ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น•ตอนที่ 11

ข่าวลือที่สั่นคลอน

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
เสียงเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็วในห้องทำงานกระจกใสใจกลางย่านแฟชั่น ไม่ได้ช่วยกลบเสียงกระซิบกระซาบที่ดังลอดผ่านผนังกันเสียงเข้ามาได้เลย เคทวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะทำงานของเรนินด้วยแรงที่หนักกว่าปกติเล็กน้อย ใบหน้าเคร่งเครียดของเธอฟ้องชัดว่ามีพายุลูกใหญ่กำลังก่อตัว “ดูเหมือนว่าโลกโซเชียลจะสนุกกับการฆ่าคนเป็นผักปลาอีกแล้วนะคะ ดีไซเนอร์คนเก่ง” เรนินเงยหน้าขึ้นจากร่างแบบชุดคอลเลกชันใหม่ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาดีไซน์เฉียบตวัดมองหน้าจอแท็บเล็ตที่พาดหัวข่าวด้วยตัวอักษรสีแดงฉาน ภาพถ่ายปาปารัสซี่ของจินนี่ในมุมอับแสง ถูกตัดต่อและใส่ไขiจนกลายเป็นข่าวฉาวโฉ่ชิ้นโต ข้อความกล่าวหาว่านางแบบสาวระดับท็อปยอมแลกเรือนร่างเพื่อให้ได้มาซึ่งตำแหน่งมิวส์คนสำคัญ นิ้วเรียวสวยของเรนินเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ เป็นจังหวะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเกิดสะดุดกึกขึ้นมาวูบหนึ่ง แม้ปากจะบอกเสมอว่าจินนี่เป็นแค่นางแบบหน้าตายที่เก่งแต่เรื่องสร้างความน่ารำคาญ แต่ลึกๆ แล้ว เธอย่อมรู้ดีกว่าใครว่าหยาดเหงื่อและรอยแผลเป็นบนเรียวขาคู่นั้นแลกมาด้วยความพยายามมากแค่ไหน “ปล่อยให้พวกไฮยีน่าเห่าไปสิคะ ข่าวพวกนี้อยู่ได้ไม่เกินสามวันหรอก” เรนินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท พยายามกลบเกลื่อนความร้อนรุ่มที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก “แต่นี่มันไม่ใช่ข่าวเต้าธรรมดานะคะเรนิน สปอนเซอร์หลักกำลังจะถอนทุน และที่แย่ที่สุดคือ... ตัวจินนี่เองกำลังเก็บตัวเงียบ ไม่ยอมรับโทรศัพท์ใครเลยสักคน” เคทถอนหายใจยาวเหยียด “เด็กนั่นอาจจะดูแข็งนอกแต่ข้างในเปราะบางจะตาย คุณก็รู้” เรนินเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง ภาพใบหน้าเรียบเฉยที่มักจะส่งรอยยิ้มเยาะกวนประสาทกลับมาทุกครั้งที่เจอหน้าผุดขึ้นมาในหัว ความเงียบงันของจินนี่ในยามนี้แปลความหมายได้เพียงอย่างเดียว... เจ้าตัวกำลังแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวเหมือนเคย ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เรนินคว้ากระเป๋าหนังราคาแพงมาคล้องแขนอย่างไร้ความลังเล “ยกเลิกตารางงานทั้งหมดของฉันในช่วงบ่ายนี้ค่ะ” “อ้าว! คุณจะไปไหนคะ เรนิน?” เคทอุทานลั่น “ไปเคลียร์พื้นที่ให้ยัยตัวแสบกลับมาเชิดใส่หน้าฉันเหมือนเดิมค่ะ” เรนินตอบเสียงเฉียบขาด ก่อนจะก้าวฉับๆ ออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว รถยนต์หรูพุ่งทะยานผ่านสายฝนโปรยปรายในย่านใจกลางเมือง เรนินเหยียบคันเร่งด้วยความเร็วที่มากกว่าปกติ ความหงุดหงิดระคนเป็นห่วงตีรวนอยู่ในอกจนเธอต้องสบถเบาๆ กับตัวเอง เธอกลเกลียดความรู้สึกพะว้าพะวังแบบนี้ที่สุด มันรบกวนสมาธิ และที่สำคัญ... มันทำให้เธอรู้ว่าตัวเองแคร์ผู้หญิงคนนั้นมากเกินกว่าที่ควรจะเป็น ทันทีที่มาถึงคอนโดมิเนียมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรนินกดรหัสผ่านที่เธอจำได้ขึ้นใจ—เพราะความซุ่มซ่ามของเจ้าของห้องในอดีตที่เคยทำกุญแจหาย—ประตูห้องเพนต์เฮาส์เปิดออกด้วยความเงียบเชียบ ภายในห้องมืดสนิท ผ้าม่านผืนใหญ่ถูกปิดทึบเพื่อกันแสงและสายตาจากภายนอก มีเพียงแสงไฟส mưัวจากหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโซฟาตัวยาวที่สะท้อนให้เห็นร่างบางของจินนี่กำลังนั่งกอดเข่าซบหน้าลงกับแขนตัวเอง เรนินก้าวเท้าย่างเข้าไปอย่างเงียบเชبةที่สุด กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยลอยแตะจมูก ผสมผสานกับบรรยากาศที่แสนอ้างว้างจนคนมองรู้สึกเจ็บแปลบในอก “ถ้าคิดจะมาซ้ำเติมกัน เชิญทางออกค่ะ” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่เงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ น้ำเสียงนั้นสั่นเครือเล็กน้อยจนคนฟังใจกระตุก เรนินไม่ตอบคำเธอเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าโซฟา มือเรียวเอื้อมไปดึงเส้นผมที่ปรกล้อมใบหน้าเนียนขึ้นทัดหูไว้อย่างเบามือที่สุด จินนี่สะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่สวยที่เคยพยาวهمและเฉิดฉายบัดนี้แดงก่ำ มีร่องรอยของหยาดน้ำตาที่เพิ่งแห้งเหือดไป แต่มุมปากยังคงพยายามฝืนยกยิ้มหยันตามนิสัย “คุณ... เข้ามาได้ยังไงเนี่ย” “ถ้าฉันไม่เข้ามา คุณก็คงนั่งรอความตายให้พวกปากหอยปากปูมันรุมทึ้งจนตายไปข้างหนึ่งสินะคะ” เรนินเอ่ยเสียงดุ แต่แววตาที่มองกลับอ่อนแสงลงอย่างห้ามไม่อยู่ “แล้วไงคะ? ข่าวพวกนั้นมันจริงเสียที่ไหนล่ะ แต่คนพวกนั้นพร้อมจะเชื่อในสิ่งที่อยากเชื่ออยู่แล้ว” จินนี่หัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเอง “ฉันชินแล้วล่ะเรนิน” “แต่ฉันไม่ชินค่ะ!” เรนินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนจินนี่ชะงัก ดีไซเนอร์สาวขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น เรนินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นไหวระริก มือเรียวเลื่อนขึ้นประคองกรอบหน้าเนียนไว้ด้วยความทะนุถนอมที่เจ้าตัวก็แทบไม่รู้ตัว “ฟังฉันนะคะ จินนี่... คุณคือนางแบบของฉัน เป็นมิวส์คนเดียวที่มีค่าพอจะสวมชุดที่ฉันออกแบบ ไม่มีใครมีสิทธิ์มาทำลายชื่อเสียงของคุณทั้งนั้น รวมทั้งพวกเศษสวะพวกนั้นด้วย” จินนี่นิ่งงิ่งอึงไป หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบต่อคำครหาของผู้คนกลับเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่งด้วยประโยคดิบๆ แต่ทรงพลังจากปากของผู้หญิงที่หยิ่งยโสที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จัก “คุณ... พูดจริงเหรอคะเนี่ย?” จินนี่กระซิบถามเสียงสั่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน “ฉันไม่เคยล้อเล่นกับเรื่องงาน... และไม่เคยล้อเล่นกับความรู้สึกของตัวเองด้วยค่ะ” เรนินตอบเสียงพร่า สายตาคมกราบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันอย่างชั่งใจ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงฝนด้านนอกเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน เหลือเพียงเสียงหัวใจของสองคนที่เต้นรัวเร่งแข่งกัน เรนินค่อยๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ริมฝีปากของอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้แตะสัมผัสกัน เสียงกริ่งหน้าประตูก็แผดเสียงดังลั่นทำลายบรรยากาศสีชมพูจนยับเยิน! *ติ๊ง... ต่อง!* จินนี่สะดุ้งเฮือกผละตัวออกห่างเล็กน้อย ส่วนเรนินขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดสุดขีด มือถือบนโต๊ะของจินนี่สั่นครืดคราดพร้อมข้อความแจ้งเตือนใหม่ที่เด้งขึ้นมาหน้าจอ เรนินก้มลงมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง และข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนนั้น... *ข้อความจากบุคคลที่ไม่คาดคิดส่งตรงถึงหน้าจอ: "เกมพลิกแล้วครับคุณจินนี่... คนที่ปล่อยคลิปตัวจริงเพิ่งเดินเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจแล้ว"* จินนี่หันขวับมามองหน้าเรนินทันทีด้วยความตกตะลึง ในขณะที่เรนินกลับหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ก่อนที่เสียงเคาะประตูด้านนอกจะดังซ้ำขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อจินนี่จากคนที่เพิ่งไขเข้ามาด้วยกุญแจสำรอง! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและเคมีที่ร้อนแรงในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%