ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น•ตอนที่ 7

การเดินทางที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย ควีนบีทูโก
“ถ้าคุณยังเอาแต่นั่งเงียบแล้วทำหน้าเหมือนฉันติดหนี้คุณร้อยล้านอยู่แบบนี้ ฉันเกรงว่าโปรเจกต์ผ้าทอพื้นเมืองภาคเหนือของเราคงจะได้ล่มปากอ่าวตั้งแต่ยังไม่ทันออกจากสนามบินดอนเมืองแล้วล่ะค่ะ คุณดีไซเนอร์” เสียงทุ้มหวานเจือความเย้าแหย่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในรถตู้ VIP สีดำสนิทที่กำลังพุ่งทะยานออกนอกเขตกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ตามคำสั่งเฉียบขาดของท่านประธานใหญ่ที่ต้องการให้ตัวแม่ของสองฝั่งวงการแฟชั่นลงพื้นที่ไปตรวจความพร้อมของโรงงานทอผ้าด้วยตัวเอง เรนินไม่แม้แต่จะชายตามองคนพูด เธอยังคงก้มหน้าอยู่กับแท็บเล็ตคู่ใจ นิ้วเรียวภายใต้เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีขาวตัดเย็บอย่างประณีตเลื่อนหน้าจอเช็คคิวงานและรายละเอียดสเปกเส้นใยด้วยความเร็วที่สะท้อนถึงระเบียบวินัยอันเคร่งครัดในชีวิต ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเข้ารูปนั่งหลังตรงแน่วราวกับไม้บรรทัด ไม่ยอมปล่อยให้บรรยากาศผ่อนคลายใดๆ เล็ดลอดเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่เธอกั้นอาณาเขตไว้ “ถ้าการทำงานร่วมกับฉันมันน่าอึดอัดนัก จินนี่ คุณก็นอนหลับไปซะ หรือไม่ก็เช็คอินอินสตาแกรมอวดแฟนคลับตามวิสัยที่คุณถนัดเถอะค่ะ ไม่ต้องมาเสียเวลาใส่ใจความเงียบของฉันหรอก” เรนินสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และไร้ซึ่งอารมณ์ขันโดยสิ้นเชิง จินนี่ แค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ หญิงสาวในชุดเดรสไหมพรมสีเอิร์ธโทนสุดชิคที่ขับให้ผิวเนียนละเอียดดูเปล่งประกายท้าแสงแดดยามสาย ขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างที่นั่งตีสีหน้าเคร่งขรึมอีกนิด กลิ่นน้ำหอมแบรนด์นิชราคาแพงระยับลอยละลิ่วเข้ามาปะทะจมูกของคนข้างกายจนเรนินต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว “แหม... จะให้ฉันนอนหลับทิ้งช่วงเวลาดีๆ ที่จะได้นั่งมองดีไซเนอร์มือหนึ่งของประเทศขมวดคิ้วเป็นปมได้อย่างไรกันล่ะคะ” จินนี่เอียงคอเล็กน้อย ดวงตากลมโตคมกริบภายใต้ขนตางอนงามช้อนขึ้นมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายอย่างจงใจยั่วเย้า “คุณก็รู้ว่าท่านประธานจงใจจับคู่เรามาทรมานกันชัดๆ คิดยังไงถึงส่งตัวแม่สายเหวี่ยงกับตัวแม่สายจิกมาทำงานร่วมกันในที่กันดารแบบนี้ล่ะคะเนี่ย” “ฉันมาทำงานค่ะ ไม่ได้มาเล่นขายของเหมือนที่คุณทำ” เรนินปิดแท็บเล็ตในมือดังฉับ เสียงนั้นหนักแน่นพอๆ กับแววตาที่หันขวามาสบตากับนางแบบสาวตรงๆ “แล้วกรุณาจำไว้ด้วยว่า ต่อให้ที่นี่จะไม่ใช่สตูดิโอในกรุงเทพฯ แต่มาตรฐานการทำงานของฉันยังคงเดิม... เป๊ะ ละเอียด และไม่ยอมรับความผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะความไร้ระเบียบ” สายตาคู่คมของทั้งคู่ปะทะกันกลางอากาศราวกับมีประกายไฟแลบแปล๊บ เรนินคือความสมบูรณ์แบบที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากกรอบระเบียบอันเข้มงวด ขณะที่จินนี่คือความพยศ ลื่นไหล และพร้อมจะพังทลายทุกกฎเกณฑ์ที่ขวางหน้าเพื่อความสนุกของตัวเอง เคมีที่รุนแรงและเร้าใจนี้ทำให้บรรยากาศภายในรถตู้แคบลงถนัดตา หัวใจของทั้งสองดวงเต้นผิดจังหวะด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ฝ่ายหนึ่งโกรธขัดเคือง แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกสนุกจนแทบจะอดใจรอไม่ไหวที่จะได้เห็นคนตรงหน้าหลุดอาการ การเดินทางยาวนานกว่าหชั่วโมงผ่านพ้นไป ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากตึกสูงระฟ้าเป็นความเขียวชะอุ่มของขุนเขาและท้องนาอันกว้างใหญ่ รถตู้เลี้ยวเข้าสู่รีสอร์ทสไตล์บูติกหรูหราอิงแอบธรรมชาติที่เคท ผู้จัดการส่วนตัวของจินนี่ เป็นคนจัดการจองไว้ล่วงหน้าตามคำสั่งของบริษัท “ว้าว... วิวหลักล้านอยู่นะคะเนี่ยคุณเรนิน ถึงงานจะหนักแต่ถ้าได้นอนที่นี่ ฉันว่าพอร์ตงานคอลเลกชันนี้ต้องออกมาปังปุริเย่แน่ๆ” เคทเอ่ยปากชมพลางจัดการหยิบกระเป๋าเดินทางลงจากรถ แต่ทว่ารอยยิ้มของเธอก็ต้องสะดุดลง เมื่อพนักงานต้อนรับของรีสอร์ทเดินเข้ามาโค้งตัวด้วยสีหน้าลำบากใจ “กราบขออภัยจริงๆ นะคะคุณลูกค้า พอดีทางรีสอร์ทเกิดความผิดพลาดเรื่องระบบจองห้องพักช่วงไฮซีซั่น ทำให้ห้องพักแบบวิลล่าส่วนตัวเหลือแค่หลังเดียวเท่านั้นค่ะ ส่วนห้องดีลักซ์มาตรฐานตอนนี้เต็มทุกห้องแล้วจริงๆ ค่ะ” เรนินขมวดคิ้วทันที ดวงตาสีเข้มหันขวับไปมองพนักงานต้อนรับด้วยแววตาตำหนิ “หมายความว่ายังไงคะ? ฉันให้เลขาฯ คอนเฟิร์มการจองล่วงหน้าเป็นเดือนแล้ว ทำไมถึงเกิดความผิดพลาดแบบนี้ขึ้นได้?” “เอ่อ... คือทางระบบออนלייןมันซ้อนกันพอดีค่ะท่าน... ต้องขออภัยจริงๆ ค่ะ” พนักงานก้มหน้าหลบสายตา จินนี่ที่ยืนกอดอกพิงรถตู้ด้วยท่าทางสบายๆ คลี่ยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย เธอปรายตามองเรนินที่กำลังหัวเสียเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความท้าทาย “จะยากอะไรล่ะคะ ในเมื่อมันเหลือห้องวิลล่าเดี่ยวแค่หลังเดียว เราก็แค่นอนห้องเดียวกันจบเรื่องค่ะ” เรนินหันขวับมามองนางแบบสาวทันที ดวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจแกมไม่เชื่อหู “ว่ายังไงนะจินนี่? คุณพูดอะไรออกมา รู้ตัวหรือเปล่า” “รู้สิคะ ทำไมล่ะ หรือว่าดีไซเนอร์มือหนึ่งผู้เพียบพร้อมคนนี้ จะกลัวการใช้ห้องพักร่วมกับนางแบบหน้าตายอย่างฉันกันล่ะคะ?” จินนี่ก้าวเท้าเข้าไปใกล้เรนินทีละน้อย จนแผ่นหลังบางของดีไซเนอร์สาวเกือบจะชนกับประตูรถตู้ “หรือกลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหว... เผลอทำอะไรฉันเข้ากลางดึกกันแน่ล่ะคะ?” คำพูดเย้าแหย่ที่เต็มไปด้วยความท้าทายนั้นทำเอาเรนินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะเข้าบริเวณต้นคอยิ่งทำให้หัวใจที่เคยสงบนิ่งมาตลอดหลายปีเต้นระรัวจนแทบกระโจนออกมานอกอก เรนินเชิดหน้าขึ้นพยายามรักษาฟอร์มความเยชาชาและมั่นใจในตัวเองให้มากที่สุด แม้ว่าปลายนิ้วมือจะเริ่มเย็นเฉียบด้วยความประหม่าที่ถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว “อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยค่ะจินนี่ ฉันไม่มีทางเอาเวลาพักผ่อนอันมีค่ามาสิ้นเปลืองกับคนอย่างคุณแน่” เรนินกัดฟันพูดลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ระคนระอา “งั้นก็แปลว่าตกลงตามนี้นะคะ เคท... จัดการกระเป๋าเอาไปไว้ที่วิลล่าหลังนั้นได้เลยค่ะ” จินนี่หันไปสั่งผู้จัดการส่วนตัวด้วยน้ำเสียงรื่นเริงโดยไม่เปิดโอกาสให้เรนินได้ปฏิเสธแม้แต่น้อย แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องกระทบกับหลังคาวิิลล่าไม้สักทองท่ามกลางแมกไม้สีเขียวขจี บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัวจนเกินไป เรนินก้าวเข้ามาในห้องนอนกว้างขวางที่มีเตียงคิงไซส์ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง กลิ่นอายความโรแมนติกของธรรมชาติรอบตัวช่างขัดแย้งกับความอึดอัดภายในอกของเธอเสียเหลือเกิน จินนี่เดินตามเข้ามาติดๆ พร้อมกับปิดประตูไม้ลงเสียงดังคลิก ล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ก่อนจะหันมาส่งยิ้มพราวเสน่ห์ให้คนที่กำลังยืนกอดอกนิ่งอยู่กลางห้อง “เอาล่ะค่ะ ในเมื่อเราต้องใช้ห้องร่วมกันคืนนี้ เรามาตกลงเขตแดนกันก่อนดีกว่าไหมคะว่าฝั่งไหนของเตียงคือเขตปลอดภัย” จินนี่เอ่ยพร้อมกับค่อยๆ เดินเข้าประชิดตัวเรนินทีละก้าว ปฏิกิริยาของดีไซเนอร์สาวที่ถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบเตียงนอนทำให้แววตาของนางแบบสาวยิ่งพราวระยับด้วยความสนุกสนาน เรนินพยายามดันไหล่บางของอีกฝ่ายให้ออกห่างเมื่อระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่จินนี่กลับใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือของเธอตรึงไว้เบาๆ บนฟูกนุ่ม ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบแตะสัมผัสผิวเนื้อจนเรนินสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา “คุณจินนี่ ถอยไปเดี๋ยวนี้เลยนะคะ ไม่อย่างนั้นฉันจะ...” “จะทำไมเหรอคะ? จะไล่ฉันออก หรือจะจูบฉันให้หายปากเก่งดีล่ะคะคุณเรนิน?” เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำดังขึ้นชิดริมหีบฝีปากในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเต้นตรงกันพอดี ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องพักด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันและบรรยากาศที่กำลังพุ่งทะยานสู่จุดอันตราย... “คุณเรนินคะ! คุณจินนี่คะ! ท่านประธานวิดีโอคอลด่วนเข้ามาค่ะ บอกว่ามีเรื่องด่วนที่สุดเกี่ยวกับสัญญากับทางโรงงานทอผ้าที่เชียงใหม่ ต้องคุยตอนนี้เลยค่ะ!” เสียงร้อนรนของเคทดังทะลุประตูไม้เข้ามาอย่างไม่รู้เวลานเวลา ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความแซ่บและเคมีที่ร้อนแรงในตอนนี้ด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ควีนบีทูโก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีไซเนอร์มือฉมังกับนางแบบหน้าตายที่ร้ายกว่าที่เห็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%