ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น•ตอนที่ 8

คืนพายุเข้า

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
เสียงฟ้าคำรามลั่นสนั่นหูพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนจากสายฝนที่กระหน่ำซัดเข้าใส่กระจกบานใหญ่ของห้องพักรีสอร์ตกลางหุบเขา เสียงกริ่งเตือนภัยจากระบบไฟสำรองดังขึ้นเพียงครั้งเดียวก่อนที่ทุกอย่างจะตกอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่สาดส่องให้เห็นเงาสะท้อนของความวุ่นวายภายในห้อง "ให้ตายสิ นี่มันพายุฤดูร้อนหรือเฮอร์ริเคนถล่มกันแน่เนี่ย" เสียงบ่นอุบอิบดังขึ้นจากมุมห้อง พร้อมกับร่างเพรียวบางของจินนี่ที่ก้าวออกมาจากห้องครัวในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีขาวตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้น เธอกำลังใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กขยี้ผมที่เปียกชื้นบางส่วนจากการเดินไปเช็กหน้าต่างฝั่งระเบียงเมื่อครู่ ดวงตาคมกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างระหงของดีไซเนอร์สาวมือหนึ่งที่ยืนนิ่งอยู่หน้าแผงควบคุมไฟ เรนินในชุดสูทลำลองสีดำสนิทไม่ได้หันมามอง แต่ออร่าความหงุดหงิดรอบตัวเธอนั้นแผ่ซ่านจนจินนี่สัมผัสได้ "สัญญาณมือถือดับ อินเทอร์เน็ตล่ม และที่สำคัญที่สุด... ทางขึ้นลงเขาถูกดินถล่มปิดตายตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว เคทโทรมาบอกก่อนสายจะตัดไปว่าเรา ‘ติดแห็ก’ อยู่ที่นี่อย่างน้อยก็จนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า" เรนินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มันแฝงไปด้วยความหัวเสียอย่างชัดเจน เธอกดปุ่มรีเซ็ตระบบไฟเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ จินนี่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างห้ามไม่อยู่ แม้ในยามวิกฤตแบบนี้ นางแบบสาวตัวแสบกลับมองว่ามันคือความบันเทิงชั้นยอด "โอ๊ะ... แปลว่าเราสองคนต้องติดอยู่ในห้องเดียวกัน สองต่อสอง ยามค่ำคืนที่พายุโหมกระหน่ำ และไฟฟ้าดับสนิทอย่างนั้นเหรอคะคุณดีไซเนอร์?" จินนี่จงใจลากเสียงยาวอย่างยียวน เธอเดินน่องเรียวเข้าไปใกล้เรนินทีละก้าว ปล่อยให้กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือความเซקซี่ลอยวนอยู่ในอากาศชื้น เรนินหันขวับมามองทันที ดวงตาสีนิลคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด เธอยกแขนขึ้นกอดอกเพื่อสร้างระยะห่างทางกายภาพ แต่มันไม่ได้ช่วยให้หัวใจที่เต้นผิดจังหวะของเธอนิ่งสงบลงเลยแม้แต่น้อย "อย่ามาทำเป็นเล่นสนุกนะจินนี่ สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ได้โรแมนติกอย่างในนิยายที่คุณชอบอ่านหรอกนะ เรากำลังติดอยู่กลางป่า อาหารในตู้เย็นมีจำกัด และที่สำคัญ..." เรนินเว้นจังหวะ กวาดสายตามองสำรวจห้องพักที่มีเตียงนอนขนาดใหญ่เพียงเตียงเดียว "ที่นอนมีแค่เตียงเดียว" จินนี่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทุ้มนุ่มและน่าฟังนั้นทำให้เรนินรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินวนอยู่ในท้องอย่างไม่มีเหตุผล นางแบบสาวก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนระยะห่างระหว่างเขaทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว เรนินต้องเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อสบตา "แล้วใครบอกล่ะคะว่าฉันคิดเรื่องโรแมนติก..." จินนี่กระซิบเสียงพร่า ใบหน้าสวยเฉี่ยวยื่นเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะแตะกัน "แต่ถ้าคุณกลัวว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ไหวเวลานอนเตียงเดียวกัน... บอกฉันได้นะคะ ฉันใจดีพอที่จะยอมเสียสละให้คุณนอนบนโซฟาตัวนั้น" เธอยื่นนิ้วเรียวชี้ไปที่โซฟาเบดตัวเล็กแคบที่แทบจะนอนเหยียดขาไม่ได้ เรนินกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ มือเรียวเล็กยื่นไปผลักไหล่บางของอีกฝ่ายให้ออกห่างอย่างไม่สบอารมณ์ "เชิญคุณนอนโซฟาไปเถอะค่ะ เพราะคนอย่างฉันไม่มีทางแย่งที่นอนกับนางแบบปากดีแน่นอน" เรนินเชิดหน้าขึ้น หันหลังหนีเพื่อเดินไปหยิบเทียนหอมอมาโรมาเทอราปีที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์มาจุดเพื่อเพิ่มแสงสว่าง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดด้านนอกและเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ เรนินใช้ไฟแช็กจุดเทียนเล่มแรก แสงสีส้มอบอุ่นสั่นไหวตามแรงลมที่เล็ดลอดเข้ามาจากรอยต่อหน้าต่าง เปลวไฟดวงเล็กสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววครุ่นคิดบางอย่าง จินนี่ไม่ได้เดินไปที่โซฟาอย่างที่ปากว่า เธอกลับทิ้งตัวลงนั่งบนขอบโซฟาตัวยาวใกล้ๆ มองดูแผ่นหลังที่ตั้งตรงราวกับหุ่นเชิดของดีไซเนอร์สาว ความนิ่งเงียบของเรนินมักจะซ่อนพายุอารมณ์บางอย่างไว้เสมอ และจินนี่ก็รู้ดีว่าภายใต้เกราะป้องกันที่หนาเตอะนั่น... เรนินไม่ได้เย็นชาอย่างที่แสดงออก "คุณเกลียดฉันมากเลยเหรอคะเรนิน?" คำถามกะทันหันหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่ม เรนินชะงักมือที่กำลังจัดวางเทียนหอม เปลวไฟวูบไหวตามจังหวะหัวใจที่กระตุกวูบ เธอหันกลับมามองด้วยแววตาไหวระริกชั่วขณะก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม "ทำไมฉันต้องเกลียดคุณด้วยล่ะคะ เราเป็นแค่..." "คู่กัด? คู่ค้า? หรือคู่กรณี?" จินนี่พูดแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ไม่มีความเยาะเย้ยเจืออยู่เลย เป็นรอยยิ้มที่ดูเปราะบางและจริงจังจนเรนินเผลอกลั้นหายใจ "ทุกครั้งที่เราเจอกัน คุณมักจะมองฉันด้วยสายตาที่เหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ในขณะเดียวกัน... เวลาที่คุณแก้ชุดบนตัวฉันตอนลองแบบ สายตาคู่นั้นกลับใส่ใจทุกรายละเอียดราวกับฉันเป็นงานศิลปะชิ้นเอก" เรนินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ไดอะล็อกคมกริบที่เคยใช้ฟาดฟันกันมลายหายไปในอากาศ ชั่วขณะนั้น กำแพงที่เรนินสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกและจากความทรงจำอันเจ็บปวดในอดีตเริ่มสั่นคลอน "คุณไม่รู้อะไรเลยจินนี่..." เสียงของเรนินแผ่วเบาลง ไร้ซึ่งความแข็งกร้าวเหมือนทุกที เธอก้าวเดินเข้ามาใกล้จินนี่ช้าๆ แสงเทียนสลัวอาบไล้กรอบหน้าคมคายให้ดูนุ่มนวลขึ้น "ความสมบูรณ์แบบที่ฉันต้องการ... มันไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่เพราะฉันไม่อยากผิดพลาดอีกเป็นครั้งที่สอง" จินนี่เงยหน้าขึ้นมองดีไซเนอร์สาว แววตาที่มักจะซ่อนความเย่อหยิ่งไว้ตอนนี้กลับฉายแววความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เธอยื่นมือออกไปสัมผัสปลายนิ้วเย็นเฉียบของเรนินที่วางอยู่ข้างลำตัวเบาๆ "ความผิดพลาดไม่ใช่เรื่องน่ากลัวหรอกนะคะเรนิน..." จินนี่กระซิบเสียงแผ่ว นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสะท้อนภาพของเรนินอย่างชัดเจน "บางครั้ง... สิ่งที่สวยงามที่สุด อาจจะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดที่เราไม่ได้ตั้งใจก็ได้" ปลายนิ้วที่สัมผัสกันส่งกระแสความอบอุ่นแล่นริ้วไปทั่วร่าง เรนินสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ดึงมือออก ระยะห่างที่เคยมีถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง สายตาของทั้งคู่ประสานกันนิ่งในความมืดที่มีเพียงแสงเทียนนำทาง ความรู้สึกที่ขัดแย้งกันมาตลอดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำมาอธิบาย ท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำภายนอกที่ตัดขาดพวกเธอจากโลกทั้งใบ หัวใจสองดวงกลับเต้นเป็นจังหวะเดียวกันอย่างน่าประหลาด เรนินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เธอกำลังจะขยับตัวถอยหลังเพื่อทำลายบรรยากาศที่อันตรายนี้ แต่ก่อนที่เธอจะได้ทำเช่นนั้น จินนี่กลับเป็นฝ่ายขยับเข้าประชิด มือเรียวอีกข้างเอื้อมขึ้นประคองกรอบหน้าของดีไซเนอร์สาวไว้อย่างแผ่วเบา ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มเนียน "อย่าเพิ่งถอยหนีเลยนะคะ..." เสียงกระซิบกระchēอารมณ์ดังชิดริมฝีปาก "คืนนี้ยังอีกยาวไกล... และเรายังมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กันอีกเยอะค่ะคุณดีไซเนอร์" เรนินนิ่งค้างไปกับสัมผัสที่อุ่นซ่านนั้น นัยน์ตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจินนี่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของเธอ จังหวะชีวิตที่เคยเป๊ะทุกองศาพังทลายลงไม่เป็นท่าในเสี้ยววินาทีนั้น ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังจะก้าวข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์ เสียงเคาะประตูดังปัง! สนั่นลั่นห้องพร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของเคทที่ดังทะลุสายฝนเข้ามาขัดจังหวะ "เรนิน! จินนี่! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันเปียกเป็นลูกสุนัขตกน้ำแล้วเนี่ย!" จินนี่ชะงักกึกทันที เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเซ็งสุดขีดในขณะที่เรนินรีบผละถอยหลังออกไปทันที ใบหน้าสวยเฉียบขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา เรนินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมาก่อนจะหันไปมองหน้าประตู แล้วจู่ๆ ลูกบิดประตูก็หมุนคววับพร้อมกับร่างเปียกปุ่มปั่มของเคทที่ผลักประตูพรวดเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ในมือ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและเคมีที่ร้อนแรงในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%