แสงแฟลชจากสื่อมวลชนที่กระพือราวกับพายุเฮอร์ริเคนไม่ได้ทำให้เรนินกะพริบตาแม้แต่น้อย เธอยืนนิ่งสงอยู่หลังฉากเวทีพรีวิวคอลเลกชันกูตูร์ประจำซีซั่นนี้ นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือลูกไม้สีดำสนิทกำลังจัดแต่งโครงชุดผ้าไหมซาตินสีนิลประดับคริสตัลระยิบระยับบนหุ่นลองเสื้อครั้งสุดท้าย ความกดดันจากข่าวฉาวโฉ่เมื่อคืนวาน—ที่พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งใส่ร้ายป้ายสีว่าจินนี่ นางแบบสาวเบอร์หนึ่งและ 'ของต้องห้าม' ในใจเธอ เป็นต้นเหตุให้แบรนด์เสื่อมเสีย—กำลังลุกโชนเป็นไฟในอก แต่มันไม่ได้ถูกระบายออกมาเป็นความโกรธเกรี้ยว หากแต่มันถูกหล่อหลอมกลายเป็นพลังงานความงามที่เฉียบคมและดุดันยิ่งกว่าเดิม
“ข่าวในโซเชียลตอนนี้ยอดเอ็นเกจเมนต์พุ่งทะลุร้อยล้านไปแล้วค่ะคุณเรนิน พวกแอนตี้แฟนกำลังทุบเราเละเทะ บอร์ดบริหารโทรมาสายแทบไหม้ ถามว่าเราจะยกเลิกดีลกับจินนี่ไหม” เคทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือในมือสั่นน้อยๆ ขณะรายงานสถานการณ์
เรนินไม่แม้แต่จะชายตามองหน้าจอสมาร์ตโฟนเครื่องนั้น ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นดีไซน์เฉียบตวัดมองผลงานตรงหน้า รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากอย่างเหนือชั้น
“ยกเลิกเหรอคะ... พวกเขาคงฝันกลางวันกันอยู่กระมัง” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเยือกเย็น “ในเมื่อพวกเขากระหายเรื่องฉาวนัก ฉันก็จะสาดความจริงที่งดงามจนพวกมันสำลักความอิจฉาตายไปข้างหนึ่งเลยค่ะ”
ประตูกั้นห้องแต่งตัวถูกผลเปิดอย่างแรง จินนี่ก้าวเข้ามาในชุดเดรสยาวรัดรูปสีเลือดหมู ใบหน้าสวยคมที่มักจะตีสีหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์อยู่เสมอกลับมีร่องรอยความกังวลซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตากลมโตคู่นั้น เธอกวาดตามองเรนินที่กำลังยุ่งอยู่กับโครงเหล็กและเข็มหมุด ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว
“มั่นใจจังนะคะดีไซเนอร์คนเก่ง... ไม่กลัวว่าชุดชิ้นเอกนี่จะพลอยโดนกระแสสังคมเผาทิ้งไปพร้อมกับฉันหรือไง” จินนี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนตามนิสัย แม้ริมฝีปากจะสั่นระริกเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
เรนินชะงักมือที่กำลังจับจีบผ้า เธอก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวนางแบบสาวอย่างรวดเร็ว จนจินนี่ต้องผถอยหลังไปชนกับราวแขวนเสื้อโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนเฉพาะตัวของจินนี่ลอยเข้าแตะจมูก เรนินโน้มใบเข้าไปกระซิบข้างใบหูขาวสะอาดด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจคนฟังกระตุกวูบ
“จำใส่สมองเอาไว้ค่ะจินนี่... บนรันเวย์นี้ ไม่มีใครมีสิทธิ์ทำลายคุณได้ นอกจากตัวฉันเอง” เรนินผละออกมาช้าๆ สายตาคมกริบกวาดสำรวจเรือนร่างระหงของหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า “และวันนี้ ฉันจะใช้ผลงานชิ้นนี้ตบหน้าพวกที่เหยียบย่ำคุณให้จมดิน”
จินนี่นิ่งงังไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาต่อคำครหาของผู้คนกลับเต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก ความอบอุ่นแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาในความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเป็นเกราะกำบัง เรนิน... ผู้หญิงที่ดูหยิ่งยโสและไร้หัวใจคนนี้ กำลังปกป้องเธอ... ปกป้องด้วยศักดิ์ศรีและผลงานที่เธอทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกาย
“คุณมัน... เผด็จการชะมัด” จินนี่พึมพำเบาๆ หลบสายตาคมคายคู่นั้นด้วยความเคอะเขินที่ไม่ค่อยได้แสดงออกบ่อยนัก
“รู้ตัวก็ดีค่ะ เตรียมตัวให้พร้อม อีกสามนาทีเราจะก้าวออกไปประกาศสงครามกัน”
เสียงเพลงบีทหนักหน่วงและเร้าใจดังกระหึ่มขึ้นเมื่อไฟในฮอลล์หรูดับลง สปอตไลท์ดวงใหญ่สาดส่องตรงไปยังปลายทางเดินรันเวย์ นักข่าวและแขกผู้มีเกียรติในวงการแฟชั่นต่างฮือฮากันขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชื่อคอลเลกชันใหม่ปรากฏบนจอ LED ขนาดยักษ์— *‘The Untouchable Queen’*
จินนี่ก้าวเท้าออกไปท่ามกลางแสงแฟลชที่สาดกระหน่ำราวกับห่าฝน ทว่าคราวนี้ ไม่มีแววตาหวาดหวั่นหรือความสับสนแม้แต่น้อย ชุดกูตูร์สีนิลประดับคริสตัลระยิบระยับรับกับส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างอย่างสมบูรณ์แบบ ทุกย่างก้าวที่เธอดำเนินไปมีความมั่นทรงพลัง เย่อหยิ่ง และทรงเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้ มันไม่ใช่แค่การเดินแบบ แต่เป็นการประกาศกร้าวให้โลกรู้ว่าผู้หญิงคนนี้คือราชินีผู้ไร้พ่าย และข่าวลือสกปรกโสมมทั้งหลายเป็นได้แค่ฝุ่นละอองใต้ฝ่าเท้า
เบื้องหลังเวที เรนินยืนกอดอกมองภาพนั้นผ่านม่านโปร่ง รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว หัวใจที่เคยปิดตายมาเนิ่นนานกลับเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากอันร้ายกาจที่จินนี่ส่งตรงมาให้เธอก่อนจะโพสท่าสุดท้ายฟินนาเล่
ทันทีที่เสียงปรบมือดังสนั่นฮอลล์และจินนี่เดินกลับเข้ามาหลังเวทีด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ เรนินก็ก้าวเข้าไปคว้าข้อมือเรียวของนางแบบสาวแล้วดึงเข้าไปในห้องแต่งตัวส่วนตัว ปิดล็อกกลอนประตูเสียงดัง *คลิก*
“คุณเห็นสีหน้าพวกบอร์ดบริหารเมื่อกูตูร์เซ็ตนี้รันจบไหมคะ?” จินนี่หัวเราะร่วน ดวงตาระยิบระยับด้วยความสะใจ “พวกเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแทบไม่ทัน”
“ฉันไม่ได้สนใจพวกนั้นหรอกค่ะ” เรนินตอบเสียงเรียบ แต่ดวงตากลับพุ่งตรงมาที่จินนี่ด้วยประกายความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม
“อ้าว แล้วคุณสนใจอะ...”
คำถามถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อเรนินรวบเอวบางเข้าหาตัวแล้วประกบเรียวปากลงมาทันที เป็นการจุมพิตที่ไม่มีการลังเล หนักหน่วง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานาน จินนี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่สติจะเลือนหายไปกับสัมผัสวาบหวามที่เรนินมอบให้ มือเรียวเผลอยกขึ้นโอบรอบลำคอระหงของดีไซเนอร์สาวโดยอัตโนมัติ ตอบรับรสจูบที่ทั้งดุดันและหวานล้ำราวกับต้องมนต์สะกด
ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในความเงียบงันของห้องแต่งตัว ก่อนที่เรนินจะผริมฝีปากออกช้าๆ หน้าผากแนบชิดกับหน้าผากของจินนี่ที่กำลังหอบหายใจน้อยๆ แก้มเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอาย
“นี่คือรางวัลสำหรับการทำตามแผนของฉันได้อย่างสมบูรณ์แบบค่ะ” เรนินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มนุ่มทอดสะพานตรงเข้าสู่ก้นบึ้งหัวใจของนางแบบสาว
จินนี่เม้มริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองคนตัวสูงกว่าด้วยความหมั่นไส้แก I แสร้งทำเป็นเชิดหน้าขึ้นแม้หัวใจจะเต้นรำไม่เป็นจังหวะ
“จูบเก่งขนาดนี้... ไปฝึกมาจากไหนไม่ทราบคะ ดีไซเนอร์น้ำแข็งไส”
เรนินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่เคลียแก้มให้อย่างทะนุถนอม ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศหวานปนแซ่บ เสียงเคาะประตูก็จดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเคทที่ดังทะลุเข้ามา
*“คุณเรนินคะ! คุณจินนี่! แย่แล้วค่ะ! มีคนส่งพัสดุกรรมการลับจ่าหน้าถึงคุณสองคน... เปิดดูแล้วข้างใน... มันคือภาพถ่ายในอดีตของคุณสองคนที่ปารีสเมื่อสามปีก่อนค่ะ!”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและเคมีที่ร้อนแรงในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น•ตอนที่ 12
การปกป้องในแบบของเรนิน
ผลงานโดย ควีนบีทูโก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!