณไปตลอดชีวิตในวงการแฟชั่นแน่” “อุ๊ย น่ากลัวจังเลยค่ะ” จินนี่หัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตากลมโตแพรวพราวไปด้วยประกายความสนุกสนาน “แต่แปลกจ้า... ฉันไม่ยยักจะกลัวคำขู่ของคุณสักนิด เพราะลางสังหรณ์บอกว่า... คืนนี้คุณจะละสายตาจากฉันไม่ลงจริงๆ ต่างหากล่ะ” ก่อนที่เรนินจะได้สวนคำพูดเชือดเฉือนใดกลับไป เสียงฝีเท้าเร่งรีบของเคท ผู้จัดการส่วนตัวตัวแม่ก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด “จินนี่! เรนิน! แผนกไฟหน้าเวทีส่งสัญญาณแล้วค่ะ อีกสามนาทีโชว์เริ่ม! นางแบบทุกคนเตรียมตัวเข้าประจำจุดได้!” เคทหอบหายใจเล็กน้อยแต่ยังคงความมืออาชีพไว้ครบถ้วน ก่อนจะหันมามองคู่กัดเคมีแรงทั้งสองด้วยสายตารู้ทัน “แล้วก็... เลิกจ้องกันจนจะกินหัวกันเองได้แล้วค่ะแม่ เก็บพลังไว้ไปเฉิดฉายบนรันเวย์นู่น!” เรนินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งไร้ที่ติอีกครั้ง เธอกวาดสายตาสำรวจความเรียบร้อยของชุดบนร่างผอมเพรียวของจินนี่เป็นครั้งสุดท้าย แม้ปากจะร้ายใส่กันแค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมื่อชุดที่เธอออกแบบมานับแรมเดือนถูกสวมใส่ลงบนเรือนร่างของจินนี่ มันกลับเปล่งประกายเจิดจรัสยิ่งกว่าเพชรเม็ดงามเสียอีก ความเซ็กซี่ที่ทรงพลัง ความดุดันที่แฝงความเย้ายวน ทำให้จินนี่กลายเป็นงานศิลปะเคลื่อนที่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด “ถ้าเดินพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ฉันไม่เอาคุณไว้แน่” เรนินกระซิบเสียงลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ระคนชื่นชม “รอดูฝีมือฉันได้เลยค่ะ, ควีน... แล้วคุณจะต้องทึ่งจนอ้าปากค้าง” จินนี่กระซิบตอบด้วยรอยยิ้มมุมปาก ก่อนจะหมุนตัวเดินนمطไปยังจุดเริ่มต้นของรันเวย์ด้วยท่าเดินทรงพลังที่สะกดทุกสายตาในห้องแต่งตัวให้หันตาม ไฟในฮอลล์คอนצרต์ขนาดใหญ่หรี่ลง เสียงดนตรีบีตหนักหน่วงเร้าใจดังกระหึ่มขึ้น พร้อมกับเสียงปรบมือต้อนรับของเหล่าเซเลบริตี้และบรรณาธิการแฟชั่นนิตยสารชื่อดังที่นั่งอัดแน่นอยู่รอบเวที โชว์ "รันเวย์แห่งความกดดัน" เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว เรนินยืนกอดอกอยู่ที่หลังฉาก มอนิเตอร์ขนาดใหญ่สะท้อนภาพจินนี่ที่กำลังก้าวเดินออกมาสลัดความกดดันทั้งหมดทิ้ง เหลือเพียงความมั่นใจระดับร้อยล้านที่สะกดคนดูทั้งฮอลล์ให้ตกอยู่ในภวังค์ ทุกย่างก้าวที่จินนี่เดินผ่านราวกับมีมนต์สะกด และที่สำคัญ... ดวงตากลมโตคู่สวยนั้นหันกลับมามองกล้องและส่งสายตาตรงมายังหลังเวที... ตรงจุดที่เรนินยืนอยู่พอดี สายตาคู่นั้นทั้งท้าทาย ทั้งเย้ายวน และทรงพลังจนเรนินเผลอกลั้นหายใจ หัวใจกระหน่ำเต้นรัวแรงราวกับจะทะลุออกมานอกอก ทว่า ในจังหวะที่โชว์กำลังดำเนินไปถึงจุดไคลแมกซ์ และเรนินกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับเสน่ห์อันร้ายกาจของนางแบบสาว ประตูห้องแต่งตัวด้านหลังสุดก็เปิดผางออกเสียงดังลั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของแขกไม่ได้รับเชิญ... ร่างสูงโปรดของใครคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ช่อใหญ่ และรอยยิ้มเยרהเย้ยที่ทำให้เลือดในกายของเรนินเย็นเฉียบลงในชั่วพริบตา “สวัสดีค่ะทุกคน... ดีใจจังที่ยังทันดูโชว์ของคนคุ้นเคย” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของเคทที่อุทานออกมาเสียงหลง เรนินเบิกตากว้าง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง เมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คืออดีตคนรักเก่าที่ทิ้งแผลเป็นไว้ในใจเธออย่างเจ็บแสบ และเป็นชนวนเหตุทั้งหมดที่ทำให้เธอปิดกั้นหัวใจมาจนถึงทุกวันนี้! โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%