“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกันแน่... เรย์?”
เสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่ในมิติแห่งความว่างเปล่าที่ถูกย้อมด้วยสีนิลกาล อาเรียยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าผม มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่ดาบในมือของเธอสะท้อนแสงสีม่วงประหลาดจากระบบที่เพิ่งจะกระชากวิญญาณของบอสใหญ่ในดันเจี้ยนระดับ S ลงสู่ห้วงเหว
ผมมองดูมือตัวเอง เลือดสีดำคล้ำของปีศาจไหลซึมผ่านร่องนิ้ว มันไม่ใช่เลือดของมนุษย์ แต่มันคือพลังงานที่เดือดพล่านเหมือนลาวาที่กำลังจะระเบิดออก ผมเงยหน้าขึ้นมองอาเรีย ดวงตาของผมคงไม่ได้เป็นสีน้ำตาลธรรมดาอีกต่อไป ผมสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วกระดูกสันหลัง
“อย่าถามคำถามที่เจ้าก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว อาเรีย” ผมตอบ น้ำเสียงของผมแหบพร่าและเย็นชาเกินกว่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะเป็นได้ “ระบบไม่ได้มอบพลังให้ผม... แต่มันกำลัง ‘ใช้งาน’ ผม”
“หมายความว่ายังไง!” อาเรียตะโกน ความกังวลในดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว “นายแข็งแกร่งขึ้นเร็วกว่าฮันเตอร์คนไหนในประวัติศาสตร์ นายฆ่าบอสระดับ S ได้ด้วยการสะบัดมือเพียงครั้งเดียว! นี่ไม่ใช่พลังของมนุษย์ แต่นายคือเพื่อนของฉัน นายต้องตั้งสติ!”
ผมเดินเข้าไปใกล้เธอ ทุกย่างก้าวพื้นดินสั่นสะเทือน เงารอบตัวผมขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นหนวดสีดำที่เลื้อยไปตามผนังถ้ำ “เพื่อนงั้นหรือ? นายลืมไปแล้วหรือว่าระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร มันไม่ได้มีไว้เพื่อช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากดันเจี้ยน แต่มันคือ ‘กรงขัง’ ที่รอเวลาจะเปิดออก”
ทันใดนั้น หน้าจอโปร่งใสสีเลือดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าผม รัวเร็วราวกับเครื่องจักรที่รวนเร
[คำเตือน: ขีดจำกัดของ ‘ภาชนะ’ กำลังจะถึงจุดวิกฤต]
[ภารกิจหลัก: ยอมรับอัตลักษณ์ที่แท้จริง หรือถูกกัดกินโดยความมืด]
[เป้าหมายปัจจุบัน: เตรียมรับการจุติของ ‘จอมทัพเงาอาซารอส’ ในร่างของโฮสต์]
ผมหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะที่ฟังดูเหมือนเสียงแก้วแตกละเอียด อาเรียถอยกรูดไปจนชิดกำแพง เธอตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่าสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่เรย์ ฮันเตอร์แรงก์ F ที่เธอเคยปกป้องอีกต่อไป
“เรย์... นายกำลังโดนครอบงำใช่ไหม?” เธอพยายามจะเอื้อมมือมาแตะไหล่ผม แต่เงาสีดำพุ่งเข้าปัดมือเธอออกอย่างรุนแรง
“ผมไม่ใช่ภาชนะที่รอการเติมเต็ม อาเรีย...” ผมขยับนิ้ว พลังมหาศาลบีบอัดอากาศจนรอบข้างเริ่มบิดเบี้ยว “ผมคือคนที่ระบบเลือกมาเป็น ‘บัลลังก์’ ให้กับเทพแห่งความมืดที่ถูกจองจำมานานนับพันปี และตอนนี้... เสียงของมันในหัวผมกำลังบอกว่า มันไม่ต้องการรออีกต่อไปแล้ว”
ความทรงจำมากมายไหลทะลักเข้ามาในหัวผม ภาพของอาณาจักรที่ล่มสลาย กองทัพเงาที่ก้มหัวให้แก่ผู้ที่ถือครองกริชแห่งความมืด ผมเห็นตัวเองในอดีตชาติ—ไม่ใช่ในฐานะมนุษย์ แต่ในฐานะชิ้นส่วนของความว่างเปล่าที่รอการรวมร่าง
“หนีไป” ผมคำรามออกมา สติสัมปชัญญะของเรย์คนเดิมกำลังสู้รบกับความปรารถนาที่จะทำลายล้างที่ถูกฝังอยู่ในดีเอ็นเอของผม “ถ้าไม่อยากตายด้วยน้ำมือของคนที่เธอเชื่อมั่น จงหนีไปซะ!”
“ไม่! ฉันไม่ทิ้งนาย!” อาเรียชักดาบขึ้นมา เธอตัดสินใจในสิ่งที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต เธอเลือกที่จะสู้กับสิ่งที่เธอรัก เพื่อรักษาส่วนหนึ่งของเขาเอาไว้
ฉากการต่อสู้ไม่ได้เริ่มด้วยความแค้น แต่เริ่มด้วยความเศร้าโศก ดาบของอาเรียตวัดผ่านอากาศ สร้างประกายไฟสีเงินที่ดูเปราะบางเหลือเกินเมื่อเทียบกับคลื่นพลังสีดำสนิทที่ผมปล่อยออกมา ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเธอ แต่ร่างกายนี้... มันตอบสนองต่อทุกการเคลื่อนไหวของเธอด้วยสัญชาตญาณของการ ‘กำจัดศัตรู’
ทุกครั้งที่อาเรียโจมตี ระบบจะวิเคราะห์จุดอ่อนของเธอและแสดงผลลัพธ์บนเรตินาของผมอย่างเลือดเย็น
[วิเคราะห์จุดอ่อน: จุดศูนย์ถ่วงเบี่ยงซ้าย 3 องศา]
[แนะนำ: การโจมตีด้วยความเร็วระดับเสียงที่จุดตัดของเส้นเลือดใหญ่]
“หยุด... หยุดเดี๋ยวนี้!” ผมตะโกนใส่ระบบในใจ แต่มันกลับเงียบกริบ ปล่อยให้ร่างกายผมเคลื่อนไหวไปเองดั่งหุ่นเชิดที่ไร้สายโยง ผมพุ่งตัวเข้าประชิดอาเรียในเสี้ยววินาที มือข้างหนึ่งคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงมหาศาลทำให้กระดูกของเธอส่งเสียงลั่น
“ฉันเตือนเธอแล้ว” เสียงของผมเปลี่ยนไป มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์อีกต่อไป มันคือเสียงประสานของคนนับล้านที่ตายไปในสงครามแห่งเงา
อาเรียเงยหน้าขึ้นมองผม น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านแก้มที่เปรอะเปื้อนฝุ่นดิน “เรย์... ถ้าวันหนึ่งนายได้สติกลับมา... ช่วยจำไว้ด้วยว่า... ฉันเชื่อมั่นในตัวนายเสมอ”
วินาทีนั้นเอง แสงสีดำจากหน้าจอระบบก็ระเบิดออกจนกลบทุกอย่างจนมืดมิด ผมรู้สึกถึงบางอย่างที่กำลังพุ่งเข้ามายึดครองดวงวิญญาณ มันไม่ใช่แค่การควบคุม แต่มันคือการ ‘รวมเป็นหนึ่ง’
ทันใดนั้น เสียงเตือนสุดท้ายที่รุนแรงกว่าทุกครั้งก็ดังกึกก้องจนหูผมแทบดับ
[การหลอมรวมเสร็จสมบูรณ์: 100%]
[สถานะ: จ้าวแห่งกองทัพเงา ได้ตื่นขึ้นแล้ว]
[เป้าหมายใหม่: กวาดล้างทุกสิ่งที่ไม่ใช่ความมืด]
เงาสีดำใต้เท้าผมไม่ได้เป็นเพียงแค่เงาอีกต่อไป แต่มันเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของอัศวินไร้หน้าหลายร้อยตนที่ก้มกราบผมอยู่เบื้องหลัง และที่หน้าทางเข้าดันเจี้ยน... ร่างของใครคนหนึ่งที่ผมคุ้นเคยที่สุดในฐานะศัตรูตัวฉกาจก็ค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากความมืดนั้น
“รอมานานเหลือเกินนะ... เจ้าภาชนะที่น่าสมเพช” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความดำมืดของเรย์ในตอนนี้นะครับ
เงาฮันเตอร์ไร้เงา
Lord of the Abyss: จากฮันเตอร์ขยะสู่จอมทัพแห่งความมืด•ตอนที่ 14
ตัวตนที่แท้จริงของระบบ
ผลงานโดย เงาฮันเตอร์ไร้เงา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาฮันเตอร์ไร้เงา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Lord of the Abyss: จากฮันเตอร์ขยะสู่จอมทัพแห่งความมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!