"ถ้าคุณยังมองด้วยสายตาประเมินราคาชุดแบบนั้นอีกครั้ง ฉันจะคิดค่าลิขสิทธิ์การมองเป็นรายวินาทีนะคะ คุณดีไซเนอร์"
เสียงหวานเจือความเย้าแหย่ดังขึ้นทลายความเงียบในห้องฟิตติ้งส่วนตัว เรนินชะงักปลายดินสอที่กำลังร่างแบบโครงชุดสุดท้ายลงบนกระดาษไข หญิงสาวเงยหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้เรียบสนิทราวกับแผ่นน้ำแข็งไร้ระลอกคลื่น แม้ว่าหัวใจจะกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ก็ตาม
จินนี่กำลังยืนอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ชุดเดรสผ้าไหมซาตินสีมรกตเข้ารูปที่เพิ่งปรับแก้เสร็จหมาดๆ แนบไปกับเรือนร่างสมส่วนราวกับประติมากรรมชั้นยอด แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น... ประเด็นคือดวงตากลมโตคู่สวยที่มองผ่านมาทางกระจกนั้นเต็มไปด้วยความพราวระยับ ชวนให้คนมองอยากจะเอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อมาเขย่าให้หายหมั่นเขี้ยวสักทีสองที
"ฉันไม่ได้ประเมินราคาชุดค่ะ... ฉันกำลังประเมินความด้านชาของคุณต่างหาก" เรนินตอบเสียงเรียบ วางดินสอลงบนโต๊ะทำงานอย่างประณีต ก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดตัวนางแบบสาว แววตาคมกริบกวาดสำรวจความเรียบร้อยของตะเข็บข้างตามสัญชาตญาณมืออาชีพ "ยืนตรงๆ ค่ะ อย่าโยกตัว"
"ดุจังเลยนะคะ" จินนี่แกล้งทำเสียงอ่อนอกอ่อนใจ ทั้งที่มุมปากกลับยกยิ้มร้ายกาจ "เวลาคุณเรนินดุ นี่ทำให้ฉันนึกถึงพวกคุณครูฝ่ายปกครองจอมโหดสมัยมัธยมเลยล่ะค่ะ... แต่แปลกจัง ทั้งที่ดุขนาดนี้ ทำไมหัวใจฉันถึงเต้นเร็วกว่าปกติดีจังนะ"
เรนินชะงักมือที่กำลังจัดชายกระโปรงให้เข้าที่ ปลายนิ้วเรียวเผลอแตะโดนข้อเท้าของอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่เย็นเฉียบตัดกับอุณหภูมิในห้องที่ค่อนข้างอุ่น ทำให้เรนินรีบดึงมือกลับราวกับโดนไฟลวก หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ หวังจะใช้สายตาพิฆาตสยบความกวนประสาทนั้น
ทว่า... ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนเกินขอบเขตของคำว่า 'ดีไซเนอร์กับนางแบบ' ไปไกลโข ลมหายใจอุ่นๆ ของจินนี่เป่ารดอยู่บริเวณต้นคอระหง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบเจือความเซ็กซี่ลึกลับลอยวนอยู่ในอากาศรอบตัว จนเรนินเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"เลิกพูดจาไร้สาระแล้วตั้งใจทำงานค่ะ จินนี่" เรนินเอ่ยเสียงพร่าลงเล็กน้อย พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาเข้าที่ "เราเหลือเวลาอีกแค่สามวันก่อนวันโชว์ ชุดนี้ห้ามมีที่ติเด็ดขาด"
"แล้วถ้าฉันบอกว่า... ฉันอยากให้มีที่ติล่ะคะ?" จินนี่กระซิบเสียงแผ่วเบา ร่างเพรียวหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเรนินเต็มตัว ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับไปด้วยประกายบางอย่างที่ทำให้คนใจแข็งอย่างเรนินต้องผถวาถอยหลังไปครึ่งก้าว "เผื่อว่า... คุณเรนินจะได้ต้องมาแก้ชุดให้ฉันใกล้ๆ แบบนี้อีกนานๆ ไงคะ"
บรรยากาศในห้องฟิตติ้งเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงรอบข้าง เรนินมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยนั้น พยายามค้นหาความหมายหลังรอยยิ้มยียวนกวนประสาทตามเคย แต่ครั้งนี้... มันกลับมีความจริงจังบางอย่างซ่อนอยู่ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครแล่นริ้วขึ้นมาในอก ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากปลายนิ้วที่ประสานกันอยู่ข้างลำตัว ความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่นที่ทำให้เลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้น
*นี่เธอ... กำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่เรนิน?* เสียงในหัวร้องเตือน แต่มันช่างเบาหวิวเหลือเกินเมื่อเทียบกับแรงดึงดูดมหาสมุทรที่กำลังดึงเธอมุ่งตรงเข้าไปหาดวงตาสูสีคู่นั้น
จินนี่ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด มือเรียวบางเอื้อมขึ้นมาแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเรนินอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับขนนก แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนมหาศาลในใจของดีไซเนอร์สาวผู้เย่อหยิ่ง เรนินตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะกระพริบตา หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
"คุณเรนิน... หน้าแดงนะคะ" จินนี่กระซิบเย้า เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน "ปากบอกว่ารำคาญฉันนักหนา แต่ทำไมตอนนี้... ถึงไม่ยอมถอยหลังหนีล่ะคะ หืม?"
เรนินเม้มปากแน่น ความถือดีในฐานะคนคุมเกมถูกท้าทายจนหยดสุดท้าย หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา ก่อนจะตัดสินใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตานิ่งสนิทฉายประกายท้าทายกลับไปอย่างไม่มีใครยอมใคร
"คิดว่าฉันกลัวคุณเหรอคะ จินนี่" เรนินเอ่ยเสียงกระซิบลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของอีกฝ่ายจนจินนี่ชะงักรอยยิ้มค้างไปชั่วขณะ "อยากลองดูไหมล่ะ ว่าใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายถอยก่อน..."
ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงศูนย์ ม่านตาของทั้งคู่สั่นไหวสะท้อนเงาของกันและกัน ความรู้สึกบางอย่างที่เคยถูกกักเก็บไว้หลังกำแพงน้ำแข็งอันหนาทึบเริ่มร้าวรานและจวนเจียนจะพังทลายลงในวินาทีนี้...
"แฮ่ม! ขอโทษทีค่ะ ขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าพอดีฉันลืม..."
ประตูห้องฟิตติ้งถูกผลักเปิดออกกะทันหันพร้อมกับเสียงใสของเคทที่ดังทะลุเข้ามา แต่ประโยคทั้งหมดต้องกลืนหายไปในลำคอเมื่อผู้จัดการส่วนตัวก้าวเข้ามาเห็นภาพตรงหน้า เรนินและจินนี่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต ใบหน้าของเรนินกลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งอีกครั้งในเสี้ยววินาที ขณะที่จินนี่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ อย่างนึกเสียดาย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและเคมีที่ร้อนแรงในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น•ตอนที่ 10
รอยยิ้มที่ไม่ได้เตรียมมา
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!